ผบช.น.เร่งสอบปมตกบ่อดับ5 ยันแม้ CPF เป็นบริษัทใหญ่ แต่ยึดพยานหลักฐาน

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เร่งตรวจสอบสาเหตุ นศ.จุฬาฯตกบ่อดับ ยันแม้ CPF เป็นบริษัทใหญ่แต่ยึดพยานหลักฐาน

วันนี้(25 มิ.ย.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคนงานโรงงานแปรรูปอาหารซีพีเอฟ ตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสียชีวิต 5 คน โดยยืนยัน แม้บริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือมีชื่อเสียง แต่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาใครหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบ ว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ มีผู้จงใจ หรือเป็นความประมาท

ทั้งนี้ อาจจะต้องลงพื้นที่เพื่อติดตามคดี และประสานพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อดูว่าที่เกิดเหตุมีป้ายเตือนหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีหรือไม่

ชื่นชมกู้ภัย ช่วยเจ้าตูบติดใต้โบสถ์วัด นานหลายวัน

ทุกชีวิตมีค่า ชื่นชมอาสาสมัครมูลนิธิ ช่วยเจ้าตูบจรจัด หลังติดใต้โบสถ์วัด นานหลายวัน

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า  เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ้ง นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากพระและชาวบ้าน ให้ช่วยลูกสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง หลังจากวิ่งตกลงไปในสระน้ำของโบสถ์ แล้วว่ายหนีน้ำขึ้นไปหลบใต้โบสถ์ แต่ไม่สามารถกลับออกจากใต้โบสถ์ได้ เพราะช่องกำแพงระหว่างพื้นโบสถ์กับฐานรากมีรอยปูนแตกที่แคบ ลูกสุนัขจรจัด จึงถูกขังอยู่ใต้พื้นโบสถ์ ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงเช้า เหตุเกิดที่โบสถ์ วัดแจ้ง ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบว่าบริเวณรอบโบสถ์ มีสระน้ำความลึกประมาณ 1 เมตร มีจอกแหน ตะไคร้เป็นจำนวนมาก ใต้พื้นโบสถ์มีลูกสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง เพศผู้ สีน้ำตาล โผล่หัวพร้อมส่งเสียงร้องตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงใช้บันไดพาดลงในสระน้ำ ก่อนใช้บ่วงจับสุนัขคล้องที่คอ เพื่อดึงตัวลูกสุนัขออกจากใต้พื้นโบสถ์ แต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากช่องระหว่างพื้นฐานโบสถ์กับฐานรากที่เป็นกำแพง มีรอยปูนแตกไม่กว้างพอที่ลูกสนุขจะออกมาได้

เจ้าหน้าที่จึงใช้สว่านไฟฟ้า และค้อนปอนด์ เจาะและทุบกำแพง จุดที่ลูกสนุขติดอยู่ เปิดช่องให้กว้างขึ้น เพื่อให้ลูกสุนัขสามารถลอดผ่านออกจากพื้นโบสถ์ได้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงเจาะขยายช่องปูนกำแพงกว้างขึ้น จนลูกสุนัขสามารถโผล่หัวลอดออกมาได้

แต่กระนั้นรอบโบสถ์ มีสระน้ำลึก ทำให้ลูกสนุขไม่กล้าออกมา เจ้าหน้าที่จึงต้องลงไปใช้บ่วงคล้องที่คอลูกสนุข ก่อนจะจับออกมาจากใต้พื้นฐานได้สำเร็จ จากนั้นลูกสนุข ก็วิ่งหนีออกจากบริเวณโบสถ์ด้วยอาการตกใจตื่นกลัว ท่ามกลางความโล่งใจของพระและชาวบ้าน ที่ลุ้นการช่วยเหลือลูกสุนัขของเจ้าหน้าที่

ธรรมศาสตร์ชวนคนไทย ร่วมบันทึกภาพ น้อมรำลึกในหลวง ร.9

สุดประทับใจ นักศึกษา ผู้นำเชียร์ ธรรมศาสตร์ ร่วมบันทึกภาพน้อมรำลึกในหลวง ร.9 

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา  ทีมเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์พร้อมใจรวมกันนัดทำกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนัดรวมตัวกันที่อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อร่วมบันทึกภาพในโครงการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งริเริ่มโครงการและดำเนินการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

โดยวันนี้ทางคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอธิการบดี นายฉัททวุฒิ พีชผล ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยคณบดี คณะสังคมสงเคราะห์ ได้กล่าวชมเชยถึงการรวมตัวกันทำกิจกรรมของกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ว่าเป็นการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงถึงความรัก ความเคารพ และเทิดทูนถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นส่ิงที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

เพราะพระองค์ท่านได้มอบสิ่งที่มีค่าและมีประโยชน์ยิ่งแก่ประเทศไทยให้พวกเราอย่างมากมาย การรวมตัวเพื่อจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งแสดงออกให้เห็นว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีความเข้าใจ มีความซาบซึ้ง และมีความรัก ความเคารพในพระองค์ท่านเป็นอย่างดี ส่วนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การแสดงออกถึงความรัก ความเคารพ ของกลุ่มนักศึกษาและผู้นำเชียร์ ธรรมศาสตร์กลุ่มนี้ เป็นสิ่งที่น่ายินดีและน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง

การรวมตัวครั้งนี้มีความหมายที่แสดงถึงพลังความรักของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในอนาคต โดยสังเกตุได้จากสิ่งที่นักศึกษากลุ่มนี้ได้เขียนบรรยายความรู้สึกถึงพระองค์ท่าน ซึ่งจะเห็นว่ามีความหมายและเข้าใจถึงสิ่งที่พระองค์ได้มอบไว้ให้แก่คนไทยได้เดินตามรอยพระบาท

การบันทึกภาพในโครงการฯ นี้ได้เริ่มจัดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยในแต่ละวันมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อบันทึกภาพแล้ว แต่ละท่านจะได้ภาพตัวเองปรากฏอยู่ในภาพฉากหลังที่จัดทำขึ้นพิเศษเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แต่ละภาพฉากหลังที่จัดทำขึ้นนี้เป็นภาพที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาเหล่าศิลปิน และช่างภาพที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยที่ได้มีโอกาสบันทึกภาพพระองค์ท่าน หรือวาดภาพถึงพระองค์ท่านในโอกาสพิเศษ ทำให้ภาพที่ประชาชนทุกท่านได้รับมีค่าควรแก่การเก็บรักษาเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้หากผู้สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรม สามารถเข้ามารอรับบริการได้ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยโครงการฯ เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเริ่มแจกบัตรคิวสำหรับบันทึกภาพจำนวน 400 ใบในแต่ละวัน เริ่มแจกบัตรคิวตั้งแต่เวลา 8.30 น. เป็นต้นไป