‘สหกรณ์คลองจั่น’ ยันเร่งชำระเงินให้กับเจ้าหนี้

‘สหกรณ์คลองจั่น’ ยันเร่งชำระเงินให้กับเจ้าหนี้ หวั่นขายที่ดินไม่ได้ อาจผิดนัดชำระงวดสิ้นปีนี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. 60 ที่ทำการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ร่วมแถลงข่าวชี้แจงคำสั่งศาลล้มละลายกลางกรณีอนุญาตให้ขายที่ดิน 2 แปลงของสหกรณ์ฯคลองจั่นอย่างมีเงื่อนไข โดยวิธีการขายทอดตลาด โดยกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม และกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายธรรมนูญ อัตโชติ และสมาชิกเจ้าหนี้จำนวน 665 ราย กล่าวโทษ และฟ้องดำเนินคดีอาญาทุจริต ฉ้อโกง ต่อสหกรณ์ฯคลองจั่น ในการดำเนินการฟื้นฟูกิจการ และการบริหารดำเนินธุรกิจ

โดยยนายประกิต พิลังกาลา ประธานกรรมการดำเนินการและผู้บริหารแผนฯ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด เปิดเผยว่าตามที่ศาลมีคำสั่งฟ้องล้มละลายกลางนั้น ยืนยันว่าทางสหกรณ์ฯจะดำเนินการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ และนิติบุคคลให้ได้มากที่สุด โดยจะคืนเงินต้นสูงสุดถึง 100%

สำหรับกรณีที่ศาลล้มละลายกลางอนุญาตให้ขายที่ดิน 2 แปลง โดยแปลงแรกพื้นที่ 9 ไร่ ที่ ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ และอีกแปลงจำนวน 1,616 ไร่ ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ของสหกรณ์ฯคลองจั่น เพื่อนำเงินมาจัดสรรชำระหนี้ตามแผนฟูฟื้นกิจการ ในงวดที่ 4 เดือน ธ.ค. 60 นี้ ซึ่งคาดว่าสามารถขายได้ประมาณ 360 ล้านบาท ในขณะที่วงเงินชำระหนี้งวดที่ 4 นี้ อยู่ที่ 500 ล้านบาท

ภายหลังมีเจ้าหนี้รายหนึ่งในฐานะกรรมการเจ้าหนี้ได้ยิ่นคัดค้านต่อศาล เรื่องการซื้อขายดังกล่าว โดยให้ความเห็นว่าราคาที่ประเมินและการเสนอซื้อต่ำไป ล่าสุดทางเมื่อว่าที่ 19 มิ.ย.60 ศาลได้รับคำค้านไว้พิจารณา และอนุญาตให้ขายที่ดินดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขด้วยวิธีการขายทอดตลาด โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี ทางคณะกรรมการผู้บริหารแผนฯ สหกรณ์ฯคลองจั่นจึงไม่มั่นใจว่าการขายที่ดินด้วยวิธีขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลจะได้รับเงินทันชำระหนี้งวดที่ 4 หรือไม่ เนื่องจากการขายทอดตลาดจะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน

ซึ่งหากไม่สามารถขายที่ดิน 2 แปลงได้ทันภายในปีนี้ก็อาจเกิดผลกระทบขึ้นอย่างแน่นอน โดยล่าสุดทางคณะกรรมการฯ ได้มีมติในการยกเลิกจ่ายเงินปันผลเป็นเงินประมาณ 80 ล้านบาทให้กับสมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่นประจำปี 59 แล้ว เนื่องจากขณะนี้เงินหมุนเวียนในสหกรณ์มีอยู่ประมาณ 100 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายธรรมนูญ อัตโชติ และสมาชิกเจ้าหนี้จำนวน 665 ราย กล่าวโทษ และฟ้องดำเนินคดีอาญาทุจริต ฉ้อโกง ต่อสหกรณ์ฯคลองจั่น ในการดำเนินการฟื้นฟูกิจการ และการบริหารดำเนินธุรกิจ ทางสหกรณ์ฯ จะไม่ตอบโต้แต่อย่างใด เนื่องเรื่องดังกล่าวศาลได้รับคำฟ้องไว้แล้ว ทางคณะกรรมฯก็ได้รวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงไว้เพื่อชี้แจงต่อศาลต่อไป

ตำรวจ 191 แถลงจับกลุ่มปลอมป้ายทะเบียน

ตำรวจ 191 แถลงบุกทลายเครือข่ายอาชญากรรม ได้ของกลาง รถยนต์ อาวุธปืน ป้ายทะเบียนปลอม สมุดบัญชี และของกลางอื่นๆ จำนวนมาก

วันนี้(23 มิ.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กก. 1 แถลงข่าวร่วมกับกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ ในยุทธการปราบปรามปั๊มป้ายปลอม ครั้งที่ 2 โดยการบุกทลายเครือข่ายอาชญากรรม ได้ของกลาง รถยนต์ อาวุธปืน ป้ายทะเบียนปลอม สมุดบัญชี และของกลางอื่นๆ อีกจำนวนมาก ที่เป็นของกลางจากการเข้าจับกุมตรวจค้น กลุ่มลักรถยนต์ส่งต่างประเทศผ่านแนวชายแดน กลุ่มรับจำหน่ายรถยนต์ผิดกฎหมาย จำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์ กลุ่มปลอมป้ายทะเบียน ในพื้นที่หลายจังหวัดบองประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร อุดรธานี เป็นต้น ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 24 คน ในข้อหา อังยี่ ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทางพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ได้เปิดเผยว่า การเข้าจับกุม นายไพรินทร์ เพ็งศรีทอง เจ้าของร้านป้ายทะเบียนย่านคลองถม และขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้นำรถยนต์ของประชาชนที่มาจำนำ ไปแยกชิ้นส่วน ตัดต่อเลขครัชซี เพื่อนำไปส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมมีการประกาศขายลงในโซเชียลมีเดีย และเมื่อผู้เสียหายจะไปไถ่คืน กลับพบว่ารถถูกนำไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน บางคันถูกนำไปใช้ก่อคดีอาชญากรรม ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อน และต้องผ่อนรถกับไฟแนนซ์ต่อโดยไม่มีรถยนต์ และจากการจับกุมขยายผลมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

ทั้งนี้ พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ได้ฝากเตือนไปยังประชาชนหากต้องการจำนำรถหรือสิ่งของขอให้ ใช้บริการของสถาบันการเงินของรัฐ และหลังจากที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมกับ ตำรวจ 191 ในการประชุมเพื่อขยายผลกวาดล้างขบวนการดังกล่าว


กรมสุขภาพจิตเผย คนไทยป่วยทางจิตเวช 1.6 ล้านคน ย้ำ!! รดน้ำมนต์เข้าทรงไม่หาย

กรมสุขภาพจิตเผย คนไทยป่วยทางจิตเวชประมาณ 1.6 ล้านคน ย้ำ รักษาหายได้ หากหาหมอเร็ว ชี้การรดน้ำมนต์ เข้าทรง ไม่หาย

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลสำรวจระบาดวิทยาระดับชาติครั้ง ล่าสุดพบคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชร้อยละ 3.2 หรือประมาณ 1.6 ล้านคน เร่งแก้ความเข้าใจผิดประชาชนว่าไม่ใช่เกิดจากภูตผีปีศาจ หรือ เรื่องทางไสยศาสตร์ การรดน้ำมนต์ การเข้าทรงไม่ได้ช่วยให้หายแน่นอน

ระบุโรคนี้เกิดจากความผิดปกติในระบบสมอง ทำให้มีความคิด อารมณ์ พฤติกรรมแตกต่างจากคนปกติทั่วไป แต่สามารถรักษาหายขาดหรืออาการสงบได้ และได้ผลดีที่สุดหากได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการครั้งแรก และจะต้องกินยาให้ครบ สม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง ไม่ควรหยุดยาเองเนื่องจากจะส่งผลให้อาการกำเริบรุนแรงและเรื้อรัง ทำให้เกิดการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิต