เรือนจำกลางขอนแก่น ติดป้ายห้ามถ่ายรูป หลังพี่สาวเปรี้ยวไลฟ์สด

ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่น สั่งล้อมรั้ว พร้อมติดป้ายห้ามถ่ายภาพ หลังพี่สาวเปรี้ยวเฟซบุ๊กไลฟ์

ที่เรือนจำกลางขอนแก่น เจ้าหน้าที่ได้นำรั้วลวดหนาม รวมทั้งการติดป้ายข้อความว่า “สถานที่ราชการ ห้ามถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอเด็ดขาด” ไว้บริเวณตามจุดต่าง ๆ เพื่อแจ้งเตือนไปยังญาติผู้ต้องขังที่มาทำการติดต่อขอเยี่ยมผู้ต้องขัง

หลังเกิดเหตุ น.ส.ประภาสิริ อายุ 34 ปี พี่สาวของ น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ได้ทำการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอ และมีการไลฟ์สดผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว เผยแพร่ไปตามสื่อต่าง ๆ จนทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

ด้าน นายสราวุธ บุญจันทร์หลง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารเรือนจำกลางขอนแก่น ระบุว่า หลังจากที่มีภาพดังกล่าวออกไป ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้ท้วงติงถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งเมื่อเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดขึ้น ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น จึงได้มีคำสั่งห้ามญาติผู้ต้องขังหรือบุคคลอื่นทุกคน ถ่ายภาพในบริเวณเรือนจำกลางขอนแก่นโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งมีการติดตั้งรั้วลวดหนามทั่วบริเวณ และการติดป้ายข้อความ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ จากการสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปยัง น.ส.ประภาสิริ พี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว เบื้องต้น ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เป็นเวลาไม่นาน ทั้งนี้ตนอยากจะถ่ายรูปเล่นเท่านั้น โดยไม่คิดว่าจะมีผลกระทบเกิดขึ้นขนาดนี้ เมื่อนึกได้จึงเลิกถ่ายและลบภาพดังกล่าวทิ้งไป พร้อมยอมรับว่าคิดน้อยไป รวมถึงสัญญาว่าจะไม่ทำให้เกิดเรื่องเสียหายแบบนี้ขึ้นมาอีก

ผู้ว่าฯ โคราช จ่อฟัน 3 นักการเมืองท้องถิ่น เอี่ยวค้ามนุษย์

จากการจับกุมสถานบริการ ย่านลาดพร้าว ล่าสุด ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งตรวจสอบ เพื่อเอาผิดทางวินัยแล้ว

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. จับกุมข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น 3 ราย ได้แก่ นายก อบต.หนองสาหร่าย ปลัด อบต.หนองสาหร่าย และกำนันตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง ในข้อหาเกี่ยวกับการค้าประเวณี ทั้งร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น และพรากผู้เยาว์อายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอปากช่อง ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลสอบ โดยหากพบว่าผิดจริง ถือเป็นความผิดทางวินัยที่ร้ายแรง ซึ่งมีโทษไล่ออก และปลดออก รวมทั้งมีโทษทางอาญา ตามกระบวนการของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย
ส่วนกรณีที่ ปคม. ระบุว่า จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่สีแดง หรือมีความเสี่ยงเรื่องค้ามนุษย์นั้น ยืนยันว่า ได้มีการกวดขันมาตลอด ซึ่งกำชับให้หัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และก่อนหน้านี้ มีการลงโทษสั่งปิดสถานบริการไปแล้ว 6 – 7 แห่ง ขณะที่สัปดาห์หน้า เตรียมเข้าจัดระเบียบสถานบริการ อาบอบนวด ทั้งจังหวัด เพราะถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลกำชับให้กวดขันอย่างจริงจัง

นายกรัฐมนตรี แนะตำรวจปรับรูปแบบแถลงข่าว ห้ามนำผู้ต้องหามาให้สื่อซัก

นายกรัฐมนตรี แนะตำรวจ ปรับรูปแบบแถลงข่าว ห้ามนำผู้ต้องหามาให้สื่อซัก ชี้หากมีผลกระทบต่อคดีสื่อต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2560 ว่า

การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ปราบปรามผู้กระทำความผิดนั้น ทั้งตำรวจและทหารไม่ได้ถูกสร้างมาให้ฆ่าคน แต่หากมีการต่อสู้ก็เกิดความสูญเสียได้ ในบางกรณีจึงต้องมีแผนการปฏิบัติที่รัดกุม และทำให้เจ้าหน้าที่มีความปลอดภัย ลดการสูญเสีย ขณะเดียวกัน ปีนี้ต้องเป็นปีแห่งการปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่ให้ได้

โดยต้องปราบปรามทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลนี้ ได้มีการปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ ขอให้ไปเปรียบเทียบดูว่าเคยมีแบบนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีแต่การปราบปรามรายเล็กรายน้อยจึงเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน และ ก่อนที่ตนเองจะเข้ามาทำหน้าที่ หลายเรื่องไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันนี้ได้สั่งให้นำทุกคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า อยากให้มีการปรับรูปแบบการแถลงข่าว โดยไม่ต้องนำผู้ต้องหามานั่งแถลงให้สื่อมวลชนซักถาม มีเพียงรูปประกอบก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ใช่ต้องออกมาพูดเลอะเทอะ เพราะผู้ต้องหาไม่มีสิทธิ์พูดกับสื่อ และต้องไปพูดในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งหากมีผลกระทบต่อคดีสื่อต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และส่วนตัวเข้าใจว่าทุกคนอยากได้ข่าวแต่ให้คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นด้วย