พระไพรวัลย์ชี้! ไม่ใช่หน้าที่เรา ที่จะประณาม-ตัดสินบุญบาป ต่อคนที่ฆ่าตัวตาย

พระไพรวัลย์ วรรณบุตรโพสต์ชี้ ไม่ใช่หน้าที่ของเรา ที่จะไปประณามหรือตัดสินบุญบาปต่อคนที่ฆ่าตัวตาย

จากกรณีที่เชสเตอร์ เบนนิงตัน วัย 41 ปี นักร้องชื่อดัง ที่ผู้คนรู้จักกันในฐานะนักร้องนำวง ลิงคินพาร์ก (Linkin Park) เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ทำให้ผู้คนต่างหดหู่และพากันแสดงความไปต่างๆ นานา และประเด็นที่ก่อให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคงจะเป็นกรณีที่ ดีเจพล่ากุ้ง วิจารณ์การฆ่าตัวตายของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน ว่า “ไม่ควรฆ่าตัวตาย” คลิกอ่านข่าว >>> ดีเจพล่ากุ้ง ยอมรับผิด-ขอบคุณทุกคำติชม หลังวิจารณ์การฆ่าตัวตาย

ทางด้านพระไพรวัลย์ วรรณบุตร แห่งวัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงประเด็นการฆ่าตัวตายว่า

พอดีมีนักข่าวขอสัมภาษณ์ประเด็นเรื่องการฆ่าตัวตายเป็นบาปไหม อาตมาจึงขอพูดเรื่องนี้ ให้ชัดชัดอีกทีนะ

“เราควรให้เกียรติในการตัดสินใจของคนอื่น แม้ว่า ในความเห็นของเรา การตัดสินใจนั้น มันจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องก็ตาม อย่างเรื่องการฆ่าตัวตาย ถามว่าทำไมต้องเคารพ หรือแสดงความเห็นใจต่อคนที่ฆ่าตัวตาย มากกว่าที่จะไปด่าทอ สาปแช่ง หรือแม้แต่ตัดสินความดีเลวของเขา ง่ายง่ายก็คือ เพราะเราไม่ใช่คนที่ฆ่าตัวตายคนนั้น

เมื่อเราไม่ใช่เขา เราจึงไม่อาจรู้ได้เลยว่า คนคนหนึ่งที่อยู่ดีดีตัดสินใจจบชีวิต เขาเจอกับอะไรมาบ้าง มีความรู้สึก หรือทุกข์ทนอย่างไร ป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า นี่คือเรื่องที่มีความซับซ้อน และเป็นอะไรที่เราควรทำความเข้าใจ ไม่ใช่ไปอ้างหลักศาสนาตัดสินเขา วิจารณ์เขาแบบดูหมิ่น ในขณะที่คนซึ่งตายไปแล้ว ลุกขึ้นมาอธิบายอะไรไม่ได้

การพูดเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่า เราเห็นด้วยกับการฆ่าตัวตาย เราไม่ได้กำลังจะบอกว่า การฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ดี แต่เรากำลังต้องการให้คนทำความเข้าใจ ถึงสาเหตุและที่มาของการตัดสินใจฆ่าตัวตาย ของคนคนหนึ่งต่างหาก อันนี้สำคัญมาก เพราะการฆ่าตัวตายในแต่ละกรณีมันมีเหตุปัจจัยมีที่มาไม่เหมือนกัน บางคนอาจเลือกที่จะฆ่าตัวตาย เพราะหนีความผิดหรือหนีปัญหา

การฆ่าตัวตายในลักษณะนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่ง บางคนตัดสินฆ่าตัวตาย เพราะมีอาการป่วย มีสติคือความรู้ตัวไม่สมบูรณ์ ระบบการทำงานบางอย่างของการร่างกาย ทำงานผิดปกติ ทำให้มีผลต่อการคิดวิเคราะห์ นี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง คือ เราไม่สามารถมองประเด็นพวกนี้ แบบเหมารวมได้ ไม่สามารถตัดสินคนที่ฆ่าตาย ในในกรณีที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุผลแบบเดียวได้

ที่สำคัญ เรื่องที่เราควรจะกลับมอง เมื่อเกิดกรณีการฆ่าตัวตายของคนที่มีชื่อเสียงมากมาก คือ เราในฐานะคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำยังไง จะไม่ให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นกับเรา หรือคนใกล้ตัวของเรา เรื่องนี้ต่างหากที่เราต้องนำมาเตือนตัวเอง ทำยังไงเราจะเป็นกัลยาณมิตร ของคนที่เขามีความทุกข์อันสาหัสทางใจได้ ทำอย่างไรจะช่วยเขา ให้คลายออกจากความทุกข์อันนั้น ทำยังไง เราถึงจะเข้าใจคนที่เขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้อย่างถูกต้อง จะปฎิบัติต่อเขายังไง ไม่ให้มีผลกระทบต่ออาการที่เขาเป็น เพื่อที่เขาจะได้มีกำลังใจและไม่คิดสั้น ทำร้ายตัวเอง ต้องขีดเส้นใต้ให้มากมากว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเรา ที่จะไปประณามหรือตัดสินบุญบาปต่อคนที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว การแสดงออกเช่นนี้ดูจะไม่มีกรุณาจิตเอาเสียเลย

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก พระไพรวัลย์ วรรณบุตร

ดีเจพล่ากุ้ง ยอมรับผิด-ขอบคุณทุกคำติชม หลังวิจารณ์การฆ่าตัวตาย

ดีเจพล่ากุ้งยอมรับผิดและขอบคุณทุกคำติชม หลังเจ้าตัววิจารณ์การฆ่าตัวตายของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน Linkin Park จนชาวโซเชียลรุมด่า

เรียกได้ว่าเกิดเป็นเรื่องราวที่ผู้คนต่างพากันหดหู่ หลังทราบข่าวว่าเชสเตอร์ เบนนิงตัน วัย 41 ปี นักร้องชื่อดัง ที่ผู้คนรู้จักกันในฐานะนักร้องนำวง ลิงคินพาร์ก (Linkin Park) เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งสื่อหลายสำนักได้รายงานว่าเขาป่วย “โรคซึมเศร้า” จนนำไปสู่เหตุสลดครั้งนี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนต่างหดหู่และพากันแสดงความไปต่างๆ นานา แต่ประเด็นที่ก่อให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคงจะเป็นกรณีที่ ดีเจพล่ากุ้ง โพสต์อินสตาแกรมภาพนักร้องดัง พร้อมข้อความว่า “ความเห็นส่วนตัวผมครับ ตรงๆ นะ พี่แกไม่น่าทำแบบนี้ด้วยประการทั้งปวง บอกเลยว่า ผมไม่เคารพการตัดสินใจของคุณ เลยแม้แต่นิดเดียว เพลงก็เพิ่งจะออกมา !!!! แล้วใครเดือดร้อน !!!! คนที่อยู่เบื้องหลังไง คุณไม่ได้รับรู้อะไรเลย มันเป็นเรื่องส่วนรวมเห้ย ทำแบบนี้โคตรไม่แฟร์ ใครทำงานกลุ่มจะรู้ดี

ถ้ามีคนหนึ่งเบี้ยวงาน งานแม่งไม่เดิน มีความขัดแย้ง ความสนุกหายไป เพื่อนๆลำบาก นี่ไงผลพลอยได้ ไม่สนุกเลย ผมขอ ฝากบอกเพื่อนๆ ทุกคนเลยนะ ทั้งในวงการและนอกวงการว่า การฆ่าตัวตาย **มันไม่มีผลดีกับตัวเองและผู้อื่นเลย แม้แต่นิดเดียว จำไว้ อย่าคิดจะทำ ดูไว้เป็นตัวอย่าง #บาปสุดๆ #RIP #เชสเตอร์ ชาลส์ เบน Chester Charles Bennington #โกรธมึงว่ะ #กูเคยฟังเพลงมึง #กูเคยร้องเพลงมึง #กูเคยแกะเพลงมึง #กูรักเพลงมึง”

จากนั้นผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นเชิงตำหนิดีเจพล่ากุ้งเป็นจำนวนมาก ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความชี้แจงเพิ่มเติมในอินสตาแกรมว่า ” ไม่ได้เกาะกระแสใคร ไม่ได้อยากดัง คนเราไม่มีใครถูกเสมอ มาถึงวันที่ผมผิด ผมก็ยอมรับ ขอบคุณทุกคำติชมที่มาจากใจ ชีวิตยังต้องเดินไปต่อ แต่เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า ในวันที่คุณล้ม อะไรที่สำคัญกับคุณที่สุด ผมได้ข้อคิดเยอะครับ ขอบคุณกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยังขอยืนยันว่า ผมไม่อยากให้ใคร ฆ่าตัวตาย ขอโทษจริง ๆ ครับ”

‘บอย ยูนิตี้’ เข้ารับทราบข้อหา สำแดงใบอินวอยซ์เท็จนำเข้ารถหรู

“บอย ยูนิตี้” พบดีเอสไอ รับทราบข้อหาสำแดงใบอินวอยซ์เท็จนำเข้ารถลัมโบร์กินี – เตรียมนำเอกสารแจงที่มานำเข้ารถอีก 16 ส.ค.นี้

นายภาณุศักดิ์ หรือ อินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ บอย ยูนิตี้ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกล่าวว่า วันนี้ ได้รับทราบข้อกล่าวหา ในคดีสำแดงใบอินวอยซ์เท็จในการนำเข้ารถยนต์ลัมโบร์กินีจำนวน 1 คัน ของบริษัท ออสติน ออโต้ ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2556-2557 โดยตนเองได้เป็นกรรมการบริษัทฯ ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหานี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เหตุผลว่า การเสียภาษีแสดงราคาต่ำเกินจริง เมื่อเทียบกับราคาที่ซื้อมาจากประเทศต้นทาง ซึ่งมีราคาสูงกว่า

โดย บอย ยูนิตี้ กล่าวว่าในคดีเป็นคดีที่ถูกกรมศุลกากรดำเนินคดีไปแล้ว ในฐานะนิติบุคคลของบริษัท ออสติน ออโต้ และได้นำเอกสารเข้าชี้แจงเพิ่ม ซึ่งในขณะนั้นตนเองไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในบริษัทนี้ เพราะเพิ่งมารับตำแหน่งกรรมบริษัทเมื่อปี 2559

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ จะนำเอกสารเกี่ยวกับรถคันที่ถูกแจ้งข้อหา มาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้ง ในเวลาประมาณ 10.00 น.

ทั้งนี้ บอย ยูนิตี้ เปิดเผย ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ดำเนินการอายัด รถหรูบริษัทจำนวน 34 คัน ที่ตนเองเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอยู่นั้น ยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา จากดีเอสไอ จึงทำให้ธุรกิจเสียหายมูลค่าหลายล้านบาท

นอกจากนี้ยัง ยืนยันว่าตนเองเสียภาษีตามขั้นตอนของกรมศุลกากรอย่างถูกต้อง แต่ดีเอสไอให้เหตุผลว่าเป็นขั้นตอนการที่ไม่ถูกต้อง จึงอยากให้ดีเอสไอ และกรมศุลกากร ชี้แจงขั้นตอนให้ชัดเจน และควรหารือร่วมกับกรมศุลกากรในรายละเอียด เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการนำเข้ารถหรู และเร่งตรวจสอบรถที่ถูกอายัดไว้ทั้งหมดว่าผิดกฎหมายอย่างไร