จับมือมีด! กรีดหน้าอกสาวหน้าผับดังได้แล้ว พบเป็นเพื่อนคนเจ็บสารภาพกรีดผิดตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมสาววัย 20 กรีดหน้าอกสาวหน้าผับดังได้แล้ว ผู้ต้องหาสารภาพกรีดผิดตัว

เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 21 ก.ค. 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งเหตุว่า เกิดเหตุหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกาย โดยการกรีดหน้าอกจนเป็นแผลเหวอะ บริเวณหน้าผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บคือ น.ส.วาสนา ทองไชย อายุ 21 ปี

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญ รู้ตัวผู้ก่อเหตุและสามารถจับกุมตัวได้แล้ว ทราบชื่อคือ น.ส.ทิวาพร หินผา อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าที่ตำรวจจึงวางแผนให้ผู้เสียหายติดต่อโทรหา น.ส.ทิวาพร โดยให้ผู้ต้องหามาเยี่ยมที่ รพ.อำนาจเจริญ เมื่อผู้ต้องหาเดินทางมาถึง รพ.อำนาจเจริญ และได้เข้าไปเยี่ยมผู้เสียหายเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มรออยู่ก็เข้าแสดงตัวและควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า คืนเกิดเหตุตนและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่ง จนกระทั่งเวลาใกล้เลิก มีกลุ่มสาวประเภทสอง โต๊ะตรงข้ามกันโยนขวดแก้วมาที่โต๊ะของตน ตนจึงเดินเข้าไปถามกลุ่มดังกล่าวว่า โยนขวดมาที่โต๊ะของตนหรือไม่ จากนั้นหญิงสาวที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวก็บอกว่า “ไม่ได้โยน หาเรื่องกันเหรอ!” หลังจากสิ้นคำพูดได้มีการตบตีทะเลาะวิวาทกันในผับ จนลามออกมาถึงข้างนอก

จากนั้นคู่กรณีที่เป็นสาวประเภทสองก็เข้ามาตบตีตน ตนจึงหยิบมีดคัดเตอร์ที่ซ่อนไว้หวังที่จะฟันไปที่สาวประเภทสอง แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นเพื่อนของตน วิ่งเข้ามาห้ามพอดี ทำให้มีดคัตเตอร์ไปโดนเพื่อนตัวเอง จากนั้นเพื่อนผู้ชายในกลุ่มของตนก็ได้รีบนำเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งที่ โรงพยาบาลก่อน ซึ่งขณะนั้นตนก็ยังตบตีกับกลุ่มดังกล่าวอยู่ จึงไม่ได้ไปดู

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก workpoint

วอนแก้ไข! ป้ายบอกทางถนนสายหลักในจ.ชลบุรี เขียนผิด

ต่างชาติงงป้ายบอกทางถนนสายหลักใน จ.ชลบุรี เขียนพัทยาเหนือ ไม่เหมือนกัน วอนแก้ไข

ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร้องเรียนกรณีป้ายบอกทาง “พัทยาเหนือ” ที่ติดตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทตั้งแต่ก่อนถึงพัทยากลาง ไปจนก่อนถึงแยกพัทยาเหนือ ที่มีระยะทางความยาวประมาณ 2 กม. เขียนภาษาอังกฤษคำว่า “พัทยาเหนือ” ไม่เหมือนกัน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีป้ายจำนวน 6 ป้าย ทั้งป้ายใหญ่ป้ายเล็ก เขียนเหมือนกัน 3 ป้าย เขียนไม่เหมือนกัน 3 ป้าย โดยป้ายตั้งแต่ก่อนถึงพัทยากลางจนเลยพัทยากลางจำนวน 3 ป้ายเขียนว่า “Pattaya Nuae” ส่วนอีก 3 ช่วงก่อนขึ้นสาย 7 ตอน 5 ไปจนก่อนถึงแยกพัทยาเหนือ เขียนว่า “Pattaya Nua” จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงเขียนไม่เหมือนกัน

ทั้งนี้หลายฝ่ายจึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งแก้ไขหรือชี้แจง เพราะถนนดังกล่าวเป็นถนนสายหลักสุขุมวิทมุ่งหน้าเข้าชลบุรี มีรถสัญจรในแต่ละวันจำนวนมาก โดยเฉพาะรถนักท่องเที่ยว ประกอบกับเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเที่ยวจำนวนมาก ส่วนเรื่องป้ายเขียนผิดนั้นเคยปรากฏออกมาแล้วหนึ่งครั้งคือป้ายบอกทางไปเมืองพัทยาที่ติดตั้งอยู่ถนนพัทยาใต้ ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงถนนสาย 3

ศาลอาญาให้ประกันตัว พ่อเลี้ยงทำร้ายสาวออทิสติกเสียชีวิต

ศาลอาญาให้ประกันตัวพ่อเลี้ยงโหดทำร้ายสาวออทิสติกเสียชีวิต ตีราคา 2 แสนบาท หลังตำรวจลาดพร้าวคุมตัวฝากขัง

ร.ต.ท.กิตติชัย ศรีธรรมมา พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้ควบคุมตัว นายเอกชัย เรืองรักษ์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีทำร้ายสาวออทิสติก จนถึงแก่ความตายมายื่นคำร้องฝากขังผัดแรก โดยระบุในคำร้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 60 พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว รับแจ้งว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคออทิสติกแต่กำเนิดถูกทำร้ายร่างกายใบหน้ามีรอยฟกช้ำ เลือดคั่งในสมองได้รับบาดเจ็บสาหัส และพักรักษาตัว ที่ รพ.ปทุมธานี

จากการสอบสวนพบว่า นายเอกชัย ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของ น.ส.เอ เป็นผู้ลงมือทำร้ายภายในห้องพัก แฟลตคลองจั่น ที่ 20 ย่านบางกะปิ กระทั่ง วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา น.ส.เอ ได้เสียชีวิตลง พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจากศาลอาญา เลขที่ 1642/ 60 ลงวันที่ 19 ก.ค.60 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ติดตามจับกุมตัวแจ้งข้อหาดำเนินคดี ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

โดยพนักงานสอบสวน ยังต้องสอบปากคำพยานอีก 6 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์มือผู้ต้องหา และอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. – 1 ส.ค.นี้ ทั้งนี้หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติของ นายเอกชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ นายเอกชัย มีประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท