ชาวเน็ตแห่แซะ หลัง ‘หลุยส์ วิตตอง’ เปิดตัวแตะหูคีบ ราคาสูง 16,700 บ.

เหวอ! แตะหูคีบ LV ราคาเบา 16,700 บาท แต่ดันไปคล้ายกับรองเท้าแตะที่ราคาไม่ถึง 100 บาท

วันนี้ (20 ก.ค. 60) เพจ My Console Game ได้มีการโพสต์ภาพรองเท้าแตะสีฟ้า ยี่ห้อ “หลุยส์ วิตตอง” แบรนด์แฟชั่นดังจากฝรั่งเศสที่วางขายในประเทศไทย โดยระบุราคาอยู่ที่ 16,700 บาท สร้างความฮือฮาให้ชาวเฟซบุ๊กผู้พบเห็น

โดยในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง มีผู้ไปกดไลก์โพสต์ดังกล่าวเกือบ 2,000 ครั้ง พร้อมมีการแสดงความเห็นมากกว่า 800 ความเห็น และแชร์ต่อไปกว่า 1,800 ครั้ง “XXX ลอยเลย ถ้าซื้อใส่ . แอดหนุ่มXXX ยืนหัวเราะกลางร้านเลย #LV XXX ดาวเทียมชัดๆ #สามล้อถูกหวย” 

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า รองเท้าแตะคีบดังกล่าว คือ รองเท้ารุ่น “Molitor Thong” โดยเว็บไซต์หลุยส์ วิตตอง โฆษณาว่า รองเท้าคู่นี้คือของขาดไม่ได้สำหรับฤดูร้อน โดยวัสดุทำจากยาง สายคาดประดับอักษร Louis Vuitton ส่วนพื้นก็พิมพ์ลายดอก โมโนแกรม อันเป็นเอกลักษณ์

โดยราคาจำหน่ายในฮ่องกงนั้นอยู่ที่  3,650 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 15,700 บาท) ในสหรัฐฯ เริ่มที่ราว 450 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 15,000 บาท)

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับราคารองเท้าแตะหูคีบของไทย อย่างเช่น รองเท้าแตะรุ่น NY200 รุ่นหูคีบ ต้นตำรับช้างดาว จากเว็บไซต์นันยางระบุ “ราคาอยู่ที่เพียง 99 บาท” หรือ ถูกกว่าราคารองเท้าแตะรูปแบบใกล้เคียงกันของยี่ห้อดังจากฝรั่งเศสมากกว่า 150 เท่าเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : My Console Game , นันยาง , Louis Vuitton

ปิดสะพานเข้าสนามบินดอนเมือง 31 ก.ค. – 2 ส.ค. หวังประเมินจราจร ก่อนปิดจริง

กรมทางหลวง ประกาศทดลองปิดสะพานเข้าสนามบินดอนเมือง 31 ก.ค. – 2 ส.ค.60 ประเมินผลกระทบจราจร ก่อนเริ่มปิดจริง แนะเลี่ยงจราจร

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 ก.ค. 60)  สำนักงานทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง มีแผนปรับปรุงถนนวิภาวดีรังสิตและสะพานทางเชื่อมเข้า ท่าอากาศยานดอนเมือง จากการหารือร่วมกันของ การรถไฟแห่งประเทศไทย, บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง, สถานีตำรวจนครบาลวิภาวดี และ กองบังคับการตำรวจจราจร

กรมทางหลวง, สนามบินดอนเมือง, ข่าวสดวันนี้

ด้วยปัจจุบันสภาพปัญหาการจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) ตอน งามวงศ์วาน – ดอนเมือง ช่วง กม.24+279 หรือบริเวณหน้าท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นพื้นที่ที่มีการสะสมของยานพาหนะ ตามจุดตัดทางแยกต่างๆ เป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – รังสิต

ทำให้มีการปิดช่องจราจรเป็นบางช่อง ส่งผลให้มีรถท้ายสะสมมากขึ้นจนบดบังช่องจราจรทางตรง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้า – ออก ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งมีกระแสรถเข้าท่าอากาศยานตัดกับกระแสรถที่จอดรับ – ส่ง บริเวณป้ายรถประจำทาง จึงได้จัดแผนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ให้กีดขวางช่องทางหลัก

กรมทางหลวง จึงมีความประสงค์จะทดลองปิดการจราจรสะพานเข้าท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อประเมินและศึกษาผลกระทบด้านการจราจรและปรับปรุงแก้ไขก่อนจะเริ่มโครงการจริง โดยจะเริ่มทำการทดลองปิดจราจร ในระหว่างวันที่ 31 ก.ค.- 2 ส.ค. 60 โดยท่านที่จะเดินทางเข้าไปภายในท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงได้ดังนี้

(1) สะพานทางเข้าหน้าคลังสินค้า (ขาออก)
(2) ลงทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์)
(3) สะพานกลับรถฐานทัพอากาศ

ดราม่า! หนุ่มตั้งกระทู้ขอความช่วยเหลือ หลังโรงเรียนขู่ไล่ออกแฟนสาว ม.5 เพราะหมั้นกับตน

หนุ่มตั้งกระทู้ขอความช่วยเหลือ หลังโรงเรียนขู่ไล่ออกแฟนสาว ม.5 เพราะหมั้นกับตน

เรียกว่ากำลังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้เลยก็ว่าได้ หลังสมาชิกเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่ง ได้ออกมาตั้งกระทู้ “ช่วยด้วยคับ โรงเรียน จะไล่แฟนผมออกเพราะเรื่องหมั้น” โดยบอกเล่าเรื่องราวปัญหาความรักระหว่างตนเอง ที่อายุ 23 ปี กับแฟนสาว อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ที่กำลังถูกทางโรงเรียนบีบบังคุบให้ลาออก หากไม่ตัดขาดความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม เนื่องจากทั้งคู่ได้เข้าพิธีผูกข้อมือ หรือ หมั้น กันเอาไว้ ด้วยเหตุผลที่ฝ่ายหญิงไม่มีผู้ปกครองดูแล ฝ่ายชายจึงให้แฟนสาวไปอาศัยอยู่ที่บ้านกับแม่และพี่น้องของตัวเอง แต่ทางโรงเรียนเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงเกิดเป็นประเด็นดราม่าดังกล่าวขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้….

ทั้งนี้ เจ้าของกระทู้ยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยเรียน และตอนนี้ตนกับแฟนสาวรู้สึกเครียดกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และได้โทรศัพท์ปรึกษาที่สายด่วน 1579 ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ก็ได้รับคำตอบที่ระบุว่า ทางโรงเรียนสามารถมีอำนาจให้เชิญออกจากโรงเรียนได้ พร้อมกับให้คิดหาทางออกของปัญหาเอง แบบที่จะไม่กระทบต่อตัวเองและอนาคตของแฟนสาว และหากดำเนินการฟ้องร้อง ตัวเราเองก็จะเป็นฝ่ายผิดทางกฎหมายได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่า เป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว หากไม่กระทบต่อผลการเรียน หรือมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ก็ไม่ควรไปยุ่ง เพราะมันไม่ได้เสียหายอะไร แต่บางส่วนก็มองว่า มันอาจเป็นกฎระเบียบของโรงเรียน ซึ่งมันอาจเร็วเกินไปสำหรับเด็กอายุ 17 ปี ก็เป็นได้