โรคซึมเศร้า!! ภัยเงียบทำลายชีวิต

โรคซึมเศร้า!! ภัยเงียบทำลายชีวิต 

หลังจากที่โลกต้องสูญเสียดาวอีกดวงแห่งวงการเพลง ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ อย่าง “Chester Bennington”  ฟรอนท์แมนของสมาชิกวง “LINKINPARK” ที่สื่อหลายสำนักได้รายงานว่าเขา มี “โรคซึมเศร้า” จนนำเขาไปสู่เหตุสลดในครั้งนี้ในที่สุด วันนี้ทีมข่าว MThai จึงได้รวบรวมให้คนได้รู้จักกับโรคซึมเศร้า ที่จัดว่าเป็นภัยร้าย ภัยเงียบที่พรากชีวิตคนไปไม่น้อย

โรคซึมเศร้า คือ คนที่มีอาการเศร้าอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าไม่มีความสุข ไม่อยากทำอะไร มีอาการทางกาย เช่น นอนไม่หลับ ทานอาหารไม่ได้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด มีความคิดไปทางลบ เช่นการโทษตัวเอง อยากตาย คิดหาวิธี และอาจจะลงมือฆ่าตัวตาย ซึ่งคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอัตราการฆ่าตัวตายถึง 20-30 %

“สัญญาณบอกโรคซึมเศร้า” 

1.) อารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว

2.) ขาดความสนใจในสิ่งรอบข้าง

3.) สมาธิเสีย คือ ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ

4.) รู้สึกอ่อนเพลีย

5.) เชื่องช้า ทำอะไรก็เชื่องช้าไปหมด

6.) รับประทานอาหารมากขึ้นหรือน้อยลง

7.) นอนมากขึ้นหรือน้อยลง

8.) ตำหนิตัวเอง

9.) ฆ่าตัวตาย

**ถ้าเริ่มมีอาการจำพวกนี้ไม่ควรปล่อยไว้นาน ควรพบแพทย์ในทันที**

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ นั้นคือการที่สมองเรามีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวตามสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากเรามีความเครียดในระยะเวลาที่ยาวนาน สมองก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงเซลล์ประสาท และทำให้สารสื่อประสาทต่างๆ แปรปรวนไป ทำให้อารมณ์ของเราออกไปในลักษณะซึมเศร้า ซึ่งมีผลต่อตัวเราและสมองส่งผลให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางพันธุกรรม ที่ถ้าหากมีคนในครอบครัว เป็นโรคซึมเศร้า ตัวเราก็มีความเสี่ยง ส่วนคนที่ไม่มีความเสี่ยงด้านนี้อาจจะเกิดจากการเจอความเครียดที่หนักหนา รุนแรง เป็นยาวนาน ซึ่งแต่ละคนมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน

ซึ่งวิธีการรักษามี 2 รูปแบบหลักๆ คือ

1.) การรักษาแบบจิตบำบัด เป็นการรักษาในลักษณะของการประคับประคอง คือการที่รับฟังผู้ป่วย เข้าใจถึงสาเหตุที่เครียด หรือ ทุกข์ของเขาว่าเกิดมาจากอะไร นอกจากนี้ยังการทำจิตบำบัดแบบลึก คือการให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจกับตัวเองว่าทำไมตัวเขาถึงคิดในเชิงลบ จนมีความเสี่ยง ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ป่วยบ่อยๆ

2.) การรักษาโดยยา ซึ่งตัวยาจะไปปรับสารเคมีหรือส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ให้มันกลับมาอยู่ในระดับปกติ หรือปรับให้อารมณ์สมดุล ซึ่งได้ผลดี และเห็นผลเร็ว แต่ทั้งนี้ต้องเป็นยาที่ได้รับจากแพทย์เท่านั้น ห้ามผู้ป่วยหรือคนใกล้ตัวไปซื้อยาเอง เพราะยาด้านจิตเวช จะมีผลข้างเคียงเยอะ เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว เวียนหัว จนอาจทำให้คนไข้ที่ไม่รู้ไม่ยอมกินยาอีกเลย

นอกจากการสูญเสีย “ฟรอนท์แมนเสียงทรงพลัง” ในครั้งนี้แล้ว ยังมีศิลปินรุ่นใหญ่อีกหลายท่านที่จากไปด้วย “โรคซึมเศร้า” อาทิเช่น 

  1. ฮิเดโตะ มัทสุโมโตะ นักดนตรีแนวเพลงร็อก เล่นกีตาร์ สมาชิกวงดนตรีคณะ เอ็กซ์เจแปน (X-Japan) มีผลงานอัลบั้ม เช่น Blue Blood, Jealousy, Vanishing Vision เขาเสียชีวิตด้วยการใช้ผ้าเช็ดตัวแขวนคอตัวเองเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2541
  2. โรบิน วิลเลียมส์ ดารานักแสดงเจ้าบทบาท เจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ และออสการ์ โดย นักแสดงมากฝีมือรายนี้ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2557 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า โรบิน วิลเลียมส์ ดารานักแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูด ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ หลังจากป่วยด้วยโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงมานาน
  3. เดวิด คาราดีน ดาราดังจากหนังเรื่อง kill bill นักแสดงแนวกังฟูที่โด่งดังมาก สุดท้ายมาเสียชีวิตที่ประเทศไทยจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ในสภาพศพเปลือยกายนั่งอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่โรงแรมดังในย่านปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

สำหรับศิลปินในบ้านเราที่เสียชีวิตด้วย “โรคซึมเศร้า” ได้แก่

  1. สิงห์ มุสิกพงศ์ แห่ง วง สควีซ แอนนิมอล จบชีวิตลงไปด้วยสาเหตุการทิ้งตัวเองลงจากคอนโดชั้น10 ย่านทองหล่อ โดยครอบครัว และ คนใกล้ชิดเผยว่า นักดนตรีหนุ่มกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความรัก และปัญหาส่วนตัวอยู่
  2. โจ้ วงพอส อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ ซึ่งเสียชีวิตภายในลิฟต์ที่แมนชั่นแห่งหนึ่งโดยผลการชันสูตร ได้พบบาดแผลกระสุนปืนบริเวณขมับขวา 1 นัด ตำรวจได้สันนิษฐานว่า เป็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญที่ สิงห์ และ โจ้ จากไปด้วยอายุ 31 ปี เท่ากัน

เห็นแบบนี้แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนใกล้ตัวของเรา  มีจุดเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า วิธีสังเกตง่ายๆ ให้ดูจากหน้าตาหรือพฤติกรรมของผู้ป่วย จากคนที่ยิ้มแย้ม จากที่สนุก จะเปลี่ยนเป็น เศร้า ,ดูเบื่ออาหาร ,ซูบผอมไป เรื่องของอารมณ์และความคิดที่มองด้านลบตลอดเวลา…

“ดังนั้น การรักษาสุขภาพร่างกายด้วยการฟังเพลง ,สร้างเสียงหัวเราะให้ตนเอง , มองโลกในเเง่ดี และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ยังคงเป็นวิธีสุดคลาสสิคที่ช่วยให้เราห่างไกลโรคภัยได้ดีที่สุด”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ส.ส.ส. , Headbangkok 

ร.10 พระราชทานดอกไม้ – ตะกร้า เยี่ยมเหยื่อบึ้มนราฯ ด้านพ่อแม่ปลื้ม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานดอกไม้ – ตะกร้าเยี่ยม ตร.เหยื่อบึ้มป้อมตรวจนราฯ ขณะพ่อแม่ปลาบปลื้ม

วันนี้ (21 ก.ค. 60)  “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าพระราชทาน ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

เข้าเยี่ยม ส.ต.ท.สมโชค ปัตลิก อายุ 27 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สถานีตำรวจภูธรปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุกลุ่มคนร้ายลอบปาระเบิดขว้างเข้าใส่ป้อมจุดตรวจบริการประชาชนต้นไทร เขตเทศบาลต้นไทร ต.ปะลุกาสาเมาะ เหตุเกิดช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา

โดย ส.ต.ท.จักรพงษ์ มณีฉาย เสียชีวิต ซึ่งนายสุชน และ นางวัลลี ปัตลิก ผู้เป็นพ่อและแม่ ได้เฝ้าอาการของบุตรชายไม่ห่างตัว กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ครอบครัวได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาตนเองเป็นห่วงลูกชายคนนี้มาโดยตลอด

เพราะทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และบรรจุเมื่อปี พ.ศ.2555 ที่ จ.นราธิวาส หลังจากหายดีแล้ว อยากให้ลูกชายย้ายออกนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปทำงานที่จังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ เพราะตนเองมีลูกชายเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ นายแพทย์ธนาสิทธิ์ สายแก้ว แพทย์ที่ดูแล ส.ต.ท.สมโชค กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หน้าอกทะลุช่องปอดและกระบังลม ตอนนี้อาการโดยรวมหลังการผ่าตัดเมื่อวานนี้ รู้สึกตัวดี แต่ทีมแพทย์ต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเพราะเกรงจะมีอาการแทรกซ้อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : INNNEWS