ศาลยกฟ้อง พันธมิตร ชุมนุมไล่รัฐบาลสมัคร ไม่เข้าข่าย กบฎ

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ‘จำลอง, สนธิ, พิภพ, สมเกียรติ, สมศักดิ์ และสุริยะใส’ คดีชุมนุมดาวกระจายตามสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาลสมัคร ปี 51 เหตุฟ้องซ้ำกับคดีชุมนุมทำเนียบรัฐบาล

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (21 ก.ค. 60) ที่ศาลอาญา ผู้พิพากษาได้มีการพิจารณาตัดสินในคดีหมายเลขดำ อ.3973/2558 ที่อัยการสำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ แกนนำ พธม.  พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 79 ปี ,นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 67 ปี และพวก ในข้อหากบฎ และร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หลังรวมตัวกันชุมนุม ในลักษณะ “ดาวกระจาย” ประท้วงไล่รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551

โดยการพิจารณาจากพยานและหลักฐาน จึงมีคำสั่งตัดสินให้ยกฟ้อง  เนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้ว เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคดีดังกล่าวศาลพิพากษาให้จำคุกทั้ง 6 คน เป็นเวลา 2 ปี จึงให้ยกฟ้อง ส่วนไชยวัฒน์ อมร และเทิดภูมิ ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษไว้ก่อนโดยมีกำหนด 2 ปี

พร้อมกันนี้การชุมนุมดังกล่าวไม่เข้าข่ายกบฎ เนื่องจากเป็นการชุมนุมเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่ารัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อยู่ภายใต้การครอบงำและสั่งการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และทราบถึงการกระทำของกลุ่มบุคคลในเครือข่ายระบอบทักษิณ รวมทั้งทราบถึงการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ไม่มีคุณธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารราชการบ้านเมือง มีวาระซ่อนเร้นและเป็นการกระทำที่ขัดผลประโยชน์หลายเรื่อง

สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้ประชาชนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพิ่มมากขึ้น และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เครือข่ายระบอบทักษิณมีกลุ่มที่ล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่จริง การกระทำของพวกจำเลยถือว่าเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมและประโยชน์ชาติในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี กรณีไม่อาจยกเว้นการกระทำซึ่งมีบทบัญญัติของกฎหมายระบุว่าเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องได้

คลิปว่อน!! อ้างตร.ไทยหากินง่ายกับต่างด้าว มีบัตรยังถูกปรับ – จับเข้าคุก

ต่างด้าวแฉ!!  ตำรวจไทยหากินง่าย มีบัตรก็ไม่เว้น ส่วนคนไม่มีเงินถูกจับเข้าคุกอย่างเดียว 

ผู้เฟซบุ๊กของ พงษ์ ตรีวิทย์  ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ หลังพบว่ามีชายแต่งกายคล้ายตำรวจเรียกเก็บเงินแรงงานต่างด้าวที่โดยสารมากับรถไฟ

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของชายคนดังกล่าว พยายามชี้แจงกับผู้คนบนรถไฟ ซึ่งคาดว่าเป็นแรงงานต่างด้าวว่าเขามีหน้าที่ให้มาตรวจสอบแรงงานต่างด้าว และแรงงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย จากนั้นก็จะมีการเรียกเก็บเงิน และหากใครไม่ให้ก็จะถูกจับติดคุก แม้ว่าแรงงานต่างด้าวนั้นจะมีบัตรที่ถูกต้องก็ตาม

ทั้งนี้เมื่อคลิปวิดีโอดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ได้เข้าไปให้แสดงความคิดเห็นในเชิงที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมตำรวจท่านนี้ ซึ่งบางรายได้อกมาระบุว่า “ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะเรียกตรวจ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด  เพราะอย่างน้อยเราก็มีหลักฐานไปต่อสู้กับเค้า”

ขอช่วยหน่อยนะครับอยากเป็นธรรม ไหนบอกว่าไม่จับแรงงานต่างด้าว ครับสุดท้ายแรงงานต่างด้าวก็ต้องเสียตังค์ให้ ขอช่วยดูคลิปนี้ให้หน่อยนะครับ แชร์ไปเยอะๆ ไม่มีตังก็ต้องนอนในคุกสองคืนนะครับ บัตรสีชมพูไม่เกี่ยว ก็ต้องโดนจับ เค้าบอกว่าผิดกฎหมาย เดินทางนอก เพ็ญที่ นะครับรายงานต่างด้าว

ต่อไปนี้ไม่ต้องกลับ บ้านนะครับ มีบัตรสีจำภูก็ช่างเถอะ กลับแล้วก็ เหมือนผมอย่างนี้แหละ โดนจับ อย่าว่าแต่รถไฟ รถถัวกลับรถตู้ก็โดนจับเหมือนกันนะครับ ขอให้เป็นรายงานต่างด้าวที่มีบัตรสีชมพูเค้าก็ตรงจับหมดเลย”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พงษ์ ตรีวิทย์

ผบ.ตร.รับตัว 8 ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว – ‘บังฟัต’ สีหน้าเรียบเฉย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับตัว 8 ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว ที่ สภ.เมืองกระบี่ จ่อนำไปยื่นเรื่องต่อศาล ขออนุมัตินำไปฝากขังผัดแรก 12 วัน ‘บังฟัต’ มีสีหน้าเรียบเฉย’

วันนี้(21 ก.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ พร้อมด้วยชุดเฉพาะกิจ ที่ ผบ.ตร.แต่งตั้ง ประกอบด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวชผบช.ภ.1 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เพื่อรับมอบตัว 8 ผู้ต้องหาจากทหารกองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15 พัน.1)

โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ 5 กองร้อย พร้อมอาวุธครบมือ คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ ซึ่งในเวลา 11.10 น. ทหาร ร.15 พัน1 ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน เดินทางมาถึงสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ ก่อนจะถูกนำตัวเข้าไปภายในห้องประชุมพิทักษ์กระบี่ สำหรับพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติอาชญากร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ต้องหาทุกคนสวมใส่เสื้อเกราะ อีกทั้งจะไม่มีการนำตัวคนร้ายทั้ง 8 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะมีรายงานว่า อาจจะมีการลอบทำร้ายผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเป็นคดีอุจกรรจ์ ทั้งนี้ พบว่าภรรยา ของบังฟัต มีสีหน้าเศร้าสลด ขณะที่บังฟัต และพวก มีสีหน้าเรียบเฉย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ก็จะนำตัว 8 ผู้ต้องหา ไปยื่นเรื่องต่อศาลจังหวัดกระบี่ เพื่อขออนุมัตินำไปฝากขังผัดแรก 12 วัน ที่เรือนจำกระบี่ ต่อไป