ชาวนาขอนแก่น หันปลูก “กุยช่าย” ส่งขายทั่วภาคอีสาน สร้างรายได้งาม

ชาวนาขอนแก่น หันปลูก “กุยช่าย” ขายทั้งหมู่บ้าน สามารถส่งจำหน่ายได้ทั่วภาคอีสาน สร้างรายได้กว่า 30,000 ต่อเดือน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจ หมู่บ้านนาเพียง ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้พร้อมใจกันปรับพื้นที่ทางการเกษตรของตนเอง จากเดิมทำไร่ ทำนา หันมาปลูกกุยช่ายขาว โดยบางรายถึงขั้นเปลี่ยนที่นาของตนเองที่มีหลายสิบไร่มาทำเป็นแปลงกุยช่ายทั้งระบบ

ด้าน นายจำรูญ วงษ์ละคร อายุ 54 ปี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการจะต้องขุดแปลงให้ลึก เพื่อจะระบายน้ำไม่ให้ท่วมต้นกุยช่าย โดยเฉพาะขณะนี้ที่เข้าสู่ฤดูฝน จึงต้องบริหารจัดการน้ำในแปลงกุยช่ายรวมทั้งการลดปัญหาความชื้นที่อาจจะทำให้เกิดเชื้อราและรากเน่า

ซึ่งการปลูกต้นกุยช่ายของสมาชิกกลุ่มเกษตรกรปลูกกุยช่ายบ้านนาเพียงแห่งนี้ จะเน้นไปที่การปลูกต้นกุยช่ายเขียว และ ต้นกุยช่ายขาว ซึ่งต้นกุยช่ายขาวนั้นจะถูกครอบไว้ด้วยกระถางดินเผาทรงสูงเมื่อได้เวลาที่กำหนด ก็จะถูกตัดส่งจำหน่ายไปทั่วทั้งภาคอีสาน

ทั้งนี้ ยอมรับว่าเกษตรกรผู้ปลูกกุยช่ายของ บ.นาเพียง แห่งนี้ ล้วนประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถสร้างรายได้มากกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งการปลูกต้นกุยช่ายนั้นใช้พื้นที่น้อย ปลูกแต่ละครั้งเก็บได้นานกว่า 4 ปี ขณะที่การส่งจำหน่ายนั้นเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วทั้งภาคอีสาน จนทำให้วันนี้หมู่บ้านผลิตส่งจำหน่ายไม่ทัน

นายจำรูญ กล่าวต่อว่า เดิมครอบครัวตนทำนาข้าว ต่อมาจึงได้ใช้พื้นที่ 1 ไร่ มาปรับเป็นแปลงกุยช่าย หรือที่คนอีสานเรียกว่าผักแป้น หลังจากที่ปลูกแล้วก็พบว่าได้ให้ผลผลิตที่ดีมีตลาดรองรับ จึงตัดสินใจยึดอาชีพปลูกต้นกุยช่ายมาโดยตลอดถึงวันนี้เกือบ 20 ปี ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ นั้นได้แบ่งสัดส่วนการปลูกกุยช่ายเขียวและกุยช่ายขาวอย่างละครึ่ง สร้างรายได้กว่า 30,000 ต่อเดือน

ที่มา  INN

นาทีร้านก๋วยเตี๋ยวในจีนระเบิด ก่อนทำคนดับ 2 เจ็บ 55 ราย

เกิดเหตุแก๊สระเบิดในร้านก๋วยเตี๋ยวในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงของจีน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 55 คน

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ของจีน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และบาดเจ็บไป 55 คน

โดยรายงานเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มควันลอยคละคลุ้งออกมาจากตึกแหน่งหนึ่งที่คาดว่าเป็นที่ตั้งของร้านก๋วยเตี๋ยว จากนั้นได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว จนเศษชิ้นส่วนต่างๆ กระเด็นตกเกลื่อนบริเวณ ซึ่งสาเหตุของการระเบิดนั้นคาดว่ามาจากการที่ถังแก๊สในร้านทนความร้อนไหวจนระเบิดออกมาในที่สุด

ระเบิด,

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป สำหรับจีนมักประสบเหตุไฟไหม้ และเหตุระเบิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งมาจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด ปล่อยปะละเลยในเรื่องของความปลอดภัย แม้ว่าทางรัฐบาลจะเคยออกปากจะปรับปรุงตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุดังกล่าวขึ้นก็ตาม

ระเบิด,

จับเจ้าชายซาอุฯ หลังพบคลิปทำร้ายประชาชน

สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งซาอุดิอาระเบียทรงมีพระราชโองการให้จับกุมเจ้าชายซาอุฯ หลังพบคลิปทำร้ายประชาชน

สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งซาอุดิอาระเบียทรงมีพระราชโองการให้จับกุมเจ้าชายพระองค์หนึ่ง หลังปรากฏคลิปที่ทรงใช้ความรุนแรงกับประชาชนถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลลาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ทรงมีพระบรมราชโองการให้จับกุม เจ้าชาย ซาอุดิ บิน อับดุลลาซิส บิน มูซาเอ็ด บิน ซาอุด บิน อับดุลลาซิส อัล ซาอุด หลังจากปรากฏคลิปวิดีโอที่เจ้าชายทรงใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นเผยแพร่ในสังคมออนไลน์

คลิปวิดีโอที่เห็นอยู่นี้ คือเหตุการณ์ที่เจ้าชายทรงถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถูกเผยแพร่โดย “ราซิด คิงดอม” กลุ่มที่จับตาสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมในสื่อสังคมออนไลน์

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ทรงมีพระราชโองการให้จับกุมและสอบสวนเจ้าชายพระองค์นี้ หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีคลิปวิดีโอแบบสั้นๆ หลายคลิป ถูกเผยแพร่บนยูทูบ และถูกแชร์ต่อๆ กันในทวิตเตอร์ โดยมีคลิปหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงหันปืนไรเฟิลไปทางผู้ชายคนหนึ่งที่มีเลือดไหลออกมาจากศีรษะ และกำลังร้องขอชีวิตจากพระองค์  ส่วนอีกคลิปหนึ่งที่มียอดเข้าชมมากกว่า 7 แสน 6 หมื่นครั้ง คือคลิปที่เผยให้เห็นขวดวิสกี้ยี่ห้อดัง 18 ขวด และเงินสดจำนวนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งการจำหน่ายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซาอุดิอาระเบีย ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีคลิปที่เผยให้เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในรถ ในสภาพมีเลือดไหล ซึ่งเขากำลังถูกต่อว่าเพราะไปจอดรถอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ส่วนอีกคลิปหนึ่ง คือเหตุการณ์ที่เจ้าชายทรงชกและตบหน้าผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ คลิปวิดีโอเหล่านี้ ถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในทวิตเตอร์ของซาอุดิอาระเบีย ภายใต้แฮชแท็กภาษาอาหรับที่มีความหมายว่า “เจ้าชายทำร้ายประชาชน”