พบป้ายบอกทางถูกมือดียิงใส่ รวมค่าความเสียหายอย่างต่ำ 2 แสนบาท

พบป้ายบอกทางถูกมือดียิงใส่เสียหาย ด้านเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าแจ้งความ คาดว่าเป็นฝีมือของวัยรุ่นที่คึกคะนองทดลองยิงปืน

วันที่ 20 ก.ค.2560 นายสมัคร เลือดวงหัด ผอ.แขวงทางหลวงตรัง ได้นำเจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบป้ายบอกทางในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงตรัง ที่ถนนรอบวงแหวน อำเภอเมืองตรัง ซึ่งเป็นเส้นเลี่ยงเมือง ตัดใหม่ เช่น ที่ด้านหลังแขวงทางหลวงตรัง ถนนตรัง-ท่าปาบ ,ที่สี่แยกควนปริง สามแยกหลังโรงงานห้องเย็นควนปริง ถนนตรัง-กันตัง ,สี่แยกตลาด อตก. ถนนตรัง-สิเกา

ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตอำเภอเมืองตรัง โดยพบว่า ป้ายบอกทางแขวงทางหลวงตรังตลอดสองข้างทาง ทั้งขาเข้า และขาออกตัวเมืองตรัง มีร่องรอยกระสุนปืนยิงเป็นรูพรุน กว่า 30 ป้าย นอกจากนั้นยังพบว่าป้าย ที่ใช้บอกเส้นทาง ชื่อถนน รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆก็ถูกยิงทำลายจนเป็นรูพรุนเช่นกัน ซึ่งคาดว่ามีป้ายบอกทางเสียหายจากวัยรุ่นคึกคะนองทดลองยิงปืนมากกว่า 50 ป้าย ความเสียหายอย่างต่ำกว่า 2 แสนบาท

นายสมัคร เลือดวงหัด ผอ.แขวงทางหลวงตรัง กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าป้ายบอกทางที่มีร่องรอยกระสุนมีประมาณ 30 กว่าป้าย ในเส้นทางวงแหวนรอบนอก เป็นถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งใช้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางหลายจังหวัดภาคใต้ แต่ส่วนใหญ่เป็นจุดที่ไม่มีชุมชน ไม่มีบ้านเรือนชาวบ้านใกล้เคียง ตัวป้ายแม้จะสามารถบอกทางได้ชัดเจนเหมือนเดิม แต่ก็ยอมรับว่ามีผลต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดตรัง

ส่วนมูลเหตุคาดว่ามาจากความคึกคะนอง ไม่ได้มุ่งต่อชีวิตหรือต้องการข่มขู่ใคร ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานราชการอื่นที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันดูแลและแก้ไข และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของการปรับปรุงซ่อมแซมของแขวงทางหลวงตรัง คาดว่าปีหน้าจะมีงบประมาณ มาทยอยเปลี่ยนป้าย ในจุดที่เกิดความเสียหายรุนแรง ในอยู่ในพื้นที่สำคัญก่อน เช่น สี่แยก สามแยก ส่วนเส้นทางต่อเนื่องเข้าชุมชนหรือบ้านก็จะทยอยจัดสรรงบประมาณเปลี่ยนป้ายต่อไป และจะให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อไป ​

ป.ป.ช. แถลงข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาการเบิกจ่ายยา และปัญหาต่างด้าว

ป.ป.ช. แถลงข่าว ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และปัญหาอนุญาตให้คนต่างด้าวพำนักในราชอาณาจักรไทยชั่วคราว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ก.ค.60 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าว “กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรีออกมาตรการป้องกันการทุจริต เกี่ยวกับการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และการอนุญาตให้คนต่างด้าวพำนักในราชอาณาจักรไทยชั่วคราว”

โดยนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่ากรณีการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ สืบเนื่องจากปัญหาค่าใช้จ่ายในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 20,476 ล้านบาท ในปี 2545 เพิ่มขึ้นเป็น 46,481 ล้านบาท ในปี 2550 และยังคงมีอัตราค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งตัวเลขล่าสุดในปี 2559 อยู่ที่ 71,016 ล้านบาท

ทั้งนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการตรวจสอบถึงสาเหตุของปัญหาดังกล่าวพบว่ามีกระบวนที่เกี่ยวข้องโยงเใยเครือข่ายทุจริต 3 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มผู้ใช้สิทธิและเครือญาติ กลุ่มสถานพยาบาลและบุคลากรในสถานพยาบาล และกลุ่มบริษัทจำหน่ายยา ซึ่งพบว่ามีพฤติกรรมได้แก่ 1.พฤติกรรมช็อปปิ้งยา โดยเป็นกลุ่มผู้ใช้สิทธิและเครือญาติ ตระเวนใช้สิทธิพร้อมขอรับยาเกินความจำเป็นทางการแพทย์ ซึ่งบางรายนำไปจำหน่ายต่ออีกที 2.พฤติกรรมยิงยา ซึ่งจะเป็นกลุ่มบุคลากรในสถานพยาบาลสั่งจ่ายยาเกินความจำเป็น โดยเป้าหมายเพื่อจ่ายยาออกไปในจำนวนมากๆเพื่อทำยอด ซึ่งจะร่วมมือกับบริษัทจำหน่ายยา

โดยทาง ป.ป.ช. จึงมีข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการวางมาตรการป้องกันเหตุทุจริต ผลักดันยุทธศาสตร์การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล การกำหนดหลักเกินในการจัดซื้อยา การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปลุกจิตสำนึกให้กับบุคลากรของภาครัฐ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้การเฝ้าระวังพฤติกรรมการส่งเสริมการขายยา การสั่งจ่ายยา และการใช้สิทธิอย่างไม่เหมาะสม

สำหรับกรณีการอนุญาตให้คนต่างด้าวพำนักในราชอาณาจักรไทยชั่วคราว จากการรวบรวมข้อมูลแล้วพบพฤติการณ์กระทำผิดของคนต่างด้าวในหลายกรณี ซึ่งบางกรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จนเกิดปัญหาช่องโหว่ในการกระทำความผิดขึ้น ทาง ป.ป.ช. จึงมีข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้กำหนดนโยบายจัดทำฐานข้อมูลคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นระบบ ปรับปรุงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ธปท. เปิดแลกแล้ว ธนบัตรที่ระลึกฉบับพิเศษ ‘ในหลวงร.9 ‘

เปิดให้แลกแล้ว ธนบัตรที่ระลึก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งในหลวงรัชกาลที่ 9 

วันนี้ (20 ก.ค. 60) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร ให้พิมพ์ธนบัตรชุดใหม่ขึ้นคือ “ธนบัตรที่ระลึกด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” โดยจะใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียนทั่วไป

ธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษดังกล่าวนี้ ได้เชิญภาพพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในธนบัตรที่ระลึกชุดนี้ เพื่อให้เราย้อนรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของประชาชนตราบนิจนิรันดร์

ธนบัตรชุดพิเศษจัดพิมพ์ทั้งหมด 5 ชนิดราคา ได้แก่ 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท โดยประชาชนสามารถแลกธนบัตรทุกชนิดราคา ผ่านช่องทางธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 60 เป็นต้นไป

“ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์”

*******************