เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม จ.สกลนคร

เกาะติดสถานการณ์น้ำ ที่จังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะในเทศบาลนครสกลนคร ที่ได้รับผลกระทบจากพายุเซินกา ทำให้มีน้ำท่วมขังนานกว่า 2 วัน รวมไปถึงอำเภอสว่างแดนดิน ที่ก่อนหน้านี้ มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมอพยพ

โดยสถานการณ์น้ำในเทศบาลนครสกลนคร พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ มีทีท่าคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังฝนไม่ตกลงมาเพิ่มเติม โดยปริมาณน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่เริ่มลดลงประมาณ 30-50 เซนติเมตร แต่เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างช้า ๆ ขณะที่บ้านเรือน และร้านค้าบริเวณสี่แยกจุดตัด ถนน ต.พัฒนา และ ถนนสุขเกษม เริ่มมีกระแสไฟฟ้าใช้บ้างแล้ว

ส่วนตลอดทั้งวัน มีเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ พร้อมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัครกู้ภัย คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยมีการตั้งจุดทำครัว และปฐมพยาบาล หรือให้บริการยาสามัญประจำบ้าน พร้อมแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น และน้ำดื่มให้กับประชาชนที่ประสบภัย

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางสู่อำเภอสว่างแดนดิน โดยใช้เส้นทางถนนนิตโย และพบว่า บริเวณช่วงคลองทราย ที่สะพานข้ามคลองถูกตัดขาด จากน้ำท่วมเมื่อ 2-3 วันก่อน มีเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง เข้าซ่อมแซมแล้ว แต่ก็ส่งผลให้การจราจรบนถนนเส้นนี้ ติดขัดในช่วงระยะหนึ่ง

สำหรับสถานการณ์น้ำที่อำเภอสว่างแดนดิน เมื่อช่วงค่ำวานนี้ปรากฏว่าน้ำแห้งสนิทเกือบทั้งอำเภอแล้ว โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า โลตัส สว่างแดนดิน และถนนเจริญพาณิชย์ ย่านตลาดเก่า ที่ก่อนหน้านี้ ถูกน้ำท่วมจนถึงด้านใน และมีการประกาศเตือนจากทางอำเภอ ให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของเตรียมพร้อมอพยพ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีชาวบ้านบางส่วนที่เฝ้าระวัง โดยการเรียงกระสอบทรายกั้นบริเวณหน้าบ้านเอาไว้

กรมอุทยานฯ แจงดราม่า ตัดหัวกระทิง ‘แม่มะลิ’

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้แจงปมดราม่า ตัดหัวกระทิงแก่ “แม่มะลิ”  ยัน ต้องนำไปเก็บรักษา เกรงคนขุดไปขาย อีกทั้งพร้อมเรียนรู้การประเมินอายุกระทิง

นางสาวกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางลาง ตัดหัวกระทิงแก่ “แม่มะลิ” ที่สิ้นใจ หลังไม่ได้กินอาหารมานานหลายวัน เพราะติดหล่มโคลน ในพื้นที่ป่าฮาลา บาลา พื้นที่ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำหัวกระทิงมาประดับสำนักงาน แต่วัตถุประสงค์ที่นำกลับมา เป็นไปตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ หรือการศึกษาวิจัยทางวิชาการ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการดังกล่าว ป้องกันการลักลอบขุดซากหัวกระทิงไปจำหน่าย หรือครอบครองส่วนบุคคล เนื่องจากหัวกระทิงเป็นสิ่งมีมูลค่าราคาแพง ตลอดจนนำไปศึกษารอยหยักเป็นลอนคลื่น ซึ่งเรียกว่า “พาลี” ที่ปรากฏบนเขา เพื่อเรียนรู้การประเมินอายุ เพราะหากปล่อยไว้ จะถูกแมลงกัดแทะจนเสียหาย

สอดคล้องกับคำอธิบายของเจ้าพนักงานปกครอง อำเภอธารโต ที่ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) แม่หวาด ว่า เป็นระเบียบปฏิบัติของหน่วยงาน เช่น เมื่อพบช้างพลายล้ม จะต้องตัดงาไปดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติ หรือเพื่อตรวจสอบสาเหตุการตาย

ทางหลวงชนบท สรุปน้ำท่วมถนน 113 สายทาง

กรมทางหลวงชนบท รายงานสถานการณ์อุทกภัย 30 ก.ค.60 พบถนน 113 สายทางได้รับผลกระทบ ผ่านได้ 90 สายทางผ่านไม่ได้ 23 สายทาง

กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักบำรุงทาง เปิดเผยว่า สถานะการ์ณของ ทช.ได้ติดตามสถานะการณ์อุทกภัยในปัจจุบันพบว่ามี 21 จังหวัดทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบ และมีจำนวน 81 สายทางสามารถ ผ่านได้ 58 สายทาง ผ่านไม่ได้ 23 สายทาง ขณะที่ตั้งแต่ 6 – 30 ก.ค. 2560 ถนนของทช. ประสบอุทกภัย 25 จังหวัดได้รับผลกระทบ 113 สายทางผ่านได้ 90 สายทาง ผ่านไม่ได้ 23 สายทางเช้าสู่ภาวะปกติ 32 สายทาง

ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบทแต่ละจังหวัดได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนประชาชนในการสัญจรด้วยความระมัดระวังแล้ว เช่น สาย อจ.4023 แยก ทล.2134-บ้านหนองช้างน้อย- ช่วงบ้านเหล่าเลิง กม.ที่ 3+000 ตำบลไร่ขี อำเภอลืออำนาจ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำกัดเซาะ ถนนขาด ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทอำนาจเจริญ ได้ติดตั้งป้ายเตือน ให้ประชาชนได้รับทราบแล้ว และจะเร่งเเก้ไขต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง