มวลน้ำจาก จ.สกลนคร หลากเข้า จ.นครพนม เร่งระบายลงแม่น้ำโขง คาดไม่เกิน 1 สัปดาห์คลี่คลาย ทางด้าน จ.ร้อยเอ็ด น้ำสูง 1 เมตร กระทบ ปชช. แล้ว เกือบ 3 พันคน
นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้มวลน้ำจากจ.สกลนคร ได้ไหลเข้าท่วม อ.วังยาง และ นาแก วัดระดับสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามประตูระบายน้ำต่างๆ สำหรับเร่งระบายมวลน้ำจากหนองหาร มาทางลุ่มน้ำก่ำ ต่อไปลงที่แม่น้ำโขง เพื่อย่นระยะเวลาไม่ให้น้ำท่วมขังนาน 2 – 3 สัปดาห์
นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนในการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำด้วย โดยหลังจากดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ รวมถึงเครื่องสูบน้ำแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.นครพนม ปัจจุบันพบ 11 อำเภอ จาก 12 อำเภอ ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครพนม, ปลาปาก, ท่าอุเทน, ธาตุพนม, เรณูนคร, นาแก, ศรีสงคราม, นาหว้า, โพนสวรรค์, นาทม และ วังยาง หนักสุด 5 อำเภอ คือ อ.นาแก, วังยาง, นาหว้า, ศรีสงคราม และ เรณูนคร(บางส่วน) ซึ่งวันนี้จะมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ(อุทกภัย) สำหรับนำงบประมาณมาช่วยเหลือ ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น พบมีพื้นที่การเกษตรใน 11 อำเภอ ได้รับผลกระทบแล้ว 180,000 ไร่ จากจำนวนทั้งหมดทั้งจังหวัด 1,300,000 คิดเป็นร้อยละ 15 – 16
ขณะที่บ้านเรือนประชาชนนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบจำนวนที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังเกิดอุทกภัยขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร, น้ำดื่ม และการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ นอกจากนี้หากมีผู้สนใจจะบริจาคอาหารแห้ง น้ำดื่ม หรือ นมผงสำหรับเด็ก สามารถนำมาบริจาคได้ตลอดเวลาที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม รวมถึงที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอของจังหวัดนครพนม
น้ำท่วมร้อยเอ็ด1ม.กระทบเกือบ3พันคนคาด10วันปกติ
นายสรวุฒิ ปาลวัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ที่จ.ร้อยเอ็ด กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม หนักสุดที่อ.เสลภูมิ ใน 3 ตำบล ประกอบด้วยต.นาแซง, ศรีวิลัย และ วังหลวง รวมทั้งสิ้น 12 หมู่บ้าน วัดระดับน้ำสูงสุด 1 เมตร โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมน้ำยัง จากการสำรวจพบมีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 2,700 คน แบ่งเป็นชาวบ้าน 2,300 คน และเจ้าหน้าที่ 400 คน คิดเป็นประมาณ 800 ครัวเรือน เบื้องต้น จังหวัดได้ประกาศให้อ.เสลภูมิ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ(อุทกภัย)แล้ว พร้อมทั้งยังได้ตั้งศูนย์พักพิง 2 จุด เพื่อรองรับผู้ประสบอุทกภัยแต่ก็พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ยอมออกจากบ้าน ขณะที่ อ.โพนทอง ใน ต.โนนชัยศรี ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน แต่มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบเล็กน้อย ประมาณ 6 หลัง วัดระดับสูงสุดได้ 1 เมตร
ทั้งนี้จากการประเมินคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ภายใน 7 – 10 วัน สถานการณ์จึงจะคลี่คลายจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยวันนี้จะมีการหารือว่าจะมีการประกาศปิดโรงเรียนใดบ้างและจะปิดไปนานกี่วัน
อย่างไรก็ตาม ทางนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่โดยเฉพาะ เด็ก ผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ รวมถึงสั่งให้ระวังโรคภัยที่มากับน้ำ ซึ่งขณะนี้สิ่งที่จังหวัดต้องการคืออาหารแห้งและน้ำดื่มสะอาด เนื่องจากหากสถานการณ์น้ำท่วมยังยืดเยื้อ ก็จะยิ่งทำให้สิ่งของต่างๆ ขาดแคลน โดยปัจจุบันพบว่ามีหลายภาคส่วนได้สนับสนุนเข้ามาช่วยเหลือแล้ว
ที่มา… INN