หนึ่งเดียวในสยาม! ทับหลัง ‘หลวงพ่อฉาย’ อายุพันปีที่วัดพระแก้ว

‘หลวงพ่อฉาย’ วัดพระแก้ว อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท พระพุทธรูปที่มีทับหลัง หนึ่งเดียวในสยาม

วันที่ 31 กรกฎาคม 60 ผู้สื่อข่าว MThaiNews รายงานว่าที่วัดพระแก้ว หมู่ที่10 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท มีพระพุทธรูปแกะสลักจากหินศิลาแลงประจำวัด ที่มีอายุกว่า 800 ปี ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อฉาย” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่น่าสนใจ เพราะมีความแตกต่าง กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆในประเทศ คือเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่มี “ทับหลัง” ติดแปะเอาไว้ด้านหลังของ “หลวงพ่อฉาย”

โดยพระครูวิจิตร ชยาทร เจ้าอาวาส วัดพระแก้ว เปิดเผยว่าทับหลังชิ้นนี้แกะรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนบนสุดเป็นรูปพระอินทร์หรือพระศิวะกำลังหลั่งน้ำมนต์มีทางน้ำมนต์ไหลถึงตัวช้างที่นอนหงายบนแท่น สันนิษฐานว่าในยุคสมัยที่อาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง คงจะมีผู้นำวัตถุโบราณชิ้นนี้มาจากซุ้มประตูเทวาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งในอาณาจักรขอมหรือประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน และได้นำมาแกะเป็นพระพุทธรูป แต่ได้หงายเศียรช้างเอางวงขึ้นด้านบน เพื่อเป็นการทิ้งปริศนาธรรมของคนโบราณว่า “ผู้ใดต้องการความสำเร็จสูงสุดดังเช่นพระสัมมาสัทพุทธเจ้า จะต้องรู้จักฝึกหัดปฏิบัติตนทวนกระแสแห่งกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง”

ซึ่งหลวงพ่อฉายประดิษฐานอยู่ในมณฑปหลังใหญ่ในวัดพระแก้ว เปิดให้พุทธศานิกชนเข้าสักการะ กราบขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเข้าชมความงดงามน่าอัศจรรย์ของ ‘หลวงพ่อฉาย พระพุทธรูปที่มีทับหลัง หนึ่งเดียวในสยาม’ ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 น.

นครพนมเร่งระบายน้ำลงแม่โขง – ร้อยเอ็ดกระทบปชช.แล้วเกือบ 3 พันคน

มวลน้ำจาก จ.สกลนคร หลากเข้า จ.นครพนม เร่งระบายลงแม่น้ำโขง คาดไม่เกิน 1 สัปดาห์คลี่คลาย ทางด้าน จ.ร้อยเอ็ด น้ำสูง 1 เมตร กระทบ ปชช. แล้ว เกือบ 3 พันคน

นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้มวลน้ำจากจ.สกลนคร ได้ไหลเข้าท่วม อ.วังยาง และ นาแก วัดระดับสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามประตูระบายน้ำต่างๆ สำหรับเร่งระบายมวลน้ำจากหนองหาร มาทางลุ่มน้ำก่ำ ต่อไปลงที่แม่น้ำโขง เพื่อย่นระยะเวลาไม่ให้น้ำท่วมขังนาน 2 – 3 สัปดาห์

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนในการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำด้วย โดยหลังจากดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ รวมถึงเครื่องสูบน้ำแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.นครพนม ปัจจุบันพบ 11 อำเภอ จาก 12 อำเภอ ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครพนม, ปลาปาก, ท่าอุเทน, ธาตุพนม, เรณูนคร, นาแก, ศรีสงคราม, นาหว้า, โพนสวรรค์, นาทม และ วังยาง หนักสุด 5 อำเภอ คือ อ.นาแก, วังยาง, นาหว้า, ศรีสงคราม และ เรณูนคร(บางส่วน) ซึ่งวันนี้จะมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ(อุทกภัย) สำหรับนำงบประมาณมาช่วยเหลือ ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น พบมีพื้นที่การเกษตรใน 11 อำเภอ ได้รับผลกระทบแล้ว 180,000 ไร่ จากจำนวนทั้งหมดทั้งจังหวัด 1,300,000 คิดเป็นร้อยละ 15 – 16

ขณะที่บ้านเรือนประชาชนนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบจำนวนที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังเกิดอุทกภัยขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร, น้ำดื่ม และการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ นอกจากนี้หากมีผู้สนใจจะบริจาคอาหารแห้ง น้ำดื่ม หรือ นมผงสำหรับเด็ก สามารถนำมาบริจาคได้ตลอดเวลาที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม รวมถึงที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอของจังหวัดนครพนม

น้ำท่วมร้อยเอ็ด1ม.กระทบเกือบ3พันคนคาด10วันปกติ

นายสรวุฒิ ปาลวัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ที่จ.ร้อยเอ็ด กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม หนักสุดที่อ.เสลภูมิ ใน 3 ตำบล ประกอบด้วยต.นาแซง, ศรีวิลัย และ วังหลวง รวมทั้งสิ้น 12 หมู่บ้าน วัดระดับน้ำสูงสุด 1 เมตร โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมน้ำยัง จากการสำรวจพบมีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 2,700 คน แบ่งเป็นชาวบ้าน 2,300 คน และเจ้าหน้าที่ 400 คน คิดเป็นประมาณ 800 ครัวเรือน เบื้องต้น จังหวัดได้ประกาศให้อ.เสลภูมิ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ(อุทกภัย)แล้ว พร้อมทั้งยังได้ตั้งศูนย์พักพิง 2 จุด เพื่อรองรับผู้ประสบอุทกภัยแต่ก็พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ยอมออกจากบ้าน ขณะที่ อ.โพนทอง ใน ต.โนนชัยศรี ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน แต่มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบเล็กน้อย ประมาณ 6 หลัง วัดระดับสูงสุดได้ 1 เมตร

ทั้งนี้จากการประเมินคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ภายใน 7 – 10 วัน สถานการณ์จึงจะคลี่คลายจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยวันนี้จะมีการหารือว่าจะมีการประกาศปิดโรงเรียนใดบ้างและจะปิดไปนานกี่วัน

อย่างไรก็ตาม ทางนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่โดยเฉพาะ เด็ก ผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ รวมถึงสั่งให้ระวังโรคภัยที่มากับน้ำ ซึ่งขณะนี้สิ่งที่จังหวัดต้องการคืออาหารแห้งและน้ำดื่มสะอาด เนื่องจากหากสถานการณ์น้ำท่วมยังยืดเยื้อ ก็จะยิ่งทำให้สิ่งของต่างๆ ขาดแคลน โดยปัจจุบันพบว่ามีหลายภาคส่วนได้สนับสนุนเข้ามาช่วยเหลือแล้ว

ที่มา… INN

เตรียมพร้อม! คาดวันนี้น้ำจากหล่มสักไหลเข้าเมืองเพชรบูรณ์

ระดับน้ำป่าสักใน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต เริ่มล้นพนังกั้นน้ำเข้าท่วมในชุมชนในเมืองเทศบาลเมืองหล่มสัก คาดวันนี้มวลน้ำไหลเข้าเมืองเพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำป่าสักใน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยปริมาณน้ำเริ่มไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้ประชาชนส่วนใหญ่เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมตามแจ้งเตือนของจังหวัด แต่ก็กั้นไม่อยู่

ส่วนระดับน้ำในพื้นที่ ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ขณะนี้ยังมีปริมาณสูง ไม่ต่างไปจากช่วงเช้า โดยน้ำป่าสักยังไหลเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้จังหวัดจะประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า แต่ประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำป่าสักที่ไม่มีพนังกั้นน้ำ บอกว่า น้ำรอบนี้มีปริมาณมากกว่าทุกปี

จากการวัดระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่พบว่ามีความสูงอยู่ที่ 50-100 เซนติเมตร นอกจากนี้ สำนักชลประทานที่ 10 จังหวัดเพชรบูรณ์ ขึ้นธงแดง ประกาศสถานการณ์ระดับน้ำป่าสักเข้าขั้นวิกฤติ และเริ่มล้นพนังกั้นน้ำเข้าท่วมในชุมชนในเมืองเทศบาลเมืองหล่มสัก ขณะที่สี่แยกร่องไผ่จุดรับน้ำจากตำบลตาลเดี่ยว น้ำไหลเข้าท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ส่งผลให้รถจักรยานยนต์และรถขนาดเล็กสัญจรลำบาก