คดีประวัติศาสตร์! สั่งจำคุก “พล.ท.มนัส” 27 ปี – “โกโต้ง” คุก 75 ปี ยกฟ้อง 40 ราย

อ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา มาราธอนกว่า 13 ชั่วโมง สั่งจำคุก “พล.ท.มนัส” 27 ปี- “โกโต้ง” คุก 75 ปี ยกฟ้อง 40 ราย

ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษา ในคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ตั้งแต่เวลา 08.40 น. – 21.48 น. นานกว่า 13 ชั่วโมง เพราะคดีนี้ จำเลยมีจำนวนมากถึง 103 คน คำพิพากษา มีความหนาถึง 550 หน้า โดยศาลได้อ่านพฤติการณ์ของจำเลยทุกคน รวมถึงความผิดจำเลยแต่ละคนด้วย และมีการพักการพิจารณาคดีถึง 2 ครั้ง ในช่วงพักเที่ยง และ ช่วง 6 โมงเย็น เพื่อให้จำเลยได้พักรับประทานอาหาร คดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลย 103 คนประกอบด้วยผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น 7 รายเจ้าพนักงานปกครอง 2 รายราชการตำรวจ 4 ราย ข้าราชการทหาร 2 รายและพยาบาลวิชาชีพ 1 ราย

ในความผิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์โดยศาลได้ดำเนินกระบวนการพิจารณาผ่านล่ามภาษาโรฮีนจา เบงกาลี และภาษาเมียนมาร์ สำหรับจำเลยที่ไม่เข้าใจภาษาไทย และในระหว่างพิจารณาคดีจำเลย 1 รายที่ป่วยด้วยโรคร้ายถึงแก่ความตายและศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยดังกล่าวไปก่อนแล้ว

โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์ ของจำเลยในกลุ่มที่ มีความผิด สั่งลงโทษจำคุก จำเลย 62 ราย ในฐานความผิดต่างกัน อาทิ เป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติสมคบและร่วมกันค้ามนุษย์, นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร, รับและให้ที่พักแก่คนต่างด้าว, ความผิดต่อเสรีภาพและ เรียกค่าไถ่ เป็นต้น

ซึ่งจำเลย สำคัญของคดีนี้ และเป็นที่สนใจของสังคม นั่นคือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีต ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยกที่ 1 ระนอง จำเลยที่ 54 ศาลสั่งจำคุก รวม 27 ปี ส่วน นายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ. สตูล จำเลยที่ 29 ศาลสั่งจำคุกรวม 75 ปี และ นายบรรจง หรือจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ ศาลสั่งจำคุก 78 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.91(3) กำหนดโทษให้ลงโทษจำคุกจำเลย มีกำหนด 50 ปี

นอกจากนี้ ศาลสั่งยกฟ้อง จำเลย 40 คน แต่ให้ขังจำเลยไว้ 28 รายระหว่างอุทธรณ์ และศาลสั่งให้จำเลยที่วินิจฉัยว่า มีความผิดฐานค้ามนุษย์ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายชาวโรฮีนจา 58 ราย รวม กว่า 4.4 ล้านบาท นายชัชวร เปียกลิ่น ทนายความดาบตำรวจอัศณีย์รัญ นวลรอด จำเลยที่ 7 กล่าวว่าลูกความของตนเป็นตำรวจ ศาลมีคำพิพากษาให้มีความผิดในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้จำคุก 4 ปี ก็ถือว่าโทษไม่สูงมาก ส่วนข้อหาอื่นยกฟ้อง จำเลยก็พอใจคำตัดสินของศาล และเข้าใจว่าญาติคงขอยื่นประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ แต่ศาลจะพิจารณาหรือไม่นั้นก็เป็นดุลยพินิจ

เณรคำถึงไทยแล้ว! ตอนนี้ถูกคุมตัวไว้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายวิรพล สุขผล หรือเณรคำ จากสนามบินก่อนส่งตัวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษคุมขัง

วันนี้ (19 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ นายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ อดีตประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาในความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปบิดา มารดา หรือ ผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี / และอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี /

ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ / ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน / และฐานฟอกเงิน ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวจากสนามบิน จากนั้นทำการบันทึกประวัติอาชญากร ก่อนส่งตัวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอคุมขัง

คลิกอ่าน >>> ย้อนรอยคดีฉาว ‘เณรคำ’ จาก พระสงฆ์ สู่ ผู้ร้ายข้ามแดน 

ศาลระบุ “พล.ท.มนัส คงแป้น” เอี่ยวค้ามนุษย์ พบมีเงินรับโอนเข้า 2 ปี 14 ล้าน

ศาลระบุ “พล.ท.มนัส คงแป้น” เอี่ยวค้ามนุษย์ พบมีเงินการรับโอนเข้าบัญชี 2 ปี 14 ล้าน

ผ่านมาแล้วกว่า 10 ชั่วโมง กับการที่องค์คณะผู้พิพากษาแผนกคดีค้ามนุษย์ อ่านคำพิพากษา คดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ซึ่งภายหลังจากศาลอ่านคำพิพากษาต่อ โดยพิเคราะห์ถึงความผิดของนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ. สตูล จำเลยที่ 29 ซึ่งฝ่ายโจทก์ มีชาวโรฮีนจา ผู้เสียหาย เบิกความว่า โกโต้ง ทำหน้าที่รับแรงงานชาวโรฮีนจา จากทะเลมาขึ้นฝั่งที่ จ.สตูล ก่อนนำแรงงานทั้งหมดไปพักไว้แคมป์คนงานเพื่อรอเวลาส่งตัวแรงงานหมดไปประเทศมาเลเซีย จากการคำเบิกความพยานที่สอดคล้องกัน ซึ่งรายละเอียดนั้นยากต่อการปั้นแต่ง โดยข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 29 ก็ไม่มีน้ำหนักที่จะหักล้างพยานโจทก์

สำหรับ พล.ท.มนัส คงแป้น จำเลยที่ 54 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยกที่ 1 ระนอง เห็นว่ามีหน้าที่ผลักดันแนงงานต่างด้าวชาวโรฮีนจา ออกนอกประเทศ ขณะที่ในการค้นบ้านพัก นางอรปภา จันทร์พ่วง จำเลยที่ 65 และ นางสาวศิริพร หรือแมว อุดมฤกษ์ จำเลยที่ 82 ก็พบหลักฐานเกี่ยวสลิปการโอนเงิน ซึ่งเชื่อมโยงบัญชี พล.ท.มนัส

ซึ่งพยานหลักฐานโจทก์ ปรากฏว่ามีการรับโอนเงิน ถึง 65 ครั้ง รวม 14,850,000 บาท ช่วงปี 2555-2556 ซึ่งจำเลยไม่มีพยานหลักฐานเป็นเอกสารชัดเจน ของการรับโอนเงินดังกล่าว การกระทำนั้นจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ฯและมีส่วนร่วมเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

อย่างไรก็ตาม องค์คณะผู้พิพากษา ได้พักการพิจารณา อีกรอบเมื่อเวลา 18.30 น. เพื่อให้จำเลย ได้รับประทานอาหารเย็น ก่อนที่จะนัดอ่านคำพิพากษาต่อ ไปให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้