ดีเอสไอพร้อม รับตัวเณรคำ เตรียมแจ้งข้อหาทันทีหากมาถึง

ดีเอสไอเตรียมพร้อมรับตัวเณรคำ จัดพื้นที่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ พร้อมเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทันทีหากมาถึง

บรรยากาศที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมรับตัว นายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ อดีตประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาในความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปบิดา มารดา หรือ ผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี / และอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี / ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ / ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน / และฐานฟอกเงิน

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำแผงรั้วเหล็กกั้นสองฝั่งประตูทางเข้ากรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เป็นพื้นที่ให้สื่อมวลชนทำการบันทึกภาพ ขณะคุมตัวมา ซึ่งเมื่อ นายวิรพล หรือ อดีตพระเณรคำ มาถึงดีเอสไอ เจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปยังห้องประชุม ชั้น 1 เพื่อทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา ประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่จากสำนักพระพุทธศาสนา ได้ทยอยเดินทางมารอร่วมสอบปากคำ นายวิรพล หรือ เณรคำ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย

จับไอ้ปุ้มปุ้ย ขืนใจสาวในรพ.หนองคาย สารภาพด้วยสีหน้าเรียบเฉย

จับไอ้ปุ้มปุ้ย ขืนใจสาวใน รพ.หนองคาย ตร.คุมตัวสอบเครียด สารภาพสีหน้าเรียบเฉย รับก่อเหตุจริง

ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย สั่งการให้ พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรอรับตัว นายปุ้มปุ้ย อายุ 23 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุขืนใจและทำร้ายร่างกายผู้ช่วยพยาบาลสาววัย 25 ปี

บริเวณด้านข้างโรงซักรีดภายในโรงพยาบาลหนองคาย เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 16 ก.ค.60 ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยประสานทางการลาว จับกุมตัวได้ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ต่อมาเจ้าหน้าที่จาก สปป.ลาว ได้นำ นายปุ้มปุ้ย มาทำการสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย โดย มีผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย ทำการสอบสวนด้วยตนเอง ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายปุ้มปุ้ย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุภายในโรงพยาบาลหนองคาย ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำตัวไปทำแผน นายปุ้มปุ้ยมีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมยอมรับว่าได้ลงมือก่อเหตุข่มขืนผู้เสียหายจริง โดยใช้อาวุธมีดบังคับ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป สปป.ลาว

สำหรับข้อมูลของนายปุ้มปุ้ยทราบว่ามีพ่อเป็นคนไทย และมีแม่เป็นชาว สปป.ลาว พักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง ชอบดื่มสุราขาว เวลาเมาก็จะหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว เคยก่อเหตุขอเงินจากผู้สูงอายุที่มาออกกำลังกายตอนเช้าเพื่อไปซื้อเหล้ามากิน แต่ไม่ได้จึงทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บและเสียชีวิต ถูกจับเข้าเรือนจำได้ 4 เดือน แล้วปล่อยออกมาเนื่องจากเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่ามีอาการทางจิต จากนั้นได้ก่อเหตุข่มขืนหญิงมีอายุคนหนึ่งขณะออกไปหาปูตามทุ่งนาจนกระทั่งล่าสุดมาก่อเหตุกับผู้ช่วยเหลือคนไข้ของโรงพยาบาลหนองคาย

ภรรยาเณรคำอโหสิกรรมให้ วอนรับผิดชอบลูก เผยลำบากมาก

ภรรยาเณรคำอโหสิกรรมให้ วอนรับผิดชอบลูก เผยลำบากมาก ทั้งยังเกรงอันตรายจากอิทธิพลของผู้ต้องหา

ที่บ้านโนนจาน ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางหญิง (นามสมมุติ) ภรรยาของนายวิระพล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พบเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองศรีสะเกษ มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้นางหญิง หลังมีข่าวว่า อดีตหลวงปู่เณรคำจะถูกดีเอสไอและอัยการนำตัวมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ด้าน เจ้าหน้าที่ ตร.นายหนึ่งกล่าวว่า ตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาดูแลความปลอดภัยให้กับนางหญิง ซึ่งก่อนหน้านี้ นางหญิงเคยไปขอรับการคุ้มครองพยาน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยหลังจากที่ได้เปิดเผย เรื่องที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตหลวงปู่เณรคำออกไป กระทั่งมีลูกชายด้วยกัน 1 คน และดีเอสไอได้เข้ามาดำเนินคดีกับเณรคำ ทำให้เณรคำต้องหลบหนีคดีไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่ง ตร.สภ.เมืองศรีสะเกษ มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยนางหญิงอย่างเข้มงวด เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก

ด้าน นางหญิง กล่าวว่า หลังมีข่าวว่าเณรคำจะถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ทนายความจาก จ.ร้อยเอ็ด ที่เคยให้การช่วยเหลือตนได้เข้ามาพูดคุย ส่วนตัวไม่ได้มีความรู้สึกอะไร เพราะไม่อยากติดใจเอาความ โดยได้อโหสิกรรมให้เณรคำไปหมดแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรม เหลือเพียงที่ยังติดใจอยู่ก็คือ เรื่องลูกอย่างเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้อยากให้เณรคำมารับผิดชอบลูก เพราะรายได้จากการขายของเล็กๆ น้อยๆ มีกำไรไม่มากนัก ทำให้ตนได้รับความลำบากมากในการหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว นอกจากนี้ยังห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากว่าเกรงกลัวอิทธิพลของเณรคำ แต่ตนได้ระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่