ตำรวจแจงขั้นตอน ขอผู้ร้ายข้ามแดน “บอส-วรยุทธ” คดีขับรถชนตำรวจท่องหล่อ

ตำรวจแจงขั้นตอนขอผู้ร้ายข้ามแดน “บอส-วรยุทธ” คดีขับรถชนตำรวจท่องหล่อ พร้อมประสาน 190 ประเทศช่วยติดตามตัว

จากกรณี นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เร่งรัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ส่งเอกสารประกอบคำร้องขอผู้ร้ายข้ามเเดน กรณีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2555 มาให้อัยการฯ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังไม่มีคำขอส่งมา และการประชุมร่วมกันที่ผ่านมาได้พูดชัดเจนว่าให้ทำคำขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดนส่งมา เเต่ปัจจุบันนี้คำขอยังไม่มาแต่อย่างใด ส่วนจะติดขั้นตอนไหนไม่ทราบ เป็นเรื่องภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้

ล่าสุด ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 17 กรกฎาคม มีรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า ในขั้นตอนส่งคำร้องขอผู้ร้ายข้ามแดนของ นายวรยุทธ นั้น อันดับแรกเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หรือ ตำรวจ สน.ทองหล่อ พื้นที่รับผิดชอบทำสำนวนคดี โดยต้องแปลเอกสารสำนวนคดีเป็นภาษาอังกฤษ แล้วส่งมาให้กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจดูรายละเอียดว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่

ซึ่งเอกสารไม่ได้มีอะไรมากมาย หลัก ๆ คือสำนวนการสืบสวนสอบสวน เมื่อกองการต่างประเทศตรวจเสร็จแล้วก็จะส่งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พิจารณาเซ็นรับรองคำร้องเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อส่งให้อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ดำเนินการในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ที่ บช.น. หรือ สน.ทองหล่อ

ส่วนการติดตามตัวนายวรยุทธ เป็นขั้นตอนหลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งคำร้องผู้ร้ายข้ามแดนให้ทางอธิบดีอัยการฯ จากนั้นก็จะต้องดำเนินการติดตามจับกุม โดยเบื้องต้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สืบเสาะหาแหล่งที่อยู่ของผู้ต้องหาควบคู่กันไป โดยส่งหนังสือขอความร่วมมือกับ 190 ประเทศ ให้ช่วยติดตาม แต่ยังไม่มีประเทศแจ้งกลับมา คาดว่าอาจจะติดปัญหาที่นายวรยุทธ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือมีหนังสือเดินทางหลายเล่มทำให้อาจจะติดตามตัวยาก

ผบช.ภ.4 สั่งตั้งกรรมการสอบ ตำรวจเขาสวนกวาง หลังผู้ต้องหาหนีขณะไปศาล

ผบช.ภ.4 สั่งตั้งกรรมการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาสวนกวาง กรณีผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีขณะควบคุมตัวนำส่งศาล จ.ขอนแก่น

ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานเกิดเหตุผู้ต้องหาหลบหนีการควบคุมตัว ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ทำการควบคุมผู้ต้องหาส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น

โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ได้รายงานว่า พนักงานสอบสวนพร้อมพลขับ นำรถตู้ สภ.เขาสวนกวาง หมายทะเบียน ฮภ- 2247 กรุงเทพมหานคร ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีต่าง ๆ ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น วันนี้รวมทั้งหมด 7 ราย โดย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ควบคุมตัวมา โดยขณะเกิดเหตุนั้นมีผู้ต้องหาที่หลบหนีไป 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญ มีของกลางจำนวนมาก และมีโทษสูง หลังเกิดเหตุตามจับได้แล้ว 1 ราย เหลืออีก 1 ราย ที่ยังคงหลบหนี

“ขณะนี้ยังไม่ถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความบกพร่อง เพราะมีการใส่กุญแจมือผู้ต้องหาทุกราย แต่ในรายที่หลบหนีนั้นอาจจะมีการวางแผนสะเดาะกุญแจมือ เพื่อหลบหนี เพราะช่วงที่ผู้ต้องหาหลบหนีนั้น เป็นช่วงที่รถตู้เข้าไปในพื้นที่ศาลแล้ว และอยู่ช่วงรถตู้ชะลอความเร็ว เพื่อเลี้ยวเข้าลานจอดรถ ผู้ต้องหาจึงอาศัยช่วงดังกล่าวหลบหนี”

ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น เพื่อทราบข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้นั้น เพราะการพันธนาการที่ไม่ดี หรือเพราะจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจน้อยกว่าผู้ต้องหา ซึ่งต้องให้กรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในทุกกรณี เพื่อจะได้แก้ไข และเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างกับผู้ต้องหารายอื่นได้เลียนแบบอีกต่อไป และหากผลการสอบสวนแล้ว พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความบกพร่องในหน้าที่ก็จะมีความผิดทางวินัย

วิจารณ์ยับ!! หนุ่มโพสต์ภาพสังสรรค์ เปิดวงเหล้าในร้านแมคโดนัล

วิจารณ์ยับ!! หนุ่มโพสต์ภาพสังสรรค์ ซึ่งมีเครื่องดื่มมึนเมาในร้านอาหารดัง ชาวเน็ตลั่นไม่เหมาะสม

ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล เมื่อแฟนเพจ Social Hunter ได้แชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง พร้อมกับระบุข้อความว่า

“แบบนี้ก็ได้หราวะ อันนี้กูไม่รู้จริงๆนะ ไม่รู้ว่ากินเหล้าในร้าน แมค ได้ไหม๊ ???? ปกติกูเห็น เด็กๆนักเรียนบ้าง ผู้ปกครองบ้าง วัยรุ่นติวหนังสือบ้าง ในร้านแมค !!! กูเพิ่งเห็นนี่ละ แดกเหล้าในร้านแมค แล้วอัพตัสโชว์ มันเม่ห์มากลวกเพ่ !!ลาก่อยยน !!!! #ปรายฟ้า”

ภายหลังจากการแพร่ภาพบรรดาชาวเน็ตก็ต่างให้ความสนใจ เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์คนกลุ่มนี้ในทางลบกันอย่างต่อเนื่อง บางรายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า จากประสบการณ์ที่เคยทำงานในแมคโดนัล (ในสวีเดน) มีกฏระเบียบชัดเจน ห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน และห้ามดื่มแอลกอฮอล์ภายในและภายนอกบริเวณร้านเด็ดขาด (ยกเว้นพวกเบียร์อ่อน ที่ใว้ใช้ดื่มแทนน้ำเวลาทานอาหาร และแอลกอฮอล์ เพียงแค่ ไม่เกิน 2.2%)  เห็นใจพนักงานต้องมาคอยรับบริการลูกค้าประเภทนี้”

ล่าสุดทางร้านอาหารแมคโดนัล แจ้งมาว่า “กรณีนี้ทางร้านได้โทรเรียกตำรวจ เพื่อให้มาที่ร้านเพราะคืนนั้นมันดึกมากแล้ว พนักงานมีแค่ 3-4 คน กลุ่มที่มากินมากันเป็นกลุ่มใหญ่ๆแถมพากันเมาอีกด้วย  ทำให้ลูกค้ามองสาขาของเราในทางที่ไม่ดี”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Social Hunter