ตะลึง!! คอนแทคเลนส์ 27 ชิ้น ติดอยู่ในดวงตาผู้ป่วย

ตะลึง!! ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษพบคอนแทคเลนส์ จำนวน 27 ชิ้น ติดในดวงตาผู้ป่วยขณะผ่าตัดต้อกระจก 

วันนี้ (17 ก.ค. 60)สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า หญิงสาวรายหนึ่งอายุ 67 ปี เข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ แต่จู่ๆ ก็เกิดเรื่องที่น่าประหลาดใจขึ้น เมื่อศัลยแพทย์ชาวอังกฤษได้ทำการตรวจ และพบว่ามีคอนแทคเลนส์จำนวน 27 ชิ้น ติดอยู่ที่ตาของผู้ป่วย

ทั้งนี้ด้านศัลยแพทย์อังกฤษ ได้อธิบายว่าเป็นคอนแทคเลนส์ชนิด “blueish mass” ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายที่ตาแห้งและทรมานมากในวัยชรา สื่ออังกฤษรายงานหลังจากได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้

โดยพบคอนแทคเลนส์ชุดแรก 17 ชนิด “ถูกมัดรวมกันด้วยน้ำมูก” ก่อนตรวจสอบอีกครั้งพบเลนส์อีกชุดจำนวน 10 ดวงติดอยู่ในตา

สำหรับ “Rupal Morjaria” ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาฝึกหัดที่โรงพยาบาล Solihull ใกล้เบอร์มิงแฮม กล่าวว่า “ไม่มีใครเคยเห็นเคสมาก่อน” เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเลนส์มีขนาดใหญ่มากและสามารถอยู่รวมกันได้ถึง 27  แถมผู้ป่วยก็ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย รู้แค่อย่างเดียวว่าตนระคายเคืองมาก

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบตารางการเข้านัดรักษาของผู้ป่วย ซึ่งเธอไม่ได้เข้ารับการรักษาตามนัด การผ่าตัดของเธอจึงเลื่อนออกไป แพทย์เลยเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการเกิดโรค “endophthalmitis” และการอักเสบของภายในตาเพิ่มขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : CNA/am , channelnewsasia

เจ้าสาวโวย! จ้างออร์แกไนซ์จัดงานแต่ง 6 หมื่น แต่งานออกมาเหมือน 5 พัน

เจ้าสาวโวย! จ้างออร์แกไนซ์จัดงานแต่ง 68,000 บาท แต่งานออกมาเหมือน 5,000 บาท แถมไม่รับผิดชอบ

เรียกว่ากำลังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้เลยก็ว่าได้ หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์แชร์ประสบการณ์การจ้างออร์แกไนซ์จัดงานแต่งงาน ที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน โดยมีค่าจ้างสูงถึง 68,000 บาท แต่งานที่ได้ออกมาเหมือน 5,000 บาท แถมไม่รับผิดชอบ ขอคืนเงินก็ไม่ได้ ซึ่งตนเองไม่ได้ต้องการให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่ไม่อยากให้ไปทำกับคู่บ่าวสาวคู่อื่นอีก เพราะงานแบบนี้มันมีครั้งเดียวในชีวิต โดยระบุว่า…

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ต่างให้กำลังใจบ่าวสาว เนื่องจากงานแต่งงานคืองานในฝันของใครหลายคน และเป็นครั้งเดียวในชีวิต ออร์แกไนซ์ไม่น่าทำแบบนี้ ไม่มีจรรยาบรรณวิชาชีพเลย ขณะที่อีกด้านบอกให้รอฟังความจากฝ่ายออร์แกไนซ์ก่อน อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน

‘My Mate Nate’ แจงปมวางเหรียญรางรถไฟ พร้อมขอโทษสังคม

“เนท”  My Mate Nate แจงปมวางเหรียญรางรถไฟ กับการรถไฟฯ  พร้อมขอโทษสังคม

จากกรณีที่ MyMateNate หรือ “เนท” ยูทูปเบอร์ ชาวอเมริกันที่เผยแพร่คลิปวิดีโอ “การนำเหรียญของแต่ละประเทศ มาวางบนรางรถไฟ เพื่อดูว่าเหรียญของประเทศไหนจะมีความทนมากกว่ากัน!! ” จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเพจ ทีมนั่งรถไฟ กับนายแฮมมึน ที่ได้ออกมาเผยว่า การกระทำของ “เนท” เป็นการกระทำที่อันตราย และอาจจะนำไปสู่อุบัติเหตุได้ อีกทั้งมีความผิดตามกฎหมายไทยทั้งทางแพ่งและอาญา

ล่าสุด วันนี้(17 ก.ค. 60) ที่สำนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย เนท MyMateNate ได้เดินทางมาเข้าพบนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และพล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.รฟ. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงถึงกรณีดังกล่าว

โดยนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทาง นายเมตเนทมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย โดยเป็นบริษัทที่ทำสื่อโฆษณาเผยแพร่ทางยูทูป ซึ่งเหตุดังกล่าวได้มีการถ่ายทำวันที่ 12 ก.ค. 60 และมีการลบข้อมูลภายหลังถูกชาวเน็ตวิวากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงเช้าของวันที่ 14 ก.ค.60 ภายหลังทางการรถไฟฯได้รับเรื่องดังกล่าวทางผู้ว่าการรถไฟฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทราบว่าที่เกิดเหตุเป็นช่วงบริเวณระหว่างสถานีบ้านทับช้างและลาดกระบัง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ สน.ประเวศ เบื้องต้นได้มีการแจ้งความไว้แล้ว

โดยจะดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 ซึ่งกล่าวว่า ผู้หนึ่งผู้ใดมิได้รับอนุญาตจะไม่สามารถเข้ามากระทำการใดๆ ในเขตของการรถไฟฯ ถือเป็นความผิดฐานลหุโทษ มาตรา 84 และ 87 และ ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ทางด้านเนท MyMateNate กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษสังคม ยืนยันพร้อมปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น โดยจะใช้สื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ และจะทำคลิปในเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสร้าง_าพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย

ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวขณะที่นายเมตเนทกำลังขึ้นรถเดินทางกลับได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. เรียกตัวเพื่อตรวจสอบเอกสารการเข้าประเทศ โดยเจ้าหน้านำตัวนายเมตเนทไปพูดคุยภายในห้องของของสำนักงานการรถไฟฯโดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมรับฟัง ก่อนทางเจ้าหน้าตำรวจจะเชิญตัวนายเมตเนทไปสอบสวนที่ ตม. ต่อไป

ส่วนกรณีที่กระแสโซเชียลมีการล่ารายชื่อผลักดันให้กลับประเทศบ้านเกิดนายนาธาน ยอมรับว่าเสียใจเพราะตนเองก็ทำคลิปวิดีโอที่ให้แง่คิดและเตือนสติกับสังคมไทยกว่า 450 คลิป แต่เมื่อพลาด 2 ครั้ง กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนทำให้ตอนนี้ไม่กล้าออกจากบ้าน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย พร้อมกันนี้ยืนยันว่าตนเองมีวีซ่าอยู่ในประเทศไทยและเป็นพนักงานของบริษัทมายเมตเนทสตูดิโอ จำกัด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย