สะเทือนใจ! สุนัขเฝ้าเจ้าของที่ผูกคอตาย ไม่ยอมให้ย้ายศพ

สะเทือนใจ! สุนัขพันธุ์ไทยนอนเฝ้าศพเจ้าของที่ผูกคอตาย ไม่ยอมให้เคลื่อนย้ายศพ

วันนี้(30 ก.ค.) เวลา 11.30 น.  ร.ต.ท.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์ รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย มูลนิธิพุทไธสวรรย์ พบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิจะเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้ ชื่อเจ้าเดช เห่าเสียงดังจะเข้ากัดเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้เข้าใกล้บ้าน ต้องให้ญาติของผู้เสียชีวิตช่วยกันกั้นเจ้าเดช และจับเอาไว้ จึงเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านได้

จากการตรวจสอบ ภายในห้องนอนพบศพนายไพฑูรย์ คมกรด อายุ 34ปี ใช้เชือกไนลอนผูกคอกับขื่อบ้านเสียชีวิตสภาพศพสภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ในบ้านพบข้าวของภายในบ้านกระจัดกระจายล้มระเนระนาดไปทั่วบ้าน

นางวิชชุดา เชาว์ติกานนท์ อายุ 43 ปี ภรรยาของผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ในโรงงาน เพิ่งออกจากงานมาได้ประมาณ 1 เดือน อยู่ด้วยกันมาได้ 8 ปีกว่า ระยะหลังผู้ตายจะหึงหวงตนจนมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง บางครั้งลงมือทำร้ายตัวเอง จนเมื่อช่วงเช้าตนเองบอกว่าจะไปช่วยงานแต่งของญาติ ที่ ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ผู้ตายไม่ยอมให้ไปจนเกิดมีปากเสียงกันอีกบอกว่าถ้าไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก

จากนั้น ผู้ตายได้ทำลายข้าวของภายในบ้านจนกระจัดกระจาย ตนเองกลัวรีบหลบออกมาจากบ้าน มาอยู่กับเพื่อนบ้าน ได้โทรไปบอกกับพระปทุม คมกรด อายุ 80 ปี พระลูกวัดบ้านหว้า อ.บางปะอิน ซึ่งเป็นพ่อของผู้ตายให้มาช่วยเตือนสติ จนหลวงพ่อเดินทางมาถึงได้เข้าไปดูพบว่าสามีผูกคอเสียชีวิตแล้ว ส่วนเจ้าเดช เป็นสุนัข ที่สามีเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่เล็กๆ กินนอนอยู่ด้วยกันในบ้าน เจ้าเดชจะรักสามีของตนเองมากจะคอยตามตลอดเวลาเวลาที่ไปไหนมาไหน

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะมีความหึงหวงภรรยาและน้อยใจที่ภรรยาจะไปช่วยงาน จึงตัดสินใจผูกคอตนเองเสียชีวิต โดยหลังจากทำการตรวจสอบผู้เสียชีวิตภายในบ้านเสร็จจะเคลื่อนย้ายศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี เจ้าเดชพยายามจะเข้าไปในบ้านส่งเสียงเห่าอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมให้นำศพออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันเจ้าเดชเอาไว้ไม่ให้เข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ ภายหลังเคลื่อนย้ายศพออกไปเจ้าเดชมีอาการเศร้าซึมทันทีเป็นภาพความห่วงใยซื่อสัตย์ของเจ้าของเดชที่มาต่อผู้ตาย สร้างความหดหู่ต่อชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์

สถานการณ์น้ำท่วม ภาคเหนือ-อีสาน ยังวิกฤต!

หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสาน ยังคงเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม จากอิทธิพลพายุเซินกา โดยเฉพาะที่อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ บ้านเรือนชาวบ้านถูกน้ำพัดพังเสียหาย

ความแรงของกระแสน้ำที่ไหลผ่านบ้านกอก หมู่ 9 ตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้บ้านของ นางฐานิตา มาหอม ทรุดพังเสียหาย โดยเฉพาะพื้นบ้าน และผนังบ้านทรุดและแตกร้าว สาเหตุเนื่องจากน้ำมวลน้ำจากลำพังชู จังหวัดมหาสารคาม ไหลหลากเข้าท่วม

เจ้าของบ้าน เล่าว่า ได้เก็บของขึ้นที่สูง แต่ไม่คาดคิดว่าน้ำจากมาเร็วและแรง ทำให้ทรัพย์สิน โดยเฉพาะอุปกรณ์ตัดเย็บรองเท้าถูกกระแสน้ำพัดหายไป

ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องเร่งอพยพสิ่งของและย้ายไปพักอาศัยกับญาติชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ทางอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อรับเรื่องร้องเรียน อำนวยความสะดวกขนย้ายข้าวของและสัตว์เลี้ยง รวมถึงจัดหน่วยแพทย์ให้บริการตรวจรักษาผู้ประสบภัย

ส่วนที่จังหวัดหนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่แขวงการทาง นำสะพานเหล็กชั่วคราว เชื่อมต่อสะพานข้ามลำห้วยบ้านนาลาดควาย ตำบลหนองภัยศูนย์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู เชื่อมต่อไปยัง อำเภอนากลาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน หลังจากน้ำได้กัดเซาะทางเบี่ยง ทำให้รถไม่สามารถสัญจรได้ คาดว่าการติดตั้งจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ (30ก.ค.)และจะเปิดให้ประชาชนสัญจรได้ตามปกติ

จังหวัดชัยภูมิ ครูในโรงเรียนบ้านหนองผักแว่น อำเภอบำเหน็จณรงค์ ช่วยกันขนอุปกรณ์การเรียน เพื่อย้ายไปไว้ในที่สูง หลังจากน้ำเข้ามาท่วมในพื้นที่ของโรงเรียน ทำให้อุปกรณ์การเรียนที่อยู่ชั้น 1 เสียหายจำนวนมาก เนื่องจากน้ำได้เข้ามาในช่วงกลางดึก และเป็นวันหยุดราชการ ทำให้ไม่มีคนช่วยขนของขึ้นที่สูง
เบื้องต้น ทางอำเภอบำเหน็จณรงค์ ได้เข้ามาดูแลในพื้นที่แล้ว และได้ตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายไว้ก่อน

สถานการณ์น้ำท่วมที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ล่าสุดขยายวงกว้างครอบคลุม 15 อำเภอ 70 ตำบล 439 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 11,976 ครัวเรือน ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในเบื้องต้นแล้ว 11 อำเภอ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 4 อำเภอ

ขณะที่กรมท่าอากาศยาน ได้ประกาศปิดการให้บริการสนามบินสกลนครไปจนถึง เวลา 23 นาฬิกา 59 นาที ของวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคมนี้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมขัง ทั้งในส่วนของ แท็กซี่เวย์ และรันเวย์ สำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดการเดินทางในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สามารถติดต่อเพื่อเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือขอยกเลิกการเดินทางกับสายการบินได้โดยตรง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ท่าอากาศยานสกลนคร เบอร์โทรศัพท์ 042 724 044 – 46

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ น้ำในแม่น้ำยม จากจังหวัดพิจิตรไหลลงลำคลองห้วยชัน ท่วมพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลบางเคียน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน บางจุดสูงกว่า 1 เมตรชาวบ้านจึงต้องใช้เรือเป็นพาหนะเข้า-ออกจากบ้าน

เช่นเดียวกับที่จังหวัดพิจิตร ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำท่วมสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ของชาวบ้านในตำบลวังทับไทร(วัง-ทับ-ไซ) อำเภอสากเหล็ก ขณะนี้ไม่สามารถสูบน้ำออกได้ สำหรับตำบลวังทับไทร ถือเป็นแหล่งผลิตผลไม้สำคัญของจังหวัดพิจิตร เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และมะยงชิด ทำให้ชาวสวนต่างกังวนเพราะหากถูกท่วมยาวนานต้นจะตายทั้งหมด

นอกจากนี้ จังหวัดตาก มีการสำรวจความเสียหาย เหตุน้ำท่วมที่ บ้านใหม่ ตำบลช่องแคบ และบ้านใหม่สายรุ้ง ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมตรวจดูสภาพถนน สะพาน ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนได้รับความเสียหาย ทำให้ประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวก ล่าสุดน้ำลดลงแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงระมัดวัง กับการเกิดน้ำท่วมซ้ำอีก

นักแสดงสาว ‘อัจฉรา’ จวก พนง.สายการบินดัง ทำสีหน้าไม่พอใจ หลังกระเป๋าหนักเกิน 3 ขีด

ดราม่า! นักแสดงสาว ‘อัจฉรา’ โพสต์เฟซบุ๊กจวก พนง.สายการบินดัง ทำสีหน้าไม่พอใจ หลังกระเป๋าหนักเกิน 3 ขีด

วันนี้(30 ก.ค.) กลายเป็นอีกประเด็นดราม่าที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ‘อัจฉรา ทองเทพ’ นักแสดงสาวชื่อดัง ได้ใช้บริการสายการบินหนึ่ง ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช แต่ต้องมาเจอกับปัญหา เมื่อโหลดกระเป๋าเกินน้ำหนัก 3 ขีด ทำให้พนักงานไม่ยินยอม ก่อนจะยอมเอาสิ่งของในกระเป๋าออกจนน้ำหนักพอดี และให้ลูกส่งสิ่งของขึ้นรถทัวร์ไปให้ที่กทม. พร้อมแนะนำให้ผู้บริหารสายการบินอบรมพนักงาน โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

“#สาบานได้กูจะเลิกใช้บริการ…” ..ไม่เคยติใครออกสื่อ แต่วันนี้รับไม่ได้จริง ดิฉันส่งกะเป๋าเพื่อจะโหลด..พนักงานบอกว่า โหลดไม่ได้..อ้าว ขามาจนททางกรุงเทพให้ 5 ก.ก.คะ..ไม่ได้ นางตอบ..พี่เป็นสมาชิกค่ะ..ไหนๆ สมาชิก ไม่มีชื่อเมธิกาญจน์ มีแต่อัจฉรา นางโต้…ค่ะน้อง พี่เปลี่ยนชื่อ แต่ยังไม่ได้โทรแจ้ง แต่เลข 13 หลักตรงกันนี่คะ น้องลองดู..นางทำท่าจะไม่ให้อีก เพราะน้ำหนักเกิน 3 ขีด น้องจ๋าแค่ 3 ขีดคงไม่เป็นไรนะ นางทำหน้าเป็นตูด ดิฉันเลยทัก น้องขายิ้มก็ได้นะคะ ใช่นั่งเบะปากบึ้งลูกค้า ควรชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจด้วยรอยยิ้ม ใช่หน้าแบบนี้..นางก็ หึ ตอบฉัน พร้อมเบะปาก

สงสารผู้บริหารจัง..มีพนง.แบบนางคนนี้..ไม่ได้ติดใจเรื่องน้ำหนักเลย เพราะยืนรื้อของออกจากเป๋าต่อหน้านาง เพื่อให้ลูกเอากลับบ้าน ส่งทัวร์ตามมาทีหลัง..แต่ติดใจ หน้าส้นตีนกับคำพูดที่ไม่เหมาะ แล้วมานั่งองค์กรที่ฉันรัก โปรดอบรมพนง.ของคุณ ที่นครศรีฯท่านนี้ด้วย ก่อนจะเน่าไปกว่านี้”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าดาราสาวก็น้ำหนักกระเป๋าเกินกว่าที่กำหนดจริง แม้แค่ 3 ขีด ก็ควรปฏิบัติตามกฎ ขณะเดียวกันบางส่วนเห็นว่า พนักงานก็ควรมีท่าทีที่ดีในการให้บริการลูกค้า

ขอบคุณภาพจาก อัจฉรา ทองเทพ