เด็กชายวัย 7 ขวบ เผยเห็นแม่นอนอยู่ในห้องน้ำ แต่ ‘ลุงฉิม’ ตะโกนไม่ให้เข้าไป

ตำรวจเตรียมสอบปากคำน้องฟิล์มบุตรชายวัย 7 ขวบ กรณี ผอ.ร.ร. ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าแม่ เพื่อเป็นหลักฐานมัดเอาผิด ผู้อำนวยการโรงเรียน

วานนี้(29 ก.ค. 60) จากกรณีนายวินิจ อัครสุวรรณกุล ผอ.โรงเรียนบ้านหนองคล้า ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ด้วยการฆ่าทุบหัวนางสาวลัดดา จินดาแก้ว อายุ 33 ปี ชาวบ้าน ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งเป็นกิ๊กของตัวเอง เสียชีวิตหน้าห้องน้ำของโรงเรียนบ้านหนองคล้า ขณะพาลูกชายวัย 7 ขวบ ไปเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้าของโรงเรียน ระหว่างรอลูกได้เดินไปเข้าห้องน้ำหลังโรงเรียน แล้วถูกคนร้ายลงมือทำร้ายทุบศีรษะจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จนกระทั่งในวันคืนวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวินิจได้ แต่มีการต่อรองทำเป็นการมอบตัว ต่อมาได้รับการประกันตัวในชั้นศาลด้วยหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 5 แสนบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน โดยเฉพาะหลักฐาน ภาพรถยนต์เก๋งของผู้อำนวยการที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียนที่ยืนยันว่าผู้อำนวยการออกจากโรงเรียนเป็นคนสุดท้าย โดยไม่พบคนอื่นๆอีกเลย หลักฐานที่ปรากฏภายในบ้านของผู้ตายที่ระบุถึงความสัมพันธ์ต่อกัน รวมถึงหลักฐานเป็นชิ้นเนื้อบริเวณหนังศีรษะของผู้ตาย ที่ปรากฏอยู่ภายในเล็บของผู้ต้องหา ที่เจ้าหน้าที่กำลังรอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าตรงกับดีเอ็นเอของผู้ตายหรือไม่

ล่าสุด นายอภิชัย อภิบาล อายุ 32 ปี สามีผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากตำรวจว่าจะเข้าทำการสอบปากคำน้องฟิล์ม (บุตรชาย) วัย 7 ขวบ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากในวันเกิดเหตุเกิด น้องฟิล์มไปกับแม่ (ผู้ตาย)

ทั้งนี้ ได้รับการบอกเล่าจากน้องฟิล์มว่า หลังจากแม่พาตนเองไปเล่นที่โรงเรียน ก็พบกับลุงฉิม หรือ นายวินิจ ผอ.ผู้ต้องหาในคดีนี้ จากนั้น ผอ.ได้เดินตามแม่ไปเข้าห้องน้ำ จนมืดแม่ไม่กลับมาตนจึงเดินตามไป เห็นแม่นอนอยู่หน้าห้องน้ำ และลุงฉิม (ลูกชายเรียกชื่อเล่น ผอ.) ก็ตะโกนบอกลูกชายว่าไม่ต้องเข้าไป เพราะมืด กลัวลื่นล้ม

โดยที่ผ่านมา ทางตำรวจยังไม่ได้สอบปากคำลูกชายของตนเอง จึงได้มีการติดต่อมาว่า เตรียมจะเข้าไปสอบปากคำในเร็วๆนี้ เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตนเองและครอบครัว หลังจากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมา ก็เป็นห่วงความปลอดภัย และกลัวจะไปวิ่งเต้นคดี ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น นอกจากทุกคนในครอบครัวแล้ว ยังเป็นห่วงบุตรชายมากที่สุด ซึ่งอาจจะร้องขอให้ตำรวจดูแลความปลอดภัยให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทางตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพคงจะเข้าไปสอบปากคำเด็กชายในเร็วๆ นี้

รวบแก๊งโคลัมเบียยกเค้าตู้เซฟ กวาดเครื่องเพชร-เงินสดกว่า 6 แสน

ตำรวจภูธรภาค 1 รวบ แก๊งโคลัมเบีย ยกเค้าตู้เซฟ เมืองนนทบุรี กวาดเครื่องเพชรเงินสด กว่า 6.6 แสนบาท หลบหนี

วันนี้(30 ก.ค.) พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาชาวโคลัมเบีย 3 คน ที่ก่อเหตุขโมยตู้เซฟ ในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จับกุม ชาวโคลัมเบีย 3 คนซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม

จากกรณี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ บ้านผู้เสียหาย ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี และยกเอาตู้เซฟ ที่ด้านในมีกำไรเพชร จี้เพชร ตุ้มหูทับทิม สร้อยเพชร ทองรูปพรรณ แหวนทอง 660,000 บาท รวมทั้งโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ ตำรวจฝ่ายสืบสวนทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของคนร้ายทำให้ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยใช้รถยนต์เก๋งโตโยต้า ไม่ทราบทะเบียน ขับเข้าไปในซอย จอดบริเวณหน้าบ้านของผู้เสียหาย และนำเอาตู้เซฟขึ้นรถยนต์หลบหนีไป ตำรวจสืบสวน จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในอำเภอบางพลีจังหวัดสมุทรปราการ และค้นรถยนต์ ก็พบของกลาง ที่คนร้ายลักทรัพย์ไปจากบ้านของผู้เสียหาย จึงคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ต้องหาเกี่ยวกับการเลือกบ้านเป้าหมายที่จะเข้าไปก่อเหตุ คือ จะเลือกบ้านหลังใหญ่และปิดไฟดับมืดไม่มีรถจอดอยู่ภายในบ้าน และไม่มีสุนัข หลังสอบสวนผู้ต้องหาแล้วเสร็จ ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุรีรัมย์อ่วม! น้ำทะลักท่วมหลายพื้นที่ พุทไธสงถนนขาดอื้อ หนักสุดในรอบ 20 ปี

บุรีรัมย์อ่วม! น้ำไหลทะลักท่วมในหลายพื้นที่ อำเภอพุทไธสงถนนขาดอื้อ หนักสุดในรอบ 20 ปี

วันนี้(30 ก.ค.) เพจแจ้งข่าวจังหวัดบุรีรัมย์ Buriram จังหวัดบุรีรัมย์ เผยว่า อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ น้ำทะลักท่วมหนักสุดในรอบ 20 ปี กระแสน้ำไหลเชี่ยวกราดซัดบ้านพัง 3 หลัง หญิงเจ้าของบ้านถึงกับร่ำไห้เก็บข้าวของหนีไม่ทันแทบหมดตัว ทั้งมีบ้านถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ต้องอพยพข้าวของหนีไปขออาศัยกับญาติ และวัดชั่วคราว ถนนเชื่อมต่อหมู่บ้านตำบลถูกตัดขาดหลายสาย อำเภอ อปท.เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ

นอกจากนี้ เพจ แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์  ยังแจ้งข่าวความคืบหน้าล่าสุดในอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านกอกดอนพยอม และโรงเรียนบ้านกอกดอนพยอม ตำบลทองหลาง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ถนนหนทางถูกน้ำท่วมถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมา 2 วันแล้ว ขาดแคลนน้ำดื่มบริโภค เช้านี้(30 ก.ค.) หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งพี่น้องชาวบุรีรัมย์ ทราบข่าวต่างพากันนำน้ำดื่มสิ่งของ ฯลฯ เข้าช่วยเหลือ

ขอบคุณภาพจาก แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์