ชุดคลี่คลายคดีเจอสัญญาณมือถือของผู้ใหญ่บ้านที่ แก๊งฆ่า 8 ศพ หยิบติดมือหลบหนีไป ด้าน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งสอบเส้นทางเงินผู้ใหญ่บ้าน หลังพบร่ำรวยขึ้นมาในช่วง 2-3 ปี
เมื่อวานนี้ ( 13 ก.ค.) ชุดคลี่คลายคดีสามารถจับสัญญาณโทรศัพท์มือถือของ นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่ถูกยิงเสียชีวิต พร้อมด้วยภรรยาและญาติรวม 8 ศพ หลังจากกลุ่มคนร้ายหยิบติดมือไปด้วยขณะก่อเหตุก่อนจะหลบหนี
โดยพบว่าสัญญาณยังนิ่งอยู่ตรงบริเวณเขตรอยต่อ จ.สุราษฎร์ธานี กับ จ.กระบี่ จึงบุกปูพรมไปยังพิกัดดังกล่าวทันที ขณะที่ตำรวจท้องที่ในรอยต่อก็มีการตั้งด่านสกัดกั้นเอาไว้ด้วย แต่ยังไม่มีรายงานว่าพบตัวกลุ่มคนร้าย ซึ่งก่อนหน้าจะพบสัญญาณมือถือของผู้ตาย มีกล้องจับภาพรถกลุ่มคนร้ายทั้ง 2 คันเอาไว้ได้ คือรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ และรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว
รวมถึงรถเก๋งยาริสอีกคันของผู้ตายที่คนร้ายขโมยมาด้วย โดยแล่นบนถนนเซาท์เทิรน์ซีบอร์ด ในท้องที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ขามุ่งหน้าไปทาง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งรถฟอร์จูนเนอร์แล่นนำหน้ารถยาริส ทิ้งห่างกันประมาณ 3 นาที มีภาพจากกล้องวงจรปิดร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งจับภาพไว้ได้ เพิ่มความเชื่อมต่อจนกระทั่งมาจับสัญญาณมือถือได้ที่บริเวณจุดรอยต่อระหว่าง 2 จังหวัดดังกล่าว
ต่อมาในช่วงเย็น พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องโรงโม่หิน ความขัดแย้งส่วนตัว การฟ้องร้องเรื่องที่ดิน และประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อถามถึงเงิน 60 ล้านบาท ที่มีการจ่ายให้กันและร้องเรียนไว้ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ เมื่อปี 57 พลตำรวจเอกจักรทิพย์ กล่าวว่า เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบันทึกแล้วว่าจริงหรือไม่ ซึ่งกำลังรอข้อมูลอยู่ โดยตอนนี้ได้เรียก นายเชษฐดนัย ถิ่นพังงา เพื่อนสนิทของ นายวรยุทธ มาสอบปากคำแล้ว ซึ่งให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
รวมทั้ง นายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ หรือ โกเก่ง ผู้บริหารโรงโม่หิน พร้อมทั้งสั่งให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ นายวรยุทธ ที่ร่ำรวยขึ้นมาในช่วง 2-3 ปี ขณะที่คนเจ็บตอนนี้คงต้องดูสภาพจิตใจก่อนว่าพร้อมให้ปากคำหรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดกลัวหวั่นพยานจะสับสน