แม่ทัพภาค 4 สั่ง!! ตรวจรถยาริสคดีฆ่า 8 ศพ ลั่นหากมีผู้มีอิทธิพลเอี่ยวตรวจสอบทันที

แม่ทัพภาค 4 สั่งตรวจสอบรถยาริส คนร้ายคดี 8 ศพ ลั่นหากมีผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยว พร้อมตรวจสอบทันที

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยเกี่ยวกับเหตุฆ่าครอบครัว ผู้ใหญ่บ้าน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ว่า ทางกองทัพภาคที่ 4 พร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจเพื่อติดตามกลุ่มคนร้าย โดยขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รถโตโยต้ายาริส สีขาว ของกลุ่มคนร้าย และรถยนต์โตโยต้ายาริส ของผู้ใหญ่บ้าน ที่ถูกขโมยไป ว่ามีการนำเข้ามาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อก่อเหตุความไม่สงบหรือไม่

รวมไปถึงถ้าหากคดีนี้มีผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง ทางกองทัพพร้อมจะดำเนินการเรียกมาตรวจสอบทันที ทั้งนี้ในความเห็นส่วนตัวแล้วกลุ่มคนร้ายน่าจะรู้จักกับตัว ผู้ใหญ่บ้าน หรือญาติพี่น้องของผู้ใหญ่บ้าน ขณะปมเหตุน่ามาจากการขัดผลประโยชน์อะไรบางอย่าง และกลุ่มคนร้ายต้องเป็นมืออาชีพ ที่คิดว่าฆ่า 1 คนโทษประหารชีวิต ฆ่า 8 คนก็โทษประหารชีวิตเหมือนกัน จึงลงมือฆ่าทั้งครอบครัว ส่วนคนร้ายจะเป็นคนมีสีหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้

อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ไปโยงกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ กับเหตุที่ จ.กระบี่ เพราะรูปแบบการก่อเหตุไม่เหมือนกัน และถ้าไปโยนความผิดให้กลุ่มนี้ จะยิ่งเป็นการผลักพวกเขาเข้าป่าไปจับปืนมาต่อสู่กับภาครัฐเพิ่มขึ้น

ที่มา INN

สืบย้อนเส้นทางเงิน ผญบ.อ่าวลึกตั้งแต่ปี 56 – คาดเงิน 25 ล้านโรงโม่หินโยงฆ่า 8 ศพ

ตำรวจสืบย้อนเส้นทางการเงิน ผญบ.อ่าวลึก ตั้งแต่ปี 56 ที่ได้รับตำแหน่ง ขณะเร่งเช็คกล้องวงจรปิด อ.ทับปุด จ.พังงา รอยต่อ อ.ปลายพระยา จ. กระบี่ 

แหล่งข่าวจากทีมสืบสวนคดีฆ่าครอบครัว ผู้ใหญ่บ้าน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ 8 ศพ ระบุว่า ในประเด็นการสังหาร ยังมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจโรงโม่หิน ที่แม้ว่าเพื่อนของผู้ใหญ่บ้าน จะออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้วก็ตาม แต่ยังมีหุ้นส่วนหรือผู้เกี่ยวข้องอีกบางคนที่ยังไม่ได้สอบปากคำ ดังนั้นต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

รวมไปถึงสืบค้นลึกไปว่านายทุนใหญ่เป็นใคร เพราะมีรายงานเรื่องเงิน 25 ล้านบาท ที่ถูกระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเปิดธุรกิจโรงโม่หิน ซึ่งทางทีมสืบสวนจะตามเส้นทางการเงินของผู้ใหญ่บ้านย้อนหลัง ไปตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่นายวรยุทธ ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ว่า เงินเข้าออกบัญชีเป็นอย่างไรบ้าง

ส่วนประเด็นเส้นทางการหลบหนีของกลุ่มคนร้ายนั้น ทางทีมสืบสวนประสานขอกล้องวงจรปิดจากจังหวัดใกล้เคียง คือ พังงา และสุราษฎธานี ซึ่งวันนี้ (14 ก.ค.) จะมีการรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัว โดยเฉพาะในส่วนของ จ.พังงา ที่มีกล้องวงจรปิดของ ป.ป.ส. ที่สามารถระบุป้ายทะเบียนรถที่ผ่านได้ทุกคัน โดยเน้นไปที่ อ.ทับปุด จ.พังงา พื้นที่รอยต่อ จาก อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการจะรู้ทั้งเส้นทางขาเข้ามาก่อเหตุ และเส้นทางหลังก่อเหตุ

ที่มา INN

จ.เพชรบูรณ์ พบธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท ตกเกลื่อนถนน

จ.เพชรบูรณ์ พบธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท ตกเกลื่อนถนน นอภ.ย้ำธนบัตรปลอมชุดนี้คล้ายของจริงมาก

นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมนายกฤษณ์หิรัญ สาราช ปลัดอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นำธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท รวม 21 ฉบับรวมมูลค่า 21,000 บาท รุดเข้าพบ พ.ต.ท.อัคร์บุณย์ สอนจันทร์ รองผกก.สอบสวน และ ร.ต.ท.พรภัทร เชียงดา ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ กรณีมีแก๊งคนร้ายปลอมแปลงธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท โผล่เขามาป้วนเปี้ยนภายในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์

โดยนายชาญชัยให้การว่า นางณชภัทร เถื่อนทุ่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านยาวี ต.วังชมภู อ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้นำธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 21 ฉบับมามอบให้ พร้อมแจ้งว่ามีลูกบ้านชื่อนายยิ่ง อุดมเป็นผู้พบเห็นและเก็บได้หลังธนบัตรปลอมดังกล่าวตกกระจายเกลื่อนบนถนนสายสระบุรี-หล่มสัก บริเวณหน้าสวนมะขามหวานไร่บุญคง

ทั้งนี้ เกรงว่าแก๊งคนร้ายจะนำธนบัตรปลอมไปจับจ่าย ตบตาพ่อค้าแม่ค้าและร้านค้าภายในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์และอำเภอใกล้เคียง กระทั่งมีประชาชนชาวเพชรบูรณ์ตกเป็นเหยื่อ จึงขอให้ทางตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

โดยนายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์กล่าวย้ำด้วยว่า “ธนบัตรปลอมชุดนี้มีความคล้ายคลึงกับธนบัตรของจริงมาก เพียงแต่กระดาษธนบัตรปลอมจะมีความบางกว่าธนบัตรจริง แต่ทั้งนี้แผ่นฟลอยด์สะท้อนแสงพิมพ์ตราครุฑ รวมทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งเป็นลายน้ำบนธนบัตรปลอม ก็ทำได้เหมือนธนบัตรจริงๆมาก หากไม่สังเกตให้ดีหรือมองแบบผิวเผินเชื่อว่าคนที่รับธนบัตรปลอมเหล่านี้ ต้องตกเป็นเหยื่ออย่างแน่นอน จึงฝากแจ้งเตือนให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนชาวเพชรบูรณ์และจังหวัดข้างเคียงเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น

ที่มา INN