เปิดภาพสเก็ตซ์คนร้ายฆ่ายกครัว 8 ศพ ผู้ใหญ่บ้านกระบี่ เจ้าหน้าที่ระดมเร่งล่าแก๊งชุดลายพราง
จากคดีสะเทือนขวัญกลุ่มคนร้ายแต่งกายชุดลายพราง พร้อมอาวุธครบมือเข้าทำทีตรวจค้นบ้านเลขที่ 14/3 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ซึ่งเป็นบ้านของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ก่อนจับคนในบ้าน 11 คนใส่กุญแจมือและปิดบังใบหน้า ก่อนลงมือสังหารโหด 8 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย โดยเสียชีวิตที่บ้าน 5 ราย และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 3 ราย หลังเกิดเหตุคนร้ายได้หลบหนี โดยนำรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของเจ้าของบ้านไปด้วย จากการตรวจสอบทรัพย์สินที่หายไป ประกอบด้วยอาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก ปืนยาว 2 กระบอก หนึ่งในนั้นเป็นปืนพกขนาด .38 ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยปืนขนาด .38 เช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่
ช่วงบ่ายวานนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ภายหลังการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมคนร้าย มีการแยกห้องในการสังหาร ทำงานอย่างมืออาชีพ และคนร้ายตั้งใจมาก่อเหตุนี้โดยเฉพาะ ปัญหาขณะนี้คือ กล้องวงจรปิดถูกจับให้เงยขึ้นทั้งหมดและถูกถอดฮาร์ดดิสก์ไปด้วย ถือว่าอุกอาจมาก
สำหรับบ้านพักของนายวรยุทธผู้ตายมีหลายห้องนอน เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ กำแพงคอนกรีตสูงประมาณ 2 เมตร และมีกล้องวงจรปิดรอบบ้าน แต่กล้องทุกตัวถูกเงยขึ้นข้างบนทั้งหมด ปกติก็จะมีญาติๆ มาอาศัยอยู่ด้วยหลายคน จากการบอกเล่าจากญาติของนายวรยุทธพบว่ายังมีทารกเพศชายอายุประมาณ 3 เดือน ซึ่งเป็นบุตรคนสุดท้อง รอดชีวิตด้วย 1 คน โดยขณะเกิดเหตุทารกคนดังกล่าว ยังหลับอยู่และรอดตายมาอย่างหวุดหวิด
จากการสืบสวนเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี เนื่องจากใช้เวลาก่อเหตุนาน เพื่อรอจนกว่านายวรยุทธจะเดินทาง กลับเข้ามาบ้านที่เกิดเหตุ นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานใดที่จะทำให้สาวไปถึงตัวคนร้ายได้ โดยเฉพาะการเก็บปลอกกระสุนปืนที่ใช้ก่อเหตุ ไปเกือบทั้งหมด รวมทั้งยังเก็บฮาร์ดดิสก์ในกล้องวงจรปิด ป้องกันไม่ให้ตำรวจใช้ติดตามตัวได้
สำหรับปมการสังหาร เบื้องต้นฝ่ายสืบสวน ได้ตั้งไว้ 5 ประเด็นคือ
1.ปมขัดแย้งระหว่าง นายวรยุทธกับนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นถึงระดับ นายก อบต.
2.คือการร้องเรียนการสร้างโรงโม่หิน ซึ่งพบว่าผู้ตายมีกรณีพิพาทกัน และทวีความรุนแรงมานานกว่า 1 เดือนแล้ว
3. ปมขัดแย้งเรื่องการบุกรุกที่ดิน ที่นายวรยุทธเป็นโจทก์ยื่นฟ้องไล่ที่ ชาวบ้าน 8 ราย ขณะนี้เรื่องยังอยู่ในชั้นศาล
4. คือปมขัดแย้งเรื่องยาเสพติด และ
5. เรื่องชู้สาวซึ่งพบว่ามีเศรษฐินีคนนึง มาติดพัน
นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่า ไม่นานมานี้ นายวรยุทธยังร่วมกับผู้นำอีกหลายหมู่บ้าน นำมวลชนไปขับไล่ครูคนหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้ออกนอกพื้นที่ ส่วนรถที่ใช้ ก่อเหตุที่กลุ่มคนร้ายขับมานั้น เบื้องต้นตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ใช้ป้ายทะเบียนจ.สงขลา น่าจะเป็นทะเบียนปลอม
สำหรับคนร้ายน่าจะมี 2 คนขึ้นไป ใช้เสื้อผ้า พรางตัว แต่ไม่ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการ ส่วนไหนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่า น่าจะต้องมีความขัดแย้งส่วนตัวอย่างรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร ต้องลงพื้นที่ไปดูข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อประเมิน ความยากง่ายของคดี ก่อนที่จะสรุปเหตุจูงใจสำหรับการทำงานก็ต้องทำให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา ต้องตรวจสอบให้ครบทุกประเด็น ทุกมิติ ตอนนี้ไม่สามารถฟันธงว่าเป็นประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้
นายจเร บุตรเติบ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นพ่อตาของผู้ใหญ่บ้านผู้ตายกล่าวว่า ตนเป็นคนแรกที่นำตัว น.ส.อัญชลี น้องของภรรยานายวรยุทธ ผู้รอดชีวิต ไปส่งที่โรงพยาบาลอ่าวลึก บอกกับตนว่า คนร้ายมีประมาณ 8-9 คน แต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร บางคนก็ใช้ผ้าปิดหน้า เข้ามาปิดล้อมบ้านตั้งแต่ 17.00 น. ต้อนและจับทุกคนมัดมือไปแยกขังไว้ในแต่ละห้อง ไม่เว้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รอจนนายวรยุทธกลับมา คนร้ายก็เข้าไปชาร์จตัวก็มีการพูดคุย แต่ได้ยินเสียงไม่ชัดเจน และสักพักหนึ่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น คนร้ายคนหนึ่งหันกระบอกปืนจี้มาที่ตน และถูกที่ใบหน้า จึงทำเป็นล้มลงฟุบลง จึงรอดตาย
นอกจากนี้ รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับพยานที่อยู่ใน เหตุการณ์ระบุว่าคนร้ายพูดสำเนียงภาคกลาง รวมทั้งยังพบว่ากรณีความขัดแย้งเรื่อง โรงโม่หินนั้น นายวรยุทธ ได้สนับสนุนบริษัทนายทุนมาประกอบกิจการในพื้นที่ ซึ่งบริษัทเอกชนลงทุนไปแล้วกว่า 20 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้ใบประทานบัตร เมื่อมีการเจรจาขอเงินที่ลงทุนไปคืนกลับมาก็ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีพยานระบุว่าก่อนหน้านี้นายวรยุทธ มีฐานะปานกลาง แต่เมื่อมา 2-3 ปีหลังก็มีฐานะร่ำรวยมากขึ้น




