เรียกสอบแล้ว! กรณีรถตู้อัดผู้โดยสารขึ้นรถกว่า 26 ราย

เรียกสอบแล้ว! กรณีโชเฟอร์รถตู้รับผู้โดยสารเพิ่มตลอดทางกว่า 26 ราย หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

สืบเนื่องจากแฟนเพจ ข่าวสารนิคม ชลบุรี-ระยอง รับแจ้งเหตุจากผู้ร้องเรียนท่านหนึ่ง เมื่อวันที่ (10 ก.ค. 60) ที่ผ่านมา โดยเล่าว่า… 

“ตนได้ขึ้นรถมาก่อนหน้านี้แล้วคนยังไม่ค่อยมี แต่พอรถตู้คันดังกล่าวได้วิ่งรับคนตลอดทาง และเริ่มมีผู้โดยสารมากขึ้น จนเริ่มมีผู้โดยสารอัดแน่นภายในรถตู้ ตนเริ่มรู้สึกไม่ดีเกรงจะเกิดอัตราย เพราะรถเริ่มรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น อาจเกิดอุบัติเหตุได้ จึงอยากจะเตือนให้สังคมได้รับรู้

จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพผู้โดยสารอัดกันแน่นในรถตู้ สาย ชลบุรี-สัตหีบ-ระยอง ทะเบียน 10-2982 ระยอง ราวๆ 26คน ซึ้งรถตู้คันดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารเกิน ซึ่งแน่ๆผิดกฏหมายแน่นอน แต่คนขับก็ยังละเมิดข้อกฏหมายนี้รับผู้โดยสารจนเต็มคันรถเกินอัตราที่กฏหมายกำหนด” #หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะเกิดการสูญเสียแบบก่อนๆซึ่งได้สร้างความสลดใจต่อคนในสังคมเป็นอย่างมาก #จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง #รีบแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก โดย สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า เป็นรถตู้โดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 3 สายที่ 303 ชื่อเส้นทาง ชลบุรี – ระยอง ผู้ประกอบการขนส่ง คือ บริษัท สุขุมวิทเดินรถ จำกัด ใบอนุญาตประกอบการเลขที่ กท.2/2557 สิ้นอายุ 1 ธ.ค. 2563

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้กระทำความผิดให้เข้ามารายงานตัวแล้ว ทราบชื่อ นายพิพัฒน์ อินทรทูต ใบอนุญาตขับรถ ชนิด ท.2 เลขที่ ชบ.73/2555 สิ้นอายุ 17 ม.ค. 2561 ออกโดย สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี

ในการนี้ ได้พิจารณาเปรียบเทียบปรับ คิดเป็นเงินรวม จำนวน 10,000 บาท ดังนี้
– ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนที่นั่งฯ คิดเป็นเงิน 5,000 บาท
– ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยฯ คิดเป็นเงิน 5,000 บาท
– พักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 30 วัน

นอกจากนี้ ได้ทำการอบรมพนักงานขับรถให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องด้วยแล้ว และได้คาดโทษพนักงานขับรถ หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำอีกจะพิจารณาลงโทษขั้นสูงสุด รวมทั้งพักใช้ใบอนุญาตขับรถด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสารนิคม ชลบุรี-ระยอง

สุดเฮี้ยน! วิญญาณลูกเข้าฝันชวนไปอยู่ด้วย ครึ่งวันพ่อถูกไฟช็อตดับคาสะพาน

ชาวบ้านผวา! วิญญาณลูกเข้าฝันชวนไปอยู่ด้วย ครึ่งวันพ่อถูกไฟช็อตดับคาสะพานในเขตพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร

วันที่ 12 ก.ค. 60 พ.ต.ต.ฉัตรชัย นวลจริง พงส.สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งมีผู้ถูกไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่ รพ.หลังสวน พบว่าผู้ตาย ชื่อนายตุ๋ย จอมประโคน อายุ 43 ปีบ้านเลขที่ 37/1 ถ.แม่น้ำหลังสวน เขตเทศบาลเมืองหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง จากการชันสูตรพบมีรอยไฟฟ้าช็อต บริเวณขาพับด้านในทั้งสองขา และ บริเวณ มือ ทั้งสองข้าง ผู้ตายสวมชุดคนงานก่อสร้าง

จากการสอบสวนได้การว่าในขณะที่นายตุ๋ย ซึ่งทำหน้าที่รับเหมาการฝังเสาเข็มคอนกรีต ในการก่อสร้างหัวสะพานบ้านด่านข้ามแม่น้ำหลังสวน จากฝั่งบ้านด่านไปยัง ฝั่งตลาดหลังสวนหลังจากเกิดน้ำท่วมกัดเซาะจนขาด เมื่อช่วงเดือน ม.ค.60 ที่ผ่านมา ในขณะที่ นายตุ๋ยใช้เครื่องเจาะคอนกรีต เพื่อสกัดเสาเข็มคอนกรีตต้นสุดท้าย จู่ๆได้เกิดไฟฟ้าที่ต่อไปยังเครื่องสกัดรั่วขึ้นมาอย่างกะทันหัน นายตุ๋ยส่งเสียงร้องดังลั่น แต่กว่าคนงานจะวิ่งไปตัดกระแสไฟฟ้าก็ไม่ทันการแล้ว ภายหลังคนงานและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ต่างพากันวิ่งเข้าไปนำร่างของนายตุ๋ย ส่ง รพ.หลังสวน แต่ไม่ทัน นายตุ๋ยเสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของภรรยา และลูกๆ

ในขณะที่ นานสุทิน พานทอง อายุ 54 ปี ชาวสุพรรณบุรี หัวหน้าคนงานของบริษัทสุวรรณรักษ์ ก่อสร้าง จำกัด จาก อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานีผู้รับงาน กล่าวว่า ได้แจ้งเรื่องให้ ผู้จัดการห้างทราบแล้วเพื่อให้การช่วยเหลือแก่ นายตุ๋ย และครอบครัวต่อไป

ทางด้านนายสุพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี เพื่อนบ้านคนสนิทของนายตุ๋ย เล่าว่า “ในช่วงเช้าวันนี้ได้พูดคุยกับนายตุ๋ย ได้เล่าว่าเมื่อคืนหลังจากเข้านอนได้ มีวิญญาณของลูกเลี้ยงของนายตุ๋ย ที่พึ่งเสียชีวิต และเผาศพผ่านไปเพียงไม่นานได้มาเข้าฝัน บอกว่าคิดถึงนายตุ๋ยที่ช่วยกันเลี้ยงดูตนเองน้องๆ กับแม่มาเป็นอย่างดี จึงอยากจะชวนไปอยู่ด้วยกัน” นายสุพงศ์ ยังบอกว่า ให้นายตุ๋ยไปทำบุญอุทิศให้วิญญาณ ลูกเลี้ยง จะได้ไปผุดไปเกิดแต่ไม่ทันก็มาเกิดเหตุเสียก่อน

ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความสะพรึงกลัวแก่ชาวบ้านในย่านดังกล่าวมาก อีกทั้งสะพานบ้านด่านข้ามแม่น้ำหลังสวน แห่งนี้เป็นการก่อสร้าง ในแผ่นดินโบราณของเมืองหลังสวนซึ่งเป็นเมืองโบราณอายุยาวนานนับพันปี มีเจ้าที่เจ้าทางที่อยู่รักษาเมือง และก่อนที่ชาวเมืองจะก่อสร้างอะไรในสถานที่เก่าแก่จะต้องทำพิธีขออนุญาตจากเจ้าที่เจ้าทางเสมอ

คาดว่าเจ้าที่เจ้าทางคงต้องการให้นายตุ๋ย อยู่เฝ้าสะพานแห่งนี้ตลอดไป สะพานบ้านด่านในจุดนี้จะมีครอบครัวโบราณเก่าแก่ อายุ นับร้อยปี อาศัยอยู่รายรอบหมู่บ้านดังกล่าว อาทิบ้าน ของ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ อดีต ผบ.ชน. หรือ ชุมพร เทพพิทักษ์ ดาราใหญ่ที่พึ่งเสียชีวิตก็ มีต้นตระกูลและเกิดอยู่ในหมู่บ้าน”บ้านด่าน”นี้เช่นกัน

สองสามีภรรยาปลูกผักสวนครัวขาย ทำเงินได้มากกว่า 2 หมื่นต่อเดือน

สองสามีภรรยาปลูกผักสวนครัวขาย สร้างรายได้มากกว่า 2 หมื่นต่อเดือน เผย เป็นรายได้ที่ดีกว่าการทำนาหลายเท่าตัว

นายสว่าง และ นางสมศรี ไชยวงศ์ สองสามีภรรยาชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 10 บ้านสันป่าเป้า ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา พาผู้สื่อข่าวชมไร่ และเก็บผลผลิตผักบุ้งจีน ที่ได้ทำการปลูกผลผลิตไว้เพื่อนำส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าที่เดินทางมารับซื้อ

หลังเขาทั้งสองพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ในการพลิกฟื้นแผ่นดินที่เช่ามา จำนวน 1.5 ไร่ ในราคาปีละ 1 พันบาท ทำการปลูกพืชผักสวนครัว ทั้งผักบุ้ง คะน้า ผักกวางตุ้ง มะเขือและพริกออกจำหน่าย จนสามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผลผลิตจะมีผู้ทำการสั่งจอง จนไม่มีปัญหาเรื่องการจำหน่ายผลผลิต

นายสว่าง เล่าว่า ตนเองได้เช่าที่ดินจากเพื่อนบ้านมาในราคา 1 พันบาทต่อปี ในพื้นที่ประมาณ 1.5 ไร่ เพื่อทำการทำสวนพืชผักสวนครัว โดยเฉพาะผักบุ้งและผักคะน้าจะทำการปลูกมากกว่าพืชชนิดอื่น ซึ่งผักบุ้งนั้นจะใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ภายใน 21 วัน ก็สามารถจำหน่ายได้ โดยจะมีผู้มารับซื้อในราคา 18 บาท ต่อกิโลกรัม

ในส่วนของผักคะน้านั้น จะใช้ระยะเวลาประมาณ 45 วันก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยจำหน่ายอยู่ที่ 20-25 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในแต่ละรอบนั้นหากราคาดีเหมือนเช่นวันนี้ก็จะมีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะมีรายได้ดีกว่าการทำนา ซึ่งมีพื้นที่ที่เท่าเทียมกัน โยตนเองได้เริ่มทำเกษตรลักษณะนี้มาเป็นระยะเวลา 2 ปี แล้ว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี

สำหรับเกษตรกรรายนี้ถือว่า สามารถนำที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำการเกษตรแบบพอเพียงและสามารถมีผลผลิตออกให้จำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง นับเป็นเกษตรกรที่สามารถประสบผลสำเร็จกับการปลูกพืชผักสวนครัวจนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเขาได้เป็นอย่างดี