มติ กกพ. ขึ้นค่า FT งวด ก.ย.-ธ.ค. อีก 8.87 สต.

มติ กกพ. ขึ้นค่า FT งวด ก.ย.-ธ.ค.60 อีก 8.87 สต. เรียกเก็บประชาชนที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย ชี้ราคายังอยู่ในช่วงขาขึ้นถึงต้นปี 61

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. มีมติปรับเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ FT สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2560 ที่ -15.90 สตางค์ต่อหน่วย ปรับเพิ่มขึ้น 8.87 สตางค์ต่อหน่วยหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.53 จากงวดก่อนหน้า ทำให้ค่าไฟฟ้าที่จะเรียกเก็บในงวดกันยายน – ธันวาคม อยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

โดยปัจจัยหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากสัดส่วนการใช้ LNG ที่เริ่มสูงขึ้น การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่สูงกว่าประมาณการณ์ ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงแนวโน้มค่าเอฟทีที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นจนถึงช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 ประมาณ 10-13 สตางค์/หน่วย

เนื่องจากอิงราคาน้ำมันดิบย้อนหลัง 6-12 เดือนก่อน หรือ เดือนม.ค.-เม.ย.2560 ที่สูงอยู่ในระดับ 53.10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้างวดถัดไปยังอยู่ในระดับสูงที่ 207-209 บาท/ล้านบีทียู

ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น 49 สตางค์ต่อดอลลาร์สหรัฐจะส่งผลดีทำให้การนำเข้าเชื้อเพลิงมีราคาถูกลง โดย กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ตั้งแต่วันที่ 12 – 26 กรกฏาคม ก่อนนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาพิจารณาและประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

โนสนโนแคร์! วัยรุ่นตบกันกลางห้าง สร้างค่านิยมผิดๆ ในสังคมไทย

สลด!! วัยรุ่นตบตีกันกลางห้าง ไม่แคร์สายตาประชาชน ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่นถึงค่านิยมสังคมไทย

เมื่อช่วงเช้านี้ (12 ก.ค. 60) แฟนเพจ Social Hunter ได้มีการแชร์เรื่องราวอันน่าหดหู่สะท้อนค่านิยมความรุนแรงของวัยรุ่นไทย พร้อมกับระบุข้อความว่า

“#จะต่ำตม กันไปถึงไหนนับวันยิ่งเหมือนสัตว์ไปทุกที จะกัดกันไม่เคยเลือกสถานที่ เลือกเวลา !!!!!
เอามาโพสต์เรียกไลค์ เอากระแสทำเท่ห์ ให้คนติดตามให้คนอยากดู คนก็บ้าเห็นดีเห็นงามยุยงส่งเสริมกับพฤติกรรมแบบนี้ kuy all …!!!!!”

หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกลางห้างสงบลง คู่กรณีที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า ไอซ์’ ไอซ์ จิบิ’  ยังได้โพสต์สถานะทำนองเชิญชวนให้ชาวเน็ตเข้ามากดไลค์กดแชร์ หากต้องการดูคลิปตบกันของเจ้าตัว พร้อมสาธิตวิธีกดติดตามอีกด้วย พร้อมกับระบุข้อความว่า  “อยากดูป่าว #ไอซ์ลงสนามเอง #200แชร์ลงเลย หนูรี่นฝหินข้าวอยู่ดีดีเคเจ้ะเอาทีดมาแทงหนู.”

ทั้งนี้คู่กรณีได้มีการโพสต์เชิญชวนกันอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงเจ้าตัวระบุว่า  “12:00น. เจอกันคลิปตบน้ะค้ะ.”  

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวเน็ตทนพฤติกรรมของเธอไม่ไหว และร่วมกันกระหน่ำโจมตีเฟซบุ๊กของวัยรุ่นรายนี้ทันที เนื่องจากสังคมไทยในปัจจุบันเกิดค่านิยมผิดๆ ในเรื่องการตบตีจนกลายเป็นความเคยชินไปหมดแล้ว พร้อมถามหาวิธีการแก้ไข ซึ่งในบางครั้งควรเริ่มต้นจากครอบครัว เพราะมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก

สำหรับทางออกของปัญหา ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันให้ความรู้และช่วยกันปรับทัศนคติ รวมถึงการให้เกียรติและเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน หากปล่อยให้ปัญหาความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งมีผลต่อสภาพจิตใจ ที่จะมองเรื่องความรุนแรงเป็นเหตุปกติ เมื่อเติบโตขึ้นก็จะกระทำผิดกระทำความรุนแรงโดยไม่รู้สึกผิด ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสังคมได้อีกหลากหลายมติ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Social Hunter

ล่าเบนซ์ป้ายแดง แหกด่านตำรวจ สน.ท่าข้าม – เตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก

ผบช.น. ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ล่าเบนซ์ป้ายแดง แหกด่านตำรวจ สน.ท่าข้าม – เตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม เพื่อติดตาม กรณี เบนซ์ป้ายแดง แหกด่านตำรวจ สน.ท่าข้าม ขณะเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเล่มทะเบียนรถป้ายแดงและใบขับขี่ เมื่อวานที่ผ่านมา พร้อมให้กำลังใจ ดต.นิติ อัญชลี ผบ.หมู่งานจราจร สน.ท่าข้าม ที่ประสบเหตุจนได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้สั่งให้ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุพร้อมขอให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวที่ สน.ท่าข้าม เพื่อมาให้ปากคำและพิจารณาโทษกันตามขั้นตอนกฎหมาย หากผู้ก่อเหตุไม่มาพบพนักงานสอบสวน ก็จำเป็นต้องออกหมายเรียก และหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนสาเหตุที่ รถเบนซ์ขับหลบหนี เชื่อว่า ภายในรถน่าจะมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือไม่ก็มีการนำทะเบียนป้ายแดงปลอมมาติด ซึ่งต้องสืบสวนต่อ คาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุไม่ยาก เพราะมีกล้องวงจรปิดบนถนนพระราม 2 หลายตัวที่สามารถจับภาพไว้ได้ ด้านฐานความผิด เบื้องต้น ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหา ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ต่อสู้ ขัดขืน เจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่