ประกาศ!! ธนาคารกสิกรไทยแจ้งงดให้บริการชั่วคราว วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ค.

วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ค. ​​ธนาคารกสิกรไทยแจ้งงดให้บริการชั่วคราว เพื่อพัฒนาระบบและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ

​​ธนาคารกสิกรไทย แจ้งงดให้บริการชั่วคราว เพื่อพัฒนาระบบและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น เวลา 01:00 – 11:00 น. วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ค. 2560 โดยช่องทางและบริการดังต่อไปนี้จะไม่สามารถใช้งานได้

-สาขาของธนาคารทั่วประเทศ

-บัตรเอทีเอ็ม, บัตรเดบิต, บัตรสินเชื่อเงินสดทันใจ (K-Express Cash)

-บัตรซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตกสิกรไทย (K-Web Shopping Card)

-ตู้เอทีเอ็ม (K-ATM), ตู้ฝากเงิน (K-CDM), ตู้ฝากและถอน (K-RCM) และตู้ปรับสมุด (K-PUM)

-ช่องทางบริการทาง อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด อาทิ K PLUS, K PLUS SME, K-Cyber Banking, K-Cyber for SME และบริการโทรศัพท์อัตโนมัติ

ขอความกรุณาลูกค้าทุกท่านวางแผนการทำธุรกรรม และเตรียมเงินเพื่อใช้จ่ายในเวลาดังกล่าว ​โดยท่านยังสามารถใช้บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทยใช้จ่ายได้ตามปกติ ​ ​สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ K-Contact Center โทร. 02-8888888 ตลอด 24 ชั่วโมง

ร้องดีเอสไอ! ถูกหลอกลงทุนขายเครื่องราง เสียหายกว่า 500 ล้านบาท

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำผู้เสียหายร้องทุกข์ เอาผิดกลุ่มหลอกขายเครื่องรางผ่านเฟซบุ๊ก เสียหายกว่า 500 ล้าน

วันนี้ 12 ก.ค. 60 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนขายสาลิกาเข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมทั้งนำหลักฐานเอกสารและคลิปวิดีโอมอบให้เป็นหลักฐาน

โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า โดยในวันนี้ได้มีการนำผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับ นางสาวสุมาลี เลิศวิลัยและพวกฐานหลบหนีภาษีและแสดงเอกสารเป็นเท็จในการนำเข้ากรมศุลกากรที่อ้างว่าได้นำเข้าสินค้าจากประเทศพม่ารวมถึงประเทศอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วในฐานความผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน รวมถึงความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ด้าน นายสามารถ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจากการสอบถามพบมีผู้เสียหายหลายพันคน จึงต้องเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุดเนื่องจากเกรงว่าทรัพย์ของผู้เสียหายจะถูกโยกไป ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษายอดต้องบังคับให้ซื้อเดือนละ 50,000 บาท หากไม่มียอดถึง 50,000 บาทจะมีการตัดรหัส ซึ่งตรงนี้จะเห็นได้ว่าไม่ได้ต้องการให้ดาวน์ไลน์หรือแฟรนไชส์ที่ไปเปิดขายของจริง และมีการให้ผลตอบแทน 30% ลักษณะนี้จึงเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

ขณะที่ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพขายสินค้าออนไลน์ และบังเอิญไปพบเพจขายเครื่องรางดังกล่าว จึงเกิดความสนใจและติดต่อซื้อของขลังมาบูชา และต่อมาทางเพจได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย โดยเริ่มแรกเปิดรับสมัครเพียงจังหวัดละ 1 คนเท่านั้น จึงหลงเชื่อ และสมัครสมาชิก โดยเสียเงินจำนวน เกือบ 5 แสนบาท แต่ต่อมาทางเพจกลับเปิดรับสมัครตัวแทนไม่จำกัด อีกทั้ง ได้บังเอิญไปเจอร้านขายเครื่องราง ที่ขายสินค้าคล้ายแบบที่มีจำหน่ายในเพจ ก่อนพบว่าของทั้งหมดถูกสั่งซื้อมาจากร้านนี้ จึงรู้ว่าถูกหลอก

สำหรับกรณีดังกล่าวผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนจากการถูก นางสาวสุมาลี เลิศวิลัยและพวก ที่ได้โฆษณาหลอกลวงขายเครื่องรางของขลัง อาทิ สาลิกาลิ้นทอง พระพิฆเนศ โดยมีการโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้ประกาศรับสมัครสมาชิกในลักษณะขายตรง ส่งผลให้มีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก และเกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท จึงได้ร้องขอให้มีการตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน

แฉ! รถบัส “หลอกขายตั๋วยืน” พร้อมเพื่อนร่วมชะตากรรมนับ 10 ราย

ฉุน!! สาวโพสต์แฉรถบัส หลอกให้ซื้อตั๋วนั่ง แต่กลับต้องยืนตลอดทาง แถมมีเพื่อนร่วมชะตากรรมนับ 10 คน

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊ก Mint Wiphawan  เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะโดยสารรถบัสปรับอากาศที่ขอนแก่นไปนครราชสีมา แต่กลับต้องยืนตลอดทาง และไม่ได้ยืนเพียงคนเดียว มีเพื่อนร่วมยืนบนรถบัสคันนี้อีกหลายคน

โดยผู้โพสต์ระบุว่า “ตอนนี้เราขึ้นรถอยู่ขอนแก่น แต่เป็นสายอุดร-ราชสีมา ก่อนขึ้นเขาบอกว่าว่างอีกสองคน ก็กำลังจะไปซื้อ เลยมีคนมาซื้อก่อนเราไปสองที่ เราเลยว่าจะไม่ซื้อเลยมีผู้หญิงเดินมาถามว่าหนูจะลงไหน เราเลยบอกไปว่าโคราช แกเลยบอกว่าซื้อตั๋วเลย

เราเลยพูดว่ามีคนซื้อไปแล้วที่ว่าว่างสองที่ แกเลยบอกมีที่นั่งอยู่ เดี๋ยวมีคนจัดให้ เราเลยซื้อ พอเราขึ้นรถไปก็เห็นคนยืนเต็มรถ คือก็งงอะไรวะ ไหนบอกมีที่นั่ง ละสุดท้ายกูได้ยืนเหมือนโดนหลอกให้ซื้อตั๋วอะ”

ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกโซเชียล ทำให้บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รถบัสคันดังกล่าว รวมไปถึงบริษัทขนส่งในทางลบเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเจ้าของเฟซบุ๊กได้ออกมาชี้แจงเรียบร้อย หลังเหตุการณ์ทั้งหมดได้คลี่คลายลง โดยระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

“ขอลบโพสเรื่องนั่งรถบขส. นะคะ เพราะทางขนส่งและสถานีเค้าจัดการลงโทษรถคันนั้นให้แล้ว และก็มีบางคนใช้คำไม่สุภาพและมีข้อมูลไม่จริงกัน เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วนะคะ ถ้าใครเจอปัญหาแบบนี้ก็โทรแจ้งขนส่งหรือไม่ก็แจ้งกับนายสถานีนั้นๆได้เลยค่ะ เพราะรถทัวร์ปกติเค่าไม่มีตั๋วยืนให้แน่นอน ยังไงขอบคุณทั้งคนเข้าใจและคนที่อาจจะไม่เข้าใจเราบ้าง แต่ยังไงก็เคลียร์เรียบร้อยแล้วค่ะ”   

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด , เฟซบุ๊ก Mint Wiphawan