21 กรกฎาคมนี้! ไต่สวนพยานจำเลย คดีจำนำข้าวนัดสุดท้าย

“อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลคดีจำนำข้าวมั่นใจพยานที่มี หวังศาลเปิดโอกาสให้สืบพยานจนครบ 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมทีมทนาย เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลย ในคดีที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำข้าว โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส. รวมถึงมวลชนให้กำลังใจจำนวนมาก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า ยังคงมั่นใจใจพยาน หลักฐาน ที่นำเสนอต่อศาล ว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด และยังมีพยานอีกหลายปาก โดยจะขอยื่นต่อศาลเพื่อขอให้ให้สืบพยานจนครบ ส่วนเรื่องการแถลงปิดคดี ก็หวังที่จะแถลงปิดด้วยวาจา แต่ในช่วงใดนั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องรอให้ศาลเป็นผู้กำหนด หลังจากไต่สวนพยานครบทุกปาก นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า ตนเองมีกำลังใจดี และการที่มีมวลชนมาให้กำลังใจที่ศาลจำนวนมาก ก็ไม่อยากให้ฝ่ายความมั่นคง มองเป็นเรื่องการเมือง แต่อยากให้มองเป็นเรื่องของความห่วงใย และความผูกพันกันเท่านั้น

โดยวันนี้ทนายฝ่ายจำเลยนำพยานขึ้นไต่สวนทั้งหมด 4 ปาก ประกอบไปด้วย นายนิวัฒน์ธำรง บุญส่งไพศาล อดีต รมต.ว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองรัฐมนตรี  พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสุรชัย ศรีสารคาม อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

ทั้งนี้ภายหลังไต่สวนพยานจำเลยทั้ง 4 ปากเสร็จสิ้น ทนายความจำเลยแถลงไม่ประสงค์จะนำ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา และข้าราชการในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พยานอีกปากไต่สวนอีก ศาลจึงนัดไต่สวนพยานจำเลยกลุ่มสุดท้ายอีก 8 ปากประกอบด้วยพยานซึ่งเป็นอดีตข้าราชการและนักวิชาการในวันที่ 21 กรกฎาคม

สำหรับคดีนี้เหลือการไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายคือวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งหากไม่มีพยานมาไต่สวนเพิ่มอีก ศาลจะกำหนดนัดคู่ความแถลงปิดคดี อาจแถลงด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรแล้วจึงนัดฟังคำพิพากษา ภายใน 7 วัน แต่ถ้ามีเหตุสมควร หรือจำเป็น ศาลอาจนัดฟังคำพิพากษาได้อีกภายใน 14 วัน รวมจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน

เตือนระวัง แก๊งสกิมเมอร์ ภัยใกล้ตัวจากมิจฉาชีพยุคไฮเทค

ในช่วงที่ผ่านมามีการอาละวาดอย่างหนักในหลายพื้นที่ ของการติดตั้งอุปกรณ์การคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า “สกิมมิ่ง” โดยมิจฉาชีพที่เรียกกันว่า “แก๊งสกิมเมอร์” จะใช้เทคนิคกลลวงต่างๆ เพื่อโจรกรรมข้อมูลในบัตรเอทีเอ็มแล้วกดเงินออกไปใช้ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวิธีการดังกล่าวถือเป็นภัยสังคมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จะต้องสูญเงินจำนวนไม่น้อยในแบบไม่คาดคิด

สำหรับกรณีล่าสุด ได้มีเอกสารจากธนาคารแห่งหนึ่งถูกเผยแพร่ส่งต่อกันในสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเอกสารดังกล่าวเป็นการแจ้งเตือนให้ระวังการใช้ตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ถูกติดตั้ง “สกิมมิ่ง” ไว้ 14 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่

1. รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที สถานีหัวลำโพง

2. รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที สถานีสามย่าน

3. ตลาดทรัพย์มิตร ลาดพร้าว

4. โลตัส เอ็กซเพรส เอสโซ่ บางนา กม.2

5. เซเว่นอีเลฟเว่น สุขุมวิท 107 แบริ่ง

6. ร้าน 34 เมดีซีน รามอินทรา 34

7. ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา

8. ปตท.ถนนเลียบทางด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ 2

9. ห้างสรรพสินค้า รามอินทรา สแควร์ เครื่อง 2

10. สาขาเทอร์มินอล 21 เครื่อง 1

11. สาขาเทอร์มินอล 21 เครื่อง 2

12. เซเว่น-อีเลฟเว่น ลาดพร้าว วังหิน 78

13. ร้าน กิฟท์ เน็ท แอนด์ เกม ลาดพร้าว 71

14. เซเว่น-อีเลฟเว่น ตลาดศรีวนิช ดินแดง

ต่อมาได้มีการยืนยันจากธนาคารไทยพาณิชย์ถึงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นความจริง แต่ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเพียงการออกจดหมายเวียนให้ธนาคารสมาชิกได้รับทราบ เพื่อหาทางป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เช่น การอายัดและเปลี่ยนบัตรให้กับลูกค้า เป็นต้น

ทั้งนี้ทางธนาคารได้ยืนยันที่จะดูแลและให้บริการลูกค้าด้วยความปลอดภัยอย่างสูงสุด ขอให้ลูกค้าทุกท่านเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารไทยพาณิชย์ดังเดิม และหากลูกค้ามีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ โทรศัพท์ 02 777 7777

มาดูกันว่า “แก๊งสกิมเมอร์” ใช้วิธีการใดในการล้วงข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็ม

เทคนิคในการโจรกรรมที่ใช้ทั่วไปคือ การขโมยข้อมูลด้วยการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เครื่องเอทีเอ็ม โดยมิจฉาชีพจะติดตั้งแป้นพิมพ์ปลอม เพื่อเก็บบันทึกรหัสส่วนตัวของผู้ถือบัตรเอทีเอ็มขณะทำรายการ รวมทั้งติดตั้งเครื่องอ่านบัตรปลอมที่ช่องเสียบบัตร เพื่อเก็บบันทึกข้อมูลบนแถบแม่เหล็กบัตรเอทีเอ็ม

เมื่อผู้ถือบัตรเอทีเอ็มใช้เครื่องเอทีเอ็มที่มีการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวเพื่อทำรายการถอนเงิน ขณะสอดบัตร และกดรหัสส่วนตัว ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้จะถูกส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของมิจฉาชีพ หลังจากนั้น หน้าจอเอทีเอ็มจะแสดงข้อความ “ขออภัย เครื่องไม่สามารถทำรายการได้” หรือ “ท่านทำรายการเรียบร้อยแล้ว กรุณารับเงิน” ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องอ่านบัตรปลอมที่ใช้

สำหรับวิธีการป้องกันและข้อควรระมัดระวัง มีรายละเอียดดังนี้

1.สังเกตความผิดปกติของช่องเสียบบัตรของเครื่อง ATM ที่ใช้บริการ ก่อนที่จะเสียบบัตรจะต้องมีไฟกะพริบล้อมรอบช่องเสียบบัตรทุกครั้ง ดังนั้นหากไม่มีไฟกะพริบปรากฏขึ้น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีเครื่องดูดข้อมูล ให้รีบแจ้งธนาคารโดยด่วน

2.สังเกตความผิดปกติของแป้นพิมพ์ อาทิเช่น แป้นพิมพ์อาจจะดูหนากว่าปกติ หากพบความผิดปกติ ห้ามเสียบบัตรเด็ดขาด

3.ระหว่างการใช้เครื่อง ATM ควรยืนประชิดกับตัวเครื่อง และใช้มือบังป้องแผงคีย์บอร์ด ในขณะที่ใส่รหัสบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็น และป้องกันการบันทึกภาพ

เมื่อยังไม่สามารถกำจัดพวกมิจฉาชีพเหล่านี้ให้หมดไปในสังคมได้ ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนทุกคนทำได้ดีที่สุดในขณะนี้ก่อนตกเป็นเหยื่อ คือต้องระมัดระวังและป้องกันตนเองด้วยการช่วยกันสังเกต หรืออย่าหลงเชื่อหากมีผู้อื่นบอกให้ทำธุรกรรม ในขณะที่ตนเองไม่เข้าใจ

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม  ธนาคารกรุงเทพ

น่ารักไปอีก!! ชาวเน็ตแห่ชมคลิป สุนัขโชว์สเต็ปการเต้นสุดเร้าใจ

น่ารักไปอีก!! แห่ชมคลิปสุนัข โชว์สเต็ปลีลาการเต้นสุดมันส์ หลังไม่ได้พบหน้ากันนานนับเดือน 

ทำเอาชาวเน็ตหัวใจพองโตเพลิดเพลินไปตามๆกัน หลังแฟนเพจ French Bulldog-French Pierre โพสต์คลิปสุนัขสายพันธุ์ เฟรนช์ บูลด็อก” ขนาดเล็ก ลงไปเต้นในลักษณะที่ก้นติดพื้น และช่วงบนขยับเป็นจังหวะตามเสียงปรบมือของคุณปู่ ที่ไม่ได้พบหน้ากันนานนับเดือน พร้อมระบุข้อความว่า

“เต้นเอาใจคุณปู่ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน วันนี้ผมจะเอาใจคุณปู่ทำให้คุณปู่หัวเราะเองครับ เอ่โย่วๆๆ โย่วท้ายคลิปมีเงิบๆ เพ่โยกเพลินไปหน่อย (งดดราม่าทุกชนิด)”

ทั้งนี้ หลังคลิปถูกเผยแพร่ไปได้ไม่นาน ก็ได้มีผู้ให้ความสนใจคลิกเข้าไปกดไลค์ และแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก บางท่านได้กล่าวว่า “เลี้ยงน้องหมาให้อารมณ์ดี เอาใจใส่ต่อให้พันธุ์ไหนก็ไม่ดุร้ายหรอกคะ ขนาดที่บ้านร็อคไวเลอร์ ยังน่ารักมุ้วมิ้ง ติ้งต๋องเลย ใครมาบ้านต้อนรับทุกคนประจบยังกะพุดเดิ้น ที่บ้านเป็นบ้านสวนไม่ขังน้องคะ ปล่อยน้อง