“อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลคดีจำนำข้าวมั่นใจพยานที่มี หวังศาลเปิดโอกาสให้สืบพยานจนครบ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมทีมทนาย เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลย ในคดีที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำข้าว โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส. รวมถึงมวลชนให้กำลังใจจำนวนมาก
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า ยังคงมั่นใจใจพยาน หลักฐาน ที่นำเสนอต่อศาล ว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด และยังมีพยานอีกหลายปาก โดยจะขอยื่นต่อศาลเพื่อขอให้ให้สืบพยานจนครบ ส่วนเรื่องการแถลงปิดคดี ก็หวังที่จะแถลงปิดด้วยวาจา แต่ในช่วงใดนั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องรอให้ศาลเป็นผู้กำหนด หลังจากไต่สวนพยานครบทุกปาก นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า ตนเองมีกำลังใจดี และการที่มีมวลชนมาให้กำลังใจที่ศาลจำนวนมาก ก็ไม่อยากให้ฝ่ายความมั่นคง มองเป็นเรื่องการเมือง แต่อยากให้มองเป็นเรื่องของความห่วงใย และความผูกพันกันเท่านั้น
โดยวันนี้ทนายฝ่ายจำเลยนำพยานขึ้นไต่สวนทั้งหมด 4 ปาก ประกอบไปด้วย นายนิวัฒน์ธำรง บุญส่งไพศาล อดีต รมต.ว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองรัฐมนตรี พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสุรชัย ศรีสารคาม อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

ทั้งนี้ภายหลังไต่สวนพยานจำเลยทั้ง 4 ปากเสร็จสิ้น ทนายความจำเลยแถลงไม่ประสงค์จะนำ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา และข้าราชการในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พยานอีกปากไต่สวนอีก ศาลจึงนัดไต่สวนพยานจำเลยกลุ่มสุดท้ายอีก 8 ปากประกอบด้วยพยานซึ่งเป็นอดีตข้าราชการและนักวิชาการในวันที่ 21 กรกฎาคม

สำหรับคดีนี้เหลือการไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายคือวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งหากไม่มีพยานมาไต่สวนเพิ่มอีก ศาลจะกำหนดนัดคู่ความแถลงปิดคดี อาจแถลงด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรแล้วจึงนัดฟังคำพิพากษา ภายใน 7 วัน แต่ถ้ามีเหตุสมควร หรือจำเป็น ศาลอาจนัดฟังคำพิพากษาได้อีกภายใน 14 วัน รวมจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน

