ฝากขัง-ค้านประกัน 4 โจ๋รุมยำตำรวจสายไหม

คุม 4 ผู้ต้องหาทำร้ายดาบตำรวจ สน.สายไหมจนสลบขณะเข้าระงับเหตุในปั๊มน้ำมัน ด้านแม่ผู้ต้องหาวอนขอความเป็นธรรม หลังลูกถูกรุมกระทืบเจ็บ แต่ตำรวจไม่ช่วยเหลือ 

วันนี้ (7 ก.ค. 60) พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผู้กำกับ สน.สายไหม ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่น 4 ราย ที่ร่วมกันรุมทำร้ายตำรวจได้รับบาดเจ็บขณะระงับเหตุ ก่อนที่จะพากันไปก่อเหตุวุ่นวายต่อบนโรงพักสายไหมนั้นว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขออำนาจฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี

หลังพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์, ต่อสู้และขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่, ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน  (เมาสุราหรือใช้สารมึนเมาอื่น ขณะขับรถ ข้อหานี้แจ้งเฉพาะนายโสภณ ) และอยู่ระหว่างเสนอผู้บังคับบัญชาแจ้งข้อหา ทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมจะออกไปข่มขู่พยาน และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยในช่วงเช้านายโสภณมีอาการเครียด และโวยวายในห้องควบคุมรวมถึงเตะประตูห้องขัง

ขณะที่ด้านหน้า สน.มีญาติของผู้ต้องหากว่า 10 คน มาคอยดูแลด้วยความเป็นห่วง นางพูลจิตร์ ทับหิรัญ แม่นายโสภณ กล่าวว่า ลูกชายไม่ใช่คนเกเร เป็นคนทำมาหากิน มีเมียและลูก 2 คน มีอาชีพตระเวนซื้อน้ำมันพืชเก่ามาเกือบ 10 ปี ดื่มสุราเป็นบางครั้งเมื่ออยู่บ้าน ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมตามที่บางสื่อบอกว่าเป็นสมาชิกแก๊งยันหว่าง

นอกจากนี้ยังส่งเสียค่าใช้จ่ายให้ครอบครัววันละ 300-500 บาท เพิ่งซื้อทาวน์เฮ้าส์อยู่ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ 1 ปี ต้องส่งค่าบ้านเดือนละ 13,500 บาท  ส่วนเหตุการทำร้ายร่างกายกันที่ สน. ฝ่ายลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุโดยเจ้าหน้าที่ไม่ยอมเข้าห้ามหรือระงับเหตุการณ์ จึงขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ โดยฝ่ายผู้ต้องหาได้แจ้งความเอาผิดฝ่ายอาสาสมัคร ในข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักข่าวไทย

วิษณุ เผย นายกฯ ยินดีใช้ ม.44 ช่วยปฏิรูปตำรวจหากจำเป็น

วิษณุ เผย นายกฯ ยินดีใช้ ม.44 ช่วย ปฏิรูปตำรวจ หากจำเป็น แจงโครงสร้างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ขออย่าวิจารณ์ปมทหารมาเป็นประธาน หวั่นทำขัดแย้ง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการมอบนโยบายกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจในวันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบโจทย์ให้คณะกรรมการร่วมกันหาคำตอบใน 3 ประเด็น คือ 1.โครงสร้าง ทั้งการให้ สตช. สังกัดหน่วยงานใด รวมถึงควรมีการกระจายกำลังพล เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจาตรวจคนเข้าเมือง 2.กระบวนการยุติธรรม เช่น อำนาจสอบสวน 3.การบริการงานบุคคล

รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายว่าควรใช้หลักเกณฑ์ความอาวุโสอย่างเดียว หรือควรพิจารณาร่วมกับคุณงามความดี โดยขอให้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนและให้เสร็จภายในปี2560 พร้อมกันนี้ยังได้กำหนดกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการให้ 2 เดือนแรก เป็นการอ่านงานวิจัยที่เคยมีผู้ได้ศึกษาไว้ 3 เดือนต่อมาให้จัดทำกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และ 4เดือนสุดท้าย ให้เป็นการรับฟังความคิดเห็นและกลับมาแก้ไขข้อที่บกพร่อง ซึ่งจะครบอายุคณะกรรมการชุดนี้พอดี

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ฝากความหวังกับคณะกรรมการชุดนี้ และหากจำเป็นเรื่องใดที่ต้องการให้ใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. โดยอาศัยอำนาจตามมาตร 44 แก้ให้ก่อนก็ยินดี หรือหากต้องแก้ไขกฎหมายก็สามารถทำได้

นายวิษณุ ยังชี้แจงกรณีกระแสโจมตีเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่มีสัดส่วนตำรวจจำนวนมาก ว่า สัดส่วนของคณะกรรมการถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้ตำรวจเท่ากับผู้ที่ไม่ใช่ตำรวจ และประธานต้องไม่ใช่ตำรวจ ซึ่งเบื่องต้นได้มีการทาบทามพลเรือนที่มีความเข้าใจเรื่องความมั่นคงให้มาดำรงตำแหน่ง แต่บุคคลเหล่านั้นติดขัดเรื่องกรอบเวลา จึงเสนอขอเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการแทน

ดังนั้นจึงได้เชิญ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ที่เป็นอดีตทหารและมีความเข้าใจในระบบโครงสร้าง จึงขออย่าวิพากษ์วิจารณ์ว่าให้ทหารมาปฏิรูปตำรวจทำให้เกิดความร้าวฉาน และตำรวจที่มีอยู่ในคณะกรรมการมีส่วนน้อยเท่านั้นที่มีตำแหน่งในทางปฏิบัติ