อ่วม! น้ำไหลทะลักเข้าท่วม อ.หล่มเก่า หนักสุดในรอบ 30 ปี

ยังอ่วม! อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ น้ำป่าสักยังเอ่อท่วม 2 ตำบล ชาวบ้านชี้หนักที่สุดในรอบ 30 ปี

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำจากแม่น้ำป่าสักที่เอ่อทะลักออกจากตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรใน 2 ตำบล ได้แก่ ต.ศิลา และ ต.ตาดกลอย อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ โดยนายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า นำคณะเจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารช่างที่ 8 จำนวน 60 นาย พร้อมเรือท้องแบนอีก 4 ลำ เข้าช่วยเหลือชาวบ้านหมู่ที่ 1 บ้านวังขอน และหมู่ 8 บ้านวังม่วง ต.ตาดกลอย หลังระดับน้ำที่เอ่อทะลักจากแม่น้ำป่าสักเข้าท่วมในหมู่บ้าน สูงราว 50-80 เซ็นติเมตร และกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวกราก เพื่อขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินหนีน้ำ และยังมีทหารชุดเสนารักษ์มาช่วยรักษาอาการป่วยให้ผู้ประสวภัยอีกด้วย

โดยชาวบ้าน ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้หนักและสูงที่สุดในรอบ 30 ปี และน้ำเข้าท่วมราว 05.00 น. ทำให้หลายครัวเรือนขนย้ายทรัพย์สินไม่ทันจำเป็นต้องปล่อยจมน้ำ และล่าสุดเวลา 13.00 น. ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ส่วนพื้นที่ประสบภัยมี 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน จำนวน 151 ครัวเรือน

ล่าสุด นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนายสมลักษณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การเกิดอุทกภัยที่บ้านวังขอน หมู่ 1 และบ้านวังม่วง หมู่ 8 พร้อมให้กำลังใจชาวบ้าน ทั้งนี้นายพิบูลย์ยังระบุด้วยว่า ได้สั่งการให้ทางอำเภอหล่มสักซึ่งจะรับมวลชนก้อนนี้ต่อจากเขตพื้นที่อำเภอหล่มเก่าให้เตรียมรับมือให้พร้อมแล้ว

ขอนแก่น น้ำลดกลับสู่ภาสะปกติ พบป้ายทะเบียนรถตกหล่นจำนวนมาก

สถานการร์น้ำท่วมที่ จ.ขอนแก่น กลับสู่ภาวะปกติแล้ว พบป้ายทะเบียนรถตกหล่นจำนวนมาก

ชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนน ต่างพากันเดินลุยน้ำหาแผ่นป้ายทะเบียนของตัวเองที่หลุดออกมาขณะวิ่งลุยฝ่าน้ำท่วม โดยเฉพาะที่ ถ.เหล่านาดี ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าป้ายทะเบียนรถรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกรูปแบบจมน้ำอยู่จำนวนมาก

นอกจากนี้ยังคงพบกันชนหน้ารถ รวมทั้งแผ่นยางกันฝุ่นที่ติดตั้งใต้ท้องรถ และกระทะครอบล้อรถ ตกอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งชาวบ้านได้เก็บมาวางรวมกันไว้ และแชร์ไปในเพจต่างๆ เพื่อให้เจ้าของรถมาติดต่อรับกลับคืน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในเขต จ.ขอนแก่น ขณะนี้ระดับน้ำยังคงทรงตัว และมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ปภ. 6 ขอนแก่น รวมทั้งกำลังทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดขชอบต่างยังคงวางกำลังเฝ้ารับมือสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

ขณะที่ระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมโรงเรียนการศึกษาพิเศษคนตาบอดขอนแก่น จากผลของกำแพงกั้นน้ำที่พังลงมานั้นเจ้าหน้าที่ได้อพยพทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว และหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงชาวบ้านก็ได้อพยพไปด้วยเช่นกัน เหลือเพียงชาวบ้านที่พอจะรับมือได้นำกระสอบทรายมากั้น และเฝ้าสถานการณ์น้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้านในระยะนี้