บล็อกเกอร์สาว อัดคลิปขอความเป็นธรรม หลังน้องถูกดีเจทอมใช้แก้วทุบหน้า เย็บเกือบ 100 เข็ม

บล็อกเกอร์สาวด้านความงาม โพสต์คลิปขอความเป็นธรรม หลังน้องสาวถูกดีเจทอมเน็ตไอดอลใช้แก้วตีหน้า เย็บเกือบ 100 เข็ม

เรียกว่ากำลังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้เลยก็ว่าได้ หลังบล็อกเกอร์สาวด้านความงาม ได้โพสต์คลิปขอความเป็นธรรมให้น้องสาวชื่อ “อ๊บ” ซึ่งถูกดีเจสาวทอมเน็ตไอดอลคนดัง ทำร้ายใช้แก้วตีหน้าจนเสียโฉมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา เหตุเกิดที่ร้านผับแห่งหนึ่ง ผ่านทางเฟซบุ๊ก Peeraya Erk-Erk Rachatasuwong

โดยระบุข้อความว่า….

น้องสาวเอิ๊กถูกทำร้ายเย็บ 2 รอบที่ใบหน้าเกือบ 100 เข็ม เสียโฉมไปตลอดชีวิต ! จากดีเจ….เน็ตไอดอลทอมตั้งใจทุบแก้วเข้าใบหน้าเต็มแรง มีผู้เกี่ยวข้องขู่อีกสองคนขู่ทำร้าย และหาเรื่องก่อนลงมือ ไม่มีคำว่าขอโทษใดๆ

ฝากแค่คนมาบอกวันเกิดเรื่อง “มีเงินพอ อยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมา-ครอบครัวเอาจริง ถ้าตีตีเลย-อยากให้ไปโรงพักบอกพร้อมสารภาพ” แต่ไม่เคยติดต่อมาด้วยทั้งที่รู้จะกัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ให้กำลังใจบล็อกเกอร์สาว และขอให้น้องสาวหายเร็วๆ ส่วนเรื่องของดีเจทอม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมชี้แนะให้ฟังความสองด้าน

ชมคลิปเต็ม คลิก https://web.facebook.com/wwwerkerkcom/?hc_ref=ARTkf-1luB9ivWK1uK7x2GipcZSSUkJvv__4u-QnHw9ZaVQeUpfeQe0zQYOPC5yiH_0&fref=nf

มวลน้ำจาก จ.สกลนคร ไหลเข้าท่วม อ.นาหว้า จ.นครพนม แล้ว

มวลน้ำจาก จ.สกลนคร ไหลท่วมในพื้นที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม ไร่นาเสียหายกว่า 1,000 ไร่

สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ขึ้นในพื้นที่ จ.สกลนคร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นติดกับ จ.สกลนคร โดยเช้านี้ (29 ก.ค. 60) มวลน้ำจาก จ.สกลนคร ได้ไหลมาตามลำน้ำสาขาเข้าท่วมบ้านโนนกุง หมู่ที่ 9 ต.นางัว อ.นาหว้า กู้ชีพ อบต.นางัว พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ช่วยเคลื่อนย้ายคนและสิ่งของ ของบ้านผู้ประสพภ้ยขึ้นที่สูง พร้อมออกประกาศเตือนให้ชาวบ้านได้ช่วยกันเก็บของขึ้นที่สูง

ทั้งนี้ มีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว อาทิ บ้านเสียว บ้านบะหว้าแสก ถูกตัดขาด บ้านเสียว หมู่ 10 อ.นาหว้า ถูกน้ำท่วมสูงราว 70 ชม. ไร่นาได้รับความเสียหายกว่า 1,000 ไร่

ขณะที่ สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม แจ้งปริมาณน้ำฝนเช้านี้ ตกหนักสุดที่ อ.นาทม วัดได้ 135 มม. และ อ.นาหว้า วัดได้ 132 มม. ระดับน้ำในเแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม วัดได้ 10.47 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติเพียง 1 เมตร และกรมเจ้าท่าได้งดการเดินเรือโดยสารระหว่าง นครพนม-ท่าแขก คำม่วน เป็นการชั่วคราว เนื่องจากน้ำโขงไหลเชี่ยวมาก

นายกฯ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ‘อ่างเก็บน้ำแตก’

นายกรัฐมนตรี กำชับทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง ให้ทบทวนปรับปรุงการเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ แนะประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ อ่างเก็บน้ำแตก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุเซินกาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาจะแจ้งว่า ปริมาณฝนจะลดลง เพราะพายุได้อ่อนกำลังลงและสลายตัวแล้ววานนี้ แต่ขอให้ทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงยังคงเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด เนื่องจากบางพื้นที่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ และน้ำเข้าท่วมในจุดสำคัญ เช่น โรงพยาบาล สนามบิน เป็นต้น

สำหรับบางพื้นที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายประชาชนออกมาได้ เพราะเกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน เจ้าหน้าที่จะต้องทำงานเชิงรุกโดยใช้เรือท้องแบนลำเลียงอาหารและสิ่งจำเป็นที่ง่ายต่อการขนส่งและบริโภค เป็นการชั่วคราว เช่น ข้าวเหนียว ไก่ทอด ไข่ต้ม น้ำดื่ม เข้าไปมอบให้กับผู้ประสบภัยถึงครัวเรือนระหว่างรอการอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอให้แต่ละจังหวัดทบทวนปรับปรุงระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อติดตามข้อมูลต่างๆ ให้เกิดความแม่นยำ และนำข้อมูลสภาพภูมิประเทศและภูมิสังคมของพื้นที่จริงไปประเมินจุดเสี่ยง และแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผู้นำชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เตือนไปยังประชาชน ขอให้ใช้วิจารณญานในการรับและส่งต่อข่าวสารในโลกออนไลน์ โดยให้ติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากทางราชการ เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวลือ เช่น อ่างเก็บน้ำใน จ.สกลนคร แตก หรือจะมีพายุเนสาทที่รุนแรงกว่าเซินกาถึง 2 เท่า เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งทั้ง 2 เรื่อง ไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่า กรณีของอ่างเก็บน้ำเป็นเพียงน้ำที่เอ่อล้นท่วมพื้นที่ท้ายอ่างบางส่วน และเจ้าหน้าที่ได้จัดการแก้ไขปัญหาแล้ว ส่วนพายุเนสาทนั้น จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไต้หวันในวันที่ 29 – 30 ก.ค. นี้ โดยไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย