มทร.อีสานชี้แจง หลังภาพรับน้องไม่เหมาะสม ว่อนเน็ต

มทร.อีสาน ขอโทษพ่อแม่ หลังภาพว่อนรับน้องสยิว คาดโทษหนัก รุ่นพี่ยันไม่ตั้งใจลามก

จากรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก  “รับน้องสร้างสรรค์ระดับพระกาฬ” ได้มีการเผยแพร่ภาพไม่เหมาะสมของการรับน้องของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ด้วยการให้น้องใหม่ชายหญิงจับคู่กัน จากนั้นให้หันหน้าลักษณะคล้ายกับกำลังจะจูบหรือหอมแก้มกัน ก่อนจะทราบต่อมาว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน นครราชสีมา นั้น

ล่าสุด  ผศ.ชูชัย ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มทร.อีสาน ฐานะประธานกรรมการศูนย์ป้องปรามกิจกรรม รับน้อง ใหม่และประชุมเชียร์ มทร.อีสาน พร้อมกรรมการ ซึ่งเป็นบุคลากรทางการศึกษา มทร. อีสานและนักศึกษาที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า

ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ  “โครงการก้าวแรกสู่ มทร.อีสาน ” เพื่อให้นักศึกษาน้องใหม่ที่เข้าใหม่ได้กระชับความสัมพันธ์ที่ดีงามต่อกัน ทั้งนี้จากการสอบถามนักศึกษาที่เกี่ยวข้องแล้วว่า ทุกคนไม่ได้มีเจตนาทำให้เกิดภาพไม่เหมาะสม แต่ภาพที่ปรากฏออกไปเป็นมุมกล้องบางช่วงบางตอนที่กำลังใช้ปลายคางชนกัน ทำให้เข้าใจผิดด้านลบ

ทั้งนี้ต้องขอโทษผู้ปกครองของนักศึกษาทุกคน ที่ทางมหาวิทยาลัยยังมีความบกพร่องในเรื่องการดูแลไม่ทั่วถึงและไม่ดีพอ ตนในฐานะผู้รับผิดชอบขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนการลงโทษผู้เกี่ยวข้องในกิจกรรมนี้จนทำให้เกิดภาพไม่เหมาะสมนั้น ขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งหมดให้คณะกรรมการของมหาวิทยาลัยพิจารณาแล้ว คาดว่าอีก 1 สัปดาห์น่าจะมีความคืบหน้า ทั้งนี้ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินการของมหาวิทยาลัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ธำรงไว้ ซึ่งปณิธานที่ดีงาม หากบุคคลภายนอก พบเห็นกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานกองพัฒนานักศึกษา ชั้น 2 อาคารกองพัฒนานักศึกษา มทร.อีสาน นครราชสีมา โทรศัพท์ 044-233000 ต่อ 2300,2320,2352 หรือติดต่อตนโดยตรง 08-1790-0215 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คลิปจาก matichon tv

ตร.สน.สายไหม เข้าแจ้งความ ถูกแก๊งโจ๋ทำร้าย-ลักทรัพย์ ขณะระงับเหตุ

ดาบตำรวจ สน.สายไหม แจ้งความ ถูกแก๊งโจ๋ รุมทำร้ายร่างกาย-ลักทรัพย์ ในปั๊มน้ำมัน ขณะระงับเหตุวิวาท

ด.ต.ธวัช สายเสมอ อายุ 44 ปี ผู้บังคับหมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.สายไหม เดินทางแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี อาชีพรับซื้อน้ำมันเก่า, นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี, นายปกรณ์ ชูวงค์ อายุ 24 ปี และนายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี หลังถูกกลุ่มคนดังกล่าวทำร้ายร่างกาย ขณะเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาท ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถ.สุขาภิบาล 5 ซ.17 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ

ด.ต.ธวัช กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาท ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก เมื่อไปถึงพบกลุ่มคนดังกล่าวยืนโต้เถียงกันอยู่กับคนดูแลปั๊มเรื่องการห้ามสูบบุหรี่ ตนจึงเข้าระงับเหตุ แต่กลับถูกนายโสภณ โกสินทร์ ต่อยที่ใบหน้า และเกิดชุลมุนขึ้น และบัตรประจำตัวข้าราชการรวมถึงโทรศัพท์ได้หายไปด้วย จึงแจ้งวิทยุสกัดจับ

ก่อนพบรถคันดังกล่าวบริเวณ ถ.ถนนเทพารักษ์ (วัชรพลตัดใหม่) แยกลานกีฬา รามอินทรา กลุ่มนายโสภณ ยังคงอาละวาดไม่หยุด และทะเลาะวิวาทกันกับกลุ่มคนในละแวกนั้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารต้องเข้าห้ามปรามและคุมตัวกลุ่มนายโสภณมาที่ สน.สายไหม

สหรัฐฯ ยกเลิกคำสั่ง แบนแล็ปท็อปในตุรกี

รัฐบาลตุรกีเปิดเผยว่า สหรัฐฯได้ยกเลิกคำสั่ง ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องบินที่จะเดินทางจากตุรกีไปยังสหรัฐฯแล้ว

นายอาเหม็ด อาร์สลัน รัฐมนตรีคมนาคมตุรกี เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯยกเลิกคำสั่งห้ามผู้โดยสารที่เดินทางจากนครอิสตันบูลของตุรกี ไปยังสหรัฐฯ นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ และแล็บท็อป ขึ้นไปบนเครื่องบิน

ด้านสายการบิน “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” ระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังสหรัฐฯ สามารถนำแล็ปท็อปขึ้นเครื่องได้ เช่นเดียวกับสายการบิน “เอมิเรตส์” ที่ระบุว่า สหรัฐยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวแล้วเช่นเดียวกัน

คำสั่งห้ามดังกล่าวถูกบังคับใช้ ท่ามกลางความกังวลว่า อาจมีการซุกซ่อนระเบิดในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสนามบิน 10 แห่งใน 8 ประเทศ ได้แก่ อียิปต์, โมร็อกโก, จอร์แดน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดิอาระเบีย, คูเวต, กาตาร์ และตุรกี

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สำหรับเที่ยวบินที่จะเดินทางไปยังประเทศที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีผลบังคับใช้ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งจะกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนกว่า 325,000 คนต่อวัน ที่เดินทางกับ 180 สายการบิน จากสนามบินกว่า 280 แห่งทั่วโลก