กทม.ยกเลิก ซื้อเสื้อโปโล-ชุดเอี๊ยมกันน้ำ เหตุแพงเกินจริง

ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ยอมรับ มีการเสนอสั่งซื้อเสื้อโปโล-ชุดเอี๊ยมกันน้ำพร้อมรองเท้าบูท มูลค่ากว่า 50 ล้านบาทจริง แต่ยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่ามีราคาแพง ยืนยันความโปร่งใสและไม่ได้ต้องการส่วนต่างเงินทอน

หลังเกิดกระแสข่าวกรุงเทพมหานคร เตรียมจัดซื้อเสื้อโปโลที่มีสัญลักษณ์กรุงเทพมหานคร 2 แสนตัว รวมมูลค่า 49 ล้าน 6 แสนบาท พร้อมกับชุดเอี๊ยมกันน้ำ และรองเท้าบูทอีก 1 พันชุด มูลค่า 1 ล้าน 2 แสนบาท เพื่อแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร โดยให้เจ้าหน้าที่จัดหางบประมาณมาดำเนินการอย่างเร่งด่วนนั้น

พล.ตำรวจเอก .อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า มีการเสนอเรื่องดังกล่าวขึ้นมาจริง แต่เมื่อเห็นราคาในการจัดซื้อ ตัวละ 248 บาท จึงคิดว่าแพงเกินไป เมื่อเทียบกับการจัดซื้อเสื้อบาส รักบี้และเสื้อบอล ในการแข่งกีฬาของนักเรียนนายร้อยสี่เหล่าทัพที่ตกอยู่ตัวละ 170-180 บาทเท่านั้น จึงตัดสินใจไม่ซื้อ เพราะมีราคาแพงเกินไป

สำหรับกรณีที่มีการอ้างเหตุผลว่านายกรัฐมนตรี ท้วงติงเรื่องการแต่งกายขณะปฏิบัติหน้าที่ เมื่อครั้งลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปฎิเสธว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ท้วงติง เพียงแต่เป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่ลงไปเก็บขยะตามท่อระบายน้ำจะเกิดอันตรายเท่านั้น

แต่อำนาจการจัดซื้อขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ส่วนจะมองว่าเป็นลดความน่าเชื่อถือหรือไม่ ที่มีการเผยแพร่เอกสารทั้งๆที่ยังไม่ได้อนุมัติเรื่องการจัดซื้อ พลตำรวจเอกอัศวิน กล่าวว่าไม่ใส่ใจเพราะไม่ใช่นักการเมือง ที่ต้องการส่วนต่างเงินทอน

ผู้เสียหายเข้าร้องเรียน รองผบ.ตร. หลังถูกจับเพราะ “ชื่อ-นามสกุล ซ้ำผู้ต้องหา”

ผู้เสียหายที่มีชื่อนามสกุลซ้ำกับผู้ต้องหา เข้าร้องเรียนกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกจับในข้อหาร่วมกันทำร้ายอดีตสามี ยันว่าไม่เคยก่อเหตุและมีสามีคนเดียว

นางบังอร พร้อมด้วย นายพิเชษฐ คำพวง สามี-ภรรยา เดินทางเข้าพบ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรม จากกรณีถูกจับดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 2557 ซึ่งคดีนี้เกิดขึ้นในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น

นางบังอร กล่าวว่า ถูกแจ้งข้อหาว่าใช้มีดแทงอดีตสามีเสียชีวิต ซึ่งชีวิตนี้มีสามีเพียงคนเดียว และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตั้งแต่ปี 2537 และในช่วงวันเกิดเหตุก็อยู่บ้านในอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีเพื่อนบ้านยืนยันได้ แม้ว่าจะมีการยืนยันกับพนักงานสอบสวนนครบาลประชาชื่นแล้ว แต่ยังถูกดำเนินคดี ซึ่งทราบว่า ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ มีชื่อนามสกุลซ้ำกับตัวเอง ในทะเบียนราษฎร ถึง 5 คน

ด้าน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้เสียหายร้องเรียนไว้ที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว โดยจะให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามทำสำนวนคดีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เนื่องจากในส่วนของพนักงานสอบสวนนครบาลประชาชื่นที่สำนวนคดีเรื่องนี้ได้นำสำนวนส่งอัยการไปแล้ว ซึ่งในส่วนของพนักงานสอบสวนนครบาลประชาชื่น จะให้จเรตำรวจเข้าตรวจสอบ หากพบมีความบกพร่อง ก็จะลงโทษทางวินัยทันที

ยกย่อง!! นร. ม.1 ยอดกตัญญู ดูแลพ่อป่วยอัมพาต ผอ.พร้อมสนับสนุน

ผอ.รร.พร้อมสนับสนุน หลังพบนักเรียนชั้น ม.1 ที่ตรัง ยอดกตัญญู ดูแลพ่อป่วยเป็นอัมพาต 

วันนี้ (6 ก.ค. 60)  นางสุวณี อึ่งวรากร ผู้อำนวยการ โรงเรียนสามัคคีศึกษา ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พร้อมคณะครู เข้าเยี่ยมครอบครัวของ เด็กชายวุฒิชัย สิทธิชัย หรือ น้องวุฒิ อายุ 13 ปีนักเรียนชั้น ม.1 หลังผู้อำนวยการโรงเรียนได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าเรื่องของเด็กชายคนดังกล่าวว่า  “สาเหตุที่น้องวุฒิ ต้องขาดเรียนบ่อย เพราะต้องอยู่ป้อนข้าวป้อนน้ำ ให้กับนายสมาน สิทธิชัย อายุ 43 ปีผู้เป็นพ่อ ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตมาตั้งแต่ปี 2557″

ส่วนพี่ชายอีก 2 คน ต้องไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต จึงไม่ได้อยู่ดูแลพ่อ ทางฝั่งภรรยาได้หนีไปตั้งแต่พ่อเริ่มป่วย ทำให้น้องวุฒิ ต้องแบกรับภาระในการดูแลพ่อทั้งหมด  ซึ่งนานทีพี่ชายคนที่ 2 จะกลับมาช่วย  และส่งเงินมาให้แต่ก็ไม่พอใช้ น้องวุฒิจึงต้องรับจ้างเก็บเศษยางพาราช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ โดยได้ค่าจ้างวันละ 100 บาท ช่วยค่ากับข้าวและเป็นค่าขนมไปโรงเรียนให้กับครอบครัว

พร้อมกันนี้ นางสุวณี อึ่งวรากร ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีศึกษา กล่าวว่า ผู้ป่วยเริ่มมีแผลกดทับแต่เด็ก  และไม่มียาสามัญประจำบ้านรักษา จึงส่งผลให้เป็นอัมพาตในที่สุด ส่วนผลการเรียนของน้องวุฒิที่ได้ 3.60 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ความประพฤติดี จึงต้องช่วยให้เรียนจบชั้นปริญญาตรี เพื่อจะได้ดูแลตัวเองต่อไปในอนาคต

ด้าน ด.ช วุฒิชัย สิทธิชัย กล่าวว่า พ่อป่วยแบบนี้มาหลายปีแล้ว จึงอยากให้มีคนใจบุญมาช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพ่อและทุนการศึกษาของตน ซึ่งอยากจะเรียนให้จบเพื่อจะได้หาเงินมารักษาพ่อ แต่ส่วนตัวยังไม่ได้คิดว่าโตขึ้นอยากจะเป็นอะไร นอกจากนี้น้องวุฒิยังได้กล่าวถึงผู้เป็นแม่ที่จากไปด้วยว่า อยากให้แม่กลับมาดูแลพ่อเพราะตอนนี้อาการของพ่อทรุดลงมาก

ทั้งนี้ผู้ใดประสงค์บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของ น้องวุฒิ ก็สามารถโอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ชื่อบัญชี ด.ช วุฒิชัย สิทธิชัย สาขานาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หมายเลขบัญชี  020121713061