เร่งหาเพื่อนชาย นักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยี่ยม ดับปริศนาคาเกาะเต่า มาคลี่คลายปม

เร่งติดตามตัวเพื่อนชาย นักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยี่ยม เสียชีวิตอย่างมีปริศนา บนเกาะเต่า มาสอบสวนคลี่คลายปม

พลตำรวจตรี ชลิต ถิ่นธานี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมคณะ เข้าตรวจสอบบริเวณป่าที่พบศพ น.ส.เอลิส เดลมานจ์ (Elise Dallemange) วัย 30 ปี นักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยม ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ บนเกาะเต่า อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ 27 เมษายน ที่ผ่านมา พร้อมเข้าตรวจสอบบังกะโล “ทริปเปิ้ลบี” อ่าวแม่หาด ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้าย ที่ น.ส.เอลิส เข้าพัก

โดยจากการสอบปากคำพนักงาน ทราบว่า น.ส.เอลิส มาเช่าห้องเมื่อ 19 เมษายน โดยเขียนชื่อ-สกุลจริง แต่ไม่ยอมเขียนหมายเลขประจำตัวพาสปอต เหมือนลูกค้ารายอื่น อีกทั้งเมื่อขอดูพาสปอร์ต น.ส.เอลิส กลับบ่ายเบี่ยง รวมทั้งยังใช้ปากกาขีดทับปิดนามสกุล Dallemange และเขียนนามสกุลใหม่เป็น Depis กระทั่งประมาณ 19.00 น. ได้เกิดเพลิงไหม้ห้องพักของ น.ส.เอลิส และลุกลามไปติดห้องพักอีก 3 หลัง ส่วนหลังเกิดเหตุ น.ส.เอลิส ได้หายตัวไปจากบังกะโล ก่อนจะมีการพบร่าง น.ส.เอลิส เสียชีวิตในลักษณะผูกคอกับต้นไม้ บริเวณอ่าวท้องโตนด ห่างจากที่พักประมาณ 2 กิโลเมตรครึ่ง

ทั้งนี้ พลตำรวจตรี ชลิต กล่าวระหว่างลงพื้นที่ว่า ในส่วนข้อสงสัยเรื่องกระเป๋าของผู้เสียชีวิต ที่ถูกส่งไปยังฝั่งจังหวัดชุมพร พบว่าเจ้าตัวลืมกระเป๋าไว้บนเรือที่ไปจังหวัดชุมพร เมื่อ 19 เมษายน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ผู้เสียชีวิตไปเกาะเต่า หลังพักบนเกาะพงัน มาระยะหนึ่ง พร้อมเร่งตามตัว นายรามัน อันเดรียส ชาวเยอรมัน ซึ่งคลั่งไคล้ลัทธิ “สัตยะ ไส บาบา” (Sathya Sai Baba) ที่พักอยู่บนเกาะพะงัน และสนิทสนมกับผู้เสียชีวิต มาสอบสวนคลี่คลายปมปริศนา

ขณะที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รายงานผลชันสูตรพลิกศพ น.ส.เอลิส ซึ่งเบื้องต้น พบว่าขาดอากาศหายใจ จากการผูกคอ นอกจากนี้ ได้มีการขยายเวลาสอบสวนไปอีก 1 เดือน เนื่องจากสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ

ดุสิตโพล เผยคนกังวลคดีฆ่าข่มขืน จี้เพิ่มบทลงโทษ ขอเร่งแก้ค้ากาม พัฒนาเศรษฐกิจ

สวนดุสิตโพล เผยประชาชนกังวลการฆ่าข่มขืน จี้ให้ลงโทษขั้นรุนแรง ขอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และพัฒนาเศรษฐกิจ

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผย ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,167 คน ระหว่างวันที่ 27 มิ.ย.-1 ก.ค. เรื่อง ภาพสะท้อนสังคมไทยจากข่าวสาร กรณีฆาตกรรม ฆ่าข่มขืน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 80.12 มองว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคม จึงต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง ขณะที่ ร้อยละ 72.41 เกิดจากพื้นฐานครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู ดังนั้นต้องปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เด็ก

ส่วนเรื่องการปล้น จี้ ชิงทรัพย์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 66.84 เกิดจากเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง และความยากจน จึงควรที่จะมีการพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ขณะที่ ร้อยละ 60.50 เห็นว่าประเทศไทย ไม่เป็นประชาธิปไตย จึงควรจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วม

นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.09 เห็นว่า ปัญหาการค้ากาม และการค้ามนุษย์ เกิดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ดังนั้นเจ้าหน้าที่ควรเข้มงวดและกวาดล้างให้สิน ขณะที่ร้อยละ 66.32 เกิดจากการใช้อำนาจของผู้มีอิทธิพล ภาครัฐจึงควรมีนโยบายแก้ไขที่เร่งด่วน