แท็กซี่หื่น! หวังปล้ำผู้โดยสารสาว ก่อนชิงทรัพย์หลบหนี เร่งล่าตัว

แท็กซี่หื่น หวังปลุกปล้ำผู้โดยสารสาว ก่อนชิงทรัพย์เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.กมลเทพ สมบัติ รองสารวัตรสอบสวน สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ทหารว่า มีหญิงสาวถูกคนร้ายพยายามข่มขืน จึงมาขอความช่วยเหลือ บริเวณทางเข้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถ.รามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรีบเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ น.ส.แอ๋ม (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ให้การว่า ตนเดินทางมาจากบ้านที่ จ.สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อมาสอบเข้ารับเป็นพนักงานราชการ ที่ ศูนย์การกำลังสำรอง

ก่อนที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ญาติได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า แม่ป่วย ตนจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านทันที ซึ่งตนได้โบกรถแท็กซี่จากปากซอยสายไหม 63 เป็นรถแท็กซี่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 6240 กรุงเทพมหานคร โดยให้ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 เมื่อถึงที่เกิดเหตุ บริเวณใต้สะพานลอยคนข้ามใกล้ทางเข้าสนามกอล์ฟกองทัพบก ถ.รามอินทรา คนขับรถแท็กซี่ได้ปีนข้ามมาด้านหลัง แล้วใช้กำลังพยายามถอดเสื้อและรื้อค้นในกระเป๋า โดยหยิบเงินไป 2,000 บาท จากนั้นตนได้เปิดประตูหนีออกมาได้ ก่อนจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหาร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน แต่ผู้เสียหายอยากกลับไปหาแม่ก่อน จึงช่วยกันออกเงินค่ารถให้แล้วพาไปที่ขนส่งหมอชิต 2 ทั้งนี้ ได้ประสานฝ่ายสืบสวนไล่ตรวจกล้องวงจรปิดหาตัวคนขับแท็กซี่มาดำเนินคดีต่อไป

แจ้งจับ! อดีตเจ้าอาวาส วัดวังตะวันตก เอี่ยวยักยอกทรัพย์

คณะทำงานเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฎิรูป เข้าแจ้งความกล่าวโทษ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ฐานต้องสงสัยร่วมยักยอกทรัพย์

นายธนพัฒน์ สุขเกษม คณะทำงานเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูป ที่มี นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปท.เป็นประธานเครือข่าย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครศรีธรรมราช ให้ดำเนินคดีกับ พระเทพสิริโสภณ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก และเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ฐานต้องสงสัยว่า อาจมีส่วนร่วม หรือรู้เห็นกับกลุ่มผู้ต้องหาฆ่าโบกปูนสามเณรปลื้ม หรือ นายศุภโชค เอกเกียรติกุล ในการยักยอกทรัพย์สินวัด

โดยนายธนพัฒน์ บอกว่า เหตุที่เข้าแจ้งความ เพื่อเปิดทางให้ตำรวจทำคดียักยอกทรัพย์สินวัด เพราะเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก รูปปัจจุบัน ยังไม่เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังทรัพย์สินวัดสูญหาย ทำให้ตำรวจไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินวัดที่ถูกยักยอก รวมถึงเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหาฆาตกรรมสามเณรปลื้ม จนทำให้คดีเกิดความล่าช้า

ขณะที่ตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช บอกว่า หลังจากนี้ เตรียมสอบสวนตามข้อร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนวันนี้ (2 ก.ค. 60) พระครูพรหมเขตคณารักษ์ เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก เตรียมมอบหมายให้ทนายความ เป็นตัวแทนวัด นำเอกสารและหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความต่อตำรวจ หลังมีวัตถุโบราณและทรัพย์สินจำนวนมากสูญหาย เพื่อดำเนินคดีผู้ยักยอกทรัพย์สิน ช่วงกลุ่มผู้ต้องหาคดีฆ่าสามเณรปลื้ม เข้าดูแลวัด

เร่งเทียบ DNA ของกลางหาคนร่วมบึ้มรพ.กับ ‘วัฒนา’

ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เผย อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ DNA ของกลางคดีระเบิด และเร่งเทียบเคียงของกลางชิ้นใหม่ หาคนร่วมก่อเหตุ

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมรายงานผลการตรวจพิสูจน์ ของกลางในคดี นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาในคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นลายลักษณ์อักษร ส่งให้คณะพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีระเบิด

ทั้งนี้ แต่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากการตรวจพิสูจน์มีหลายขั้นตอน ประกอบกับมีการตรวจยึดของกลางในคดีเพิ่มเติม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเก็บตัวอย่าง DNA เพิ่ม รวมถึงนำของกลางไปให้ ผู้ต้องหายืนยัน

ขณะนี้ จึงอยู่ระหว่างการตรวจเทียบเคียง DNA กับของกลางที่ตรวจยึดมาได้ใหม่ ว่ามีบุคคลอื่นร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ธวัชชัย ยืนยัน จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด