ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ลุงพุฒปีนต้นไม้ผูกคอตาย หลังเครียดที่ดินถูกยึด

คืบหน้าลุงพุฒ ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ปีนต้นไม้ผูกคอ หลังเครียดที่ดินถูกยึด ล่าสุดได้รับการช่วยเหลือแล้ว

แฟนเพจ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี นายพุฒ อินตรา ได้ร้องเรียนผ่านทางสายด่วนของรัฐบาล 1111 เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 หลังได้นำที่ดิน เนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา ไปค้ำประกันเงินกู้ที่เป็นสินเชื่อในการเช่าซื้อรถยนต์ให้กับน้องภรรยา กับธนาคาร ทิสโก้ แต่ผู้ซื้อ (น้องภรรยา) กลับไม่ได้ชำระค่างวดตามระยะเวลาที่กำหนด จนเป็นเหตุให้ถูกฟ้องร้องและบังคับยึดทรัพย์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นที่อาศัยอยู่ของผู้ค้ำประกัน (นายพุฒ ราคาประเมิน 542,065 บาท) โดยเรื่องนี้ สปน. โดยศูนย์บริการประชาชนได้ประสานส่งเรื่องให้จังหวัดกาญจนบุรีพิจารณาดำเนินการ

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 นายพุฒ ได้เดินทางมาจุดบริการประชาชน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเดินทาง แต่นายพุฒ ได้เดินออกไปภายนอกอาคาร ปีนขึ้นต้นไม้ใช้ผ้าขาวม้าผูกกับกิ่งไม้พยายามจะผูกคอตาย แต่ผ้าได้หลุดตกลงมาถูกกระถางต้นไม้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำนายพุฒ ส่งโรงพยาบาลวชิระฯ

พร้อมประสานญาติให้มารับกลับ และในช่วงเย็นวันเดียวกันศูนย์บริการประชาชนได้ประสานให้นายพุฒ พร้อมกับญาติได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรึกษาหารือและหาแนวทางให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น และจากการติดตามความคืบหน้าไปยังกรมบังคับคดีสรุปแนวทางการดำเนินการให้ความช่วยเหลือได้ ดังนี้

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 จังหวัดกาญจนบุรีได้จัดประชุมหารือหาแนวทางให้ความช่วยเหลือ และได้เดินทางไปยังบ้านนายพุฒ เพื่อสอบถามปัญหาต่าง ๆ ได้ชี้แจงขั้นตอนในการบังคับคดีให้เข้าใจ และเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 เจ้าหนี้ได้แถลงยอดหนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เพื่อประกอบการทำบัญชีแสดงรายการรับ – จ่ายเงิน และจากการขายทอดตลาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขณะนี้มีเงินเหลือคืนนายพุฒ จำนวน 210,968.59 บาท ซึ่งในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 อธิบดีกรมบังคับคดี และรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมดูแลการจ่ายเงินส่วนที่เหลือ ให้นายพุฒ ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี

ขอบคุณข้อมูลจากแฟนเพจ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เปรียบได้ชัด เพจดังเทียบการศึกษาไทย-เทศ หลังดราม่าด่าหมอ-พยาบาล

เพจดราม่า เปรียบได้เด็ด ปมดราม่าด่าหมอ-พยาบาล ยกสำคัญที่การศึกษา แนะผู้ใหญ่เปลี่ยนแนวคิดฟังคนอายุน้อยกว่าบ้าง  

วันนี้ (24 ก.ค. 60) เพจ Drama-addict ได้มีการโพสต์ข้อความยกตัวอย่างเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทยและต่างประเทศไว้ได้อย่างน่าสนใจ หลังเกิดข้อพิพาทกรณีญาติผู้ป่วยไม่พอใจเจ้าหน้าที่หมอและพยาบาลในโรงพยาบาล ที่ไม่รักษาเด็กคนหนึ่ง ทั้งๆ  ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่

โดยมีข้อความระบุว่า  เด็กชายวัยเก้าขวบ โรงเรียนสอนเด็กในชั้นเรียนว่า ใครเจ็บหน้าอก ระวังโรคหัวใจ ให้รีบไปโรงพยาบาลนะ วันต่อๆ มา แม่เด็กเกิดมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อย ลูกชายรู้เข้า จำได้ว่าครูเคยสอนไว้แบบนั้น บอกแม่ไป โรงพยาบาลเถอะ แม่คิดว่าไม่เป็นไรมั้ง ไม่ต้องไปก็ได้ แต่ลูกชายยังรบเร้าว่าไปเถอะแม่ๆ

สุดท้ายแม่ยอมไปโรงพยาบาล หมอตรวจพบลิ่มเลือดอุดตันในปอด ช้าอีกนิด ตายแน่ แต่รอดมาได้เพราะความรู้ของเด็กเก้าขวบที่เรียนจากในโรงเรียน แล้วย้อนกลับมาดูในบ้านเราที่คนโวยวายว่าหมอไม่รักษาน้องที่โดนงูกัดทั้งที่หมอจัดเต็มให้หมดแล้ว การศึกษาแม่งสำคัญจริงๆ

เพจดราม่า, ข่าวสดวันนี้

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกับข้อความที่โพสต์ออกไป บ้างก็ได้เสนอแนะให้มีการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาในประเทศได้แล้ว อีกทั้งอยากให้ผู้ใหญ่หรือคนในครอบครัว เปลี่ยนความคิดแล้วหันมาฟังความคิดและข้อเสนอของเด็กๆ หรือผู้ที่อายุน้อยกว่าบ้าง เพื่อจะได้รับความรู้ใหม่ๆ ให้เท่าทันโลก

สลด!! กลุ่มโจ๋คะนองรุมยำ 2 ทหารเละคาที่ ก่อนฉกรถซิ่งหนี

สลด!! โจ๋คะนองรุมยำ 2 ทหารสลบคาที่ ก่อนฉกรถซิ่งหนี ด้านตำรวจเร่งล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ

วานนี้ (23 ก.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากญาติผู้บาดเจ็บที่ โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน กรูเข้ามารุมทำร้ายจนสลบคาที่ไป 2 คน ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์และหลบหนี หลังรับแจ้งตำรวจจึงรีบเดินทางเข้าตรวจสอบที่โรงพยาบาลทันที

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้พบกับ พลทหารศุภชัย เจนทน อายุ 21 ปี สังกัดค่ายเอราวัณ ลพบุรี รักษาตัวอยู่ในอาการฟกช้ำทั่วร่างกาย ตามใบหน้ามีบาดแผลคล้ายกับรอยรองเท้า แต่อาการเริ่มดีขึ้น นั่งและพูดได้แล้ว ส่วน นายบุญโชค อาญาเมือง อายุ 20 ปี เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ด้วยอาการเดียวกัน

จากการสอบถาม พลทหาร ศุภชัย เล่าว่า คืนวันเกิดเหตุช่วงเวลา 01.00 น. (19 ก.ค.) ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนได้มาเที่ยวสถานบันเทิงในตัวเมือง ช่วงขากลับได้มีกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า 10 คน ขับรถจักรยานยนต์มาประกบ ขับรถมาปาดหน้า แล้วลงมารุมทำร้ายโดยไม่ถาม ตนเองกับเพื่อนไม่ทันได้ตั้งตัว โดนทำร้ายจนไม่ได้สติ รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว

 

นอกจากนี้ นายบุญโชค บอกว่า ตนเองขับ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซูปเปอร์คัพ สีแดง -ชมพู ซึ่งเป็นรถที่ตนเองรักมาก และส่งค่างวดยังไม่หมด นอกจากจะได้รับบาดเจ็บแล้วยังต้องเสียรถที่รักไปอีก จึงอยากจะเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดี โดยเฉพาะรถที่ตนเองอยากได้คืนมา

ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก : 77jowo.com