สาวท้อง 2 เดือน ถูก ‘เสี่ยเอ็ม’ ซ้อม เข้าตรวจบาดแผล ที่รพ.ภูมิพลอดุลยเดช

สาวท้อง 2 เดือน ถูก ‘เสี่ยเอ็ม’ เจ้าของธุรกิจรถยนต์มือสอง  ซ้อมเข้าตรวจบาดแผล ที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช 

จากกรณีที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก “Khun Shane Rajatabhaiboon” ออกมาโพสต์บอกเล่าเรื่องราวที่น้องสาวของตน ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนอาการสาหัส ซึ่งคาดว่าคือ นายชลวิทย์ หรือ เสี่ยเอ็ม หลานอาม่า ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น อ่านต่อ >> ภาพว่อน! สาวท้อง 2 เดือน ถูกแฟนหนุ่มซ้อมปางตาย คาดคือ ‘เสี่ยเอ็ม’ หลานอาม่า เจ้าเดิม

ล่าสุดวันนี้(24 ก.ค. 60) น้องจีน่า ที่ถูกนายชลวิทย์ หิรัญชัชวาล หรือเอ็ม ที่เคยก่อเหตุขับมินิและปอร์เช่ ไปชนประชาชนได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางมาตรวจแผลที่ถูกทำร้าย ที่ นิติเวช ที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

ในเวลาต่อมา พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เดินมาพร้อมน้องจีน่า โดยพล.อ.ต.สันติ เปิดเผยว่า แผลของน้องบริเวณขมับข้างขวามีสองจุด ด้านบน 1 เซนติเมตร ด้านล่าง 3 เซนติเมตร ส่วนการตั้งครรภ์ ไม่ได้รับผลกระทบและดวงตาเป็นปกติดี  นอกจากนี้ น้องจีน่า ยังเผยว่า รู้สึกเจ็บแผลที่ขมับอยู่และยังปวดเมื่อยไปทั้งตัว หลังจากนั้นน้องจีน่าได้เดินทางไป สน. สายไหม

Hi Premium Diesel S สุดยอดน้ำมันจาก บางจาก

บางจากเปิดตัวน้ำมัน “Hi Premium Diesel S” มีค่าซีเทนสูงสุดถึง 70 พร้อมมาตรฐานยูโร 5 ตั้งเป้ายอดขายกว่า 4 ล้านลิตรต่อเดือน

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมัน Hi Premium Diesel S ด้วยนวัตกรรมพรีเมียมดีเซลอนาคต The Next Generation Green Cetane หลังจากบางจากได้มีการพัฒนาเพื่อให้มีการตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้รถที่ต้องการน้ำมันดีเซลคุณภาพสูง รองรับเทคโนโลยีของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ จากการผสานองค์ประกอบน้ำมันคุณภาพจากแหล่งที่ดีที่สุดเพียงแหล่งเดียว

น้ำมัน Hi Premium Diesel S มีสมรรถนะเหนือกว่าพรีเมียมดีเซลทั่วไป คือมีค่าซีเทนสูงสุดถึง 70 จึงแรงในทุกอัตราเร่งทั้งทางเรียบและทางชัน ประหยัดน้ำมันได้ถึง 4.3 % สาร Hi Active Cleansing ช่วยให้หัวฉีดสะอาดขึ้นกว่า 70% พร้อมปกป้องเครื่องยนต์และมาตรฐาน Euro 5 ค่ากำมะถันลดลงกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับ Euro 4 ช่วยลดมลภาวะดีต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บริษัทได้จำหน่าย บางจาก Hi Premium Diesel S แล้ว ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เบื้องต้นกว่า 100 สาขา และจะเพิ่มเป็น 200 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ ตั้งเป้าหมายยอดขายมากกว่า 4 ล้านลิตร/เดือน โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ และส่งเสริมการขายมอบคะแนน 6 เท่า ให้สมาชิกบางจากดีเซลคลับที่เติม Hi Premium Diesel S ทุกลิตร ไปจนถึง 31 สิงหาคม นี้

ย้อนวีรกรรม ‘เสี่ยเอ็ม’ จากขับรถชนคน ถึงทำร้ายแฟนสาว กับคำถาม ทำไม? ยังลอยนวล

3 วีรกรรม ‘เสี่ยเอ็ม’ หลานอาม่า ซิ่งปอร์เช่-มินิ ชนคน สู่ทำร้ายร่างกาย ลูก-เมีย กับคำถามจากสังคม เหตุใดคนแบบนี้ยังลอยนวล สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไม่รู้จบ ??

เรียกว่ากำลังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากอยู่ในโลกออนไลน์ในขณะนี้ สำหรับ นายชลวิทย์ หิรัญ  หรือ ‘เสี่ยเอ็ม’ เจ้าของธุรกิจรถยนต์มือสอง หลานอาม่า เจ้าเดิม ที่ก่อวีรกรรมเอาไว้มากมาย จนเกิดเป็นคำถามต่อสังคมว่า เหตุใดทำไมยังลอยนวล สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไม่รู้จบ ทั้งที่ทำเรื่องราวเอาไว้ใหญ่โต หรือเป็นเพราะอำนาจเงินที่ทำให้หลุดพ้นไม่ติดคุกติดตารางรับโทษถึงทุกวันนี้

‘เสี่ยเอ็ม’ กลายเป็นที่รู้จักเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 60 หลังสื่อรายงานข่าวว่า ‘เสี่ยเอ็ม’ ขับรถยนต์หรูปอร์เช่ รุ่นเคย์แมน สีขาว พุ่งชนต้นไม้เป็นเหตุให้ นายจตุพล วรรทวี อายุ 34 ปี และ น.ส.กานตะวิวาวงศ์ หรือ ลาด อายุ 35 ปี สัญชาติลาว สองสามีภรรยาผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งจอดอยู่ริมทางบริเวณคลองลำเจียก ถูกเฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเหตุให้เฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดังอย่าง @อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V4 ตามขุดขุยประวัติจนเจอเขากับคดีคล้ายๆ กัน จากผู้กระทำคนเดียวกัน

ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 ‘เสี่ยเอ็ม’ เคยมีคดีขับรถยนต์มินิคูเปอร์ชน 4 นักศึกษา พลเมืองดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค จนหนึ่งในผู้บาดเจ็บเกือบเป็นอัมพาต ต้องผ่าตัดกระดูกสันหลังและรักษาตัวนานกว่า 6 เดือน ซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 5 ปีแล้ว แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากผู้ก่อเหตุ ตามคำสั่งศาล ที่สั่งให้ชดใช้ 14 ล้านบาท เท่าที่ควร และเมื่อทวงถามกลับบอกว่า “ไม่มีเงิน” โดย นางหงส์ แซ่ลี้ อาม่าของ ‘เสี่ยเอ็ม’ ได้มอบเงินให้เพียง 10,000 บาท ทั้งที่รับปากว่าจะชดใช้ 300,000 บาท

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ‘เสี่ยเอ็ม’ เปิดเต็นท์รถและขับปอร์เช่ แต่ไม่มีการชดใช้หลังจากนั้นแม้แต่บาทเดียว ทั้งยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งผู้เสียหายก็ไม่ทราบว่า จะไปเรียกร้องได้ที่ไหนอย่างไร แต่หลังจากมีข่าวว่า ‘เสี่ยเอ็ม’ ขับปอร์เช่ชนสองสามีภรรยา จึงปรึกษาทนายความ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป

แต่สิ่งที่สร้างเสียงฮือฮาต่อสังคมเป็นอย่างมากคือ เมื่อ อาม่า ของ ‘เสี่ยเอ็ม’ ได้ไปออกรายการ ต่างคนต่างคิด ทางช่องอมรินทร์ ทีวี ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า หากฟ้องศาลเรียกเงินจริง ก็คงไม่มีเงินพอจะไปชดใช้ให้ใครอีก “เรียก 20 กว่าล้าน เอาฉันไปฆ่าดีกว่า ฉันจะไปเอาที่ไหน” จนทำให้เสี่ยเอ็มกลายเป็นที่รู้จักในนาม ‘เสี่ยเอ็ม หลานอาม่า’ และถูกโจมตีอย่างหนักในโลกโซเชียล

ล่าสุด ‘เสี่ยเอ็ม’ ได้กลับมาทวงคืนหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Khun Shane Rajatabhaiboon” ออกมาโพสต์บอกเล่าเรื่องราวที่น้องสาวของตน ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนอาการสาหัส ซึ่งคาดว่าคือ เสี่ยเอ็ม หลานอาม่า เจ้าเดิม

โดยได้มีการระบุข้อความว่า “เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับน้องสาวของผม ถูกผู้ชายทำร้ายร่างกาย ซึ่งก็คือแฟนของเธอเอง โดยที่เธอกำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่า ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บ มีแผลฉีกเป็นรูลงไปที่ขมับใกล้คิ้วและตาด้านขวา หลังมีอาการปวดอย่างรุนแรง แขนและนิ้วช้ายมีอาการปวดจากการฟกช้ำ ส่วนเด็กในครรภ์โชคดีปลอดภัย ขณะนี้ผมได้พาน้องสาวไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้นแล้ว และรอให้หมอบันทึกคดี ลงความเห็นเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อไป”

นอกจากตัวน้องสาวจะเจ็บ ยังมีทรัพย์สินที่เสียหายอีกมากทั้งโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตกละเอียด รวมถึงไอแพดที่เปื้อนเลือดเกรอะกรัง ซึ่งฝ่ายหญิงยังบอกว่า ‘เสี่ยเอ็ม’ ได้เอาเงินไปอีก 150,000 บาท พร้อมกับบอกว่า จะไม่คืนให้ ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวของ ‘เสี่ยเอ็ม’ ที่ทำร้ายร่างกายแฟนสาวและลูกน้อยในท้อง ได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้คนต่างหันมาสนใจ ‘เสี่ยเอ็ม’ อีกครั้ง จนเกิดเป็นคำถาม เหตุใดทำไมยังลอยนวล สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไม่รู้จบ หรือเป็นเพราะอำนาจเงินที่ทำให้หลุดพ้นอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ จึงวอนผู้เกี่ยวข้องช่วยออกมาชี้แจ้ง และหาบทลงโทษที่จำทำให้ ‘เสี่ยเอ็ม’ ไม่ออกมาทำร้ายใครได้อีก

ขอบคุณภาพจากเพจ @อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V4