ตร.แถลงเปิดรายละเอียดทรัพย์สิน ผู้ต้องหาค้ายาข้ามชาติที่ฆ่าตัวตาย

รอง ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมเครือข่ายข้ามชาติ OPERATION BAYONET พร้อมแขงรายละเอียดทรัพย์สิน ของผู้ต้องหาค้ายาข้ามชาติที่ฆ่าตัวตาย

วันนี้ ( 24 ก.ค.60 ) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมเครือข่ายข้ามชาติ OPERATION BAYONET โดยมีมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้จำนวน 726,300,000 บาท และของกลางไอซ์ จำนวน 99 กิโลกรัม

ทั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (DEA) และสำนักงานสอบสวนกลางประเทศสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้ขอความร่วมมือมายัง บช.บส.,ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมทำการสืบสวนสอบสวน นายอเล็กซานเดอร์ สัญชาติแคนาดา หลังสืบทราบว่า นายอเล็กซานเดอร์เป็นตัวการสำคัญในการติดต่อสั่งซื้อยาเสพติดอาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆผ่านทางเว็บไซต์ Alpha Bay มีความเชื่อมโยงกันหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา,แคนาดา,ฝรั่งเศส,สเปน,เนเธอร์แลนด์,ฮ่องกง,ไซปรัส,ลิทัวเนีย โดยมีประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางในการกระทำความผิด

กระทั่งทางการสหรัฐอเมริกาได้ออกหมายจับและได้ร้องขอทางการไทยให้ดำเนินการจับกุมตัวนายอเล็กซานเดอร์ และส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกา ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนพ.ศ. 2551 ทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาให้ออกหมายจับเพื่อจับกุมตัวนายอเล็กซานเดอร์

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายอเล็กซานเดอร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 224 / 2560 ลงวันที่ 3 ก.ค. 2560 ในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542. ที่บ้านเลขที่ 514 ซ.ทธมณฑลสาย 3 ซอย 28 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการตรวจค้นยึดทรัพย์สินอายัด มูลค่าทรัพย์สิน 726,300,000 บาท และควบคุมตัวไว้ที่ บช.ปส. เพื่อรอดำเนินการตามกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามที่ได้รับรองขอมา

ต่อมาในวันที่ 12 ก.ค.2560 ระหว่างประสานงานขอรับตัวผู้ต้องหาเพื่อส่งมอบให้พนักงานอัยการ รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่า ผู้ต้องหาได้เสียชีวิตระหว่างควบคุมตัวโดยอัตนิบาตกรรม จึงดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องและได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้ว

สำหรับแผนปฏิบัติการ bayonet นี้ มีการปฏิบัติการณ์พร้อมกันทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 5- 20 ก.ค.2560 จำนวน 6 ประเทศคือสหรัฐอเมริกา,แคนาดา,สเปน,ลิทัวเนียและไทย

สั่งจำคุก 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ‘จำลอง’ กับพวกนำพธม.บุกทำเนียบ

ศาลอุทธรณ์ แก้โทษสั่งจำคุก 8 เดือน “จำลอง”กับพวก นำ พธม. บุกปิดล้อมทำเนียบ ปี 2551 – ไม่รอลงอาญา

วันนี้(24 ก.ค.) ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นจำเลยที่ 1-6 ฐานร่วมกันบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์

จากกรณี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จำเลยกับพวกได้ปราศรัยชักชวนให้ประชาชนกดดันให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ลาออก แล้วปิดล้อมเข้าควบคุมทำเนียบรัฐบาล ห้ามราชการเข้าปฏิบัติหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 3 ปี แต่การนำสืบเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ก่อนยื่นขอประกันตัว

เมื่อถึงเวลา นัด จำเลยทุกคนมาศาล และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายสนธิ มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทย์ มีรองเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการดูแลสถานที่ดูแลรักษาความเรียบร้อยทำเนียบรัฐบาล และตำรวจสันติบาลรวม 4 ปาก เบิกความถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่จำเลยทั้ง 6 ที่เป็นแกนนำ และผู้ชุมนุม เข้าไปในทำเนียบรัฐบาลและได้นำรถ 6 ล้อเข้าไปตั้งเวทีปราศรัย หน้าสนามหญ้าทำเนียบรัฐบาล มีการตัดโซ่ที่คล้องประตูสองชั้นรวมทั้งผลักดันแผงเหล็กกั้น ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดไว้ เพื่อรักษาความปลอดภัย ซึ่งการกระทำนั้นส่งผลให้ เกิดความเสียหายต่อระบบการรดน้ำ ,สนามหญ้าที่ตายทั้งหมด และระบบไฟในสนามหญ้า

ศาลจึงเห็นว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นการกระทำฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวสืบเนื่องกันแต่ผิดกฎหมายหลายบท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาฐานบุกรุกนั้นชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยขอให้ศาลลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ โดยอ้างเหตุ ว่าจำเลยเป็นผู้มีการศึกษา มีสถานะทางสังคม และได้ทำงานสังคม อีกทั้งไม่เคยต้องโทษในคดีอาญามาก่อน กับการชุมนุมนั้นก็เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะนั้น ศาลเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการบุกรุกทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นสถานที่ราชการ

ซึ่งการที่จำเลยจะใช้เสรีภาพนั้นก็จะต้องไม่กระทบต่ออำนาจหน้าที่ของผู้อื่น และเพื่อไม่ให้การกระทำของจำเลยนั้นเป็นเยี่ยงอย่าง แต่เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของพวกจำเลยมิได้เป็นประโยชน์เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน จึงเห็นควรพิพากษาลงโทษให้เหมาะสมกับพฤติการณ์พิพากษาแก้ จากเดิมที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี ให้เป็นจำคุก 1 ปี โดยลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้ง 6 เป็นเวลาทั้งสิ้น 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ต่อมา นายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความเปิดเผยว่า เตรียมยื่นหลักทรัพย์ สำหรับ 5 แกนนำคนละไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนนายสนธิ ไม่ได้ยื่นเนื่องจากถูกจำคุกในคดีอื่น โดยจะพยายามยืนฎีกาต่อสู้คดีให้ทันภายในวันนี้ด้วย

ญี่ปุ่นเร่งอพยพชาวบ้าน หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่อีกรอบ

ญี่ปุ่น!! เร่งอพยพชาวบ้านนับหมื่นหนีน้ำท่วม หลังเหตุฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่  

วานนี้ (23 ก.ค. 60) ทางการญี่ปุ่นสั่งอพยพประชาชนหลายหมื่นคนใน จ.อากิตะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม จนทำให้รถไฟไม่สามารถใช้งานได้ในบางเส้นทาง

โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ประชาชนเกือบ 2 หมื่น 5 พันคน ใน จ.อะกิตะ ได้รับคำสั่งให้อพยพทันที และอีกประมาณ 6 หมื่น 5 พันคน ได้รับคำแนะนำให้เตรียมตัวออกจากพื้นที่ หลังจากที่แม่น้ำหลายสายเอ่อล้น และเข้าท่วมบ้านเรือนมากกว่า 100 หลังคาเรือนแล้ว

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินสั่งจับตาเฝ้าระวังต่อเนื่อง