สุดเวทนา! หนูน้อยวัย 2 ขวบพิการขาทั้งสองข้างตลอดชีวิต หลังป่วยเยื้อไขสันหลังเปิด

สุดเวทนา! หนูน้อยวัย 2 ขวบป่วยเยื้อไขสันหลังเปิด พิการขาสองข้าง แม่เผยเคยคิดฆ่าตัวตาย หลังป่วยโรคลมชัก สามีทิ้ง ลูกพิการ ฐานะยากจน

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.60 ที่ผ่านมา ศูนย์ข่าวนคร 24 ชั่วโมง สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก น.ส.สุรางคณา อักษรไทย อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/4 หมู่ 3 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสื่อกลางขอความช่วยเหลือผู้ใจบุญหรือหน่วยงานภาครัฐ ให้การช่วยเหลือ ด.ญ.พิชญาพร (สงวนนามสกุล) หรือ น้องข้าวหอม อายุ 2 ขวบ หลังจากป่วยโรคเยื้อหุ้มไขสันหลังเปิด ขาทั้งสองขาอ่อนแรงพิการใช้การไม่ได้ต้องทนทุกข์ทรมานตั้งแต่เกิด จึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อถึงพบว่า สภาพบ้านเก่าทรุดโทรม มีน้องข้าวหอมนอนอยู่บนแคร่ พร้อมด้วย น.ส.สุรางคณา อักษรไทย ผู้เป็นแม่ และตา ยาย ของน้องข้าวหอม ระหว่างพูดคุยน้องข้าวหอมพยายามใช้มือทั้งสองข้างขยับพาร่างตัวเองมาบนแคร่ เนื่องจากขาทั้งสองข้างมีสภาพอ่อนแรงไม่สามารถขยับใช้การได้ เป็นที่น่าเวทนาอย่างยิ่ง

น.ส.สุรางคณา อักษรไทย แม่น้องข้าวหอม เล่าว่า ตนป่วยเป็นโรคลมชัก ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ในปัจจุบันไม่สามารถทำงานหนักได้ หลังแต่งงานกับสามี และตั้งครรภ์ ปี 2557 ในระหว่างตั้งครรภ์ ตนตรวจครรภ์กับแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง พบว่าครรภ์ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด กระทั้งวันที่ 28 ก.ค.58 ตนคลอดบุตรสาวที่โรงพยาบาลทุ่งสง หลังคลอดพบว่าบุตรสาวตนมีแผลคล้ายฝีที่ก้นกบ โดยแพทย์ลงความเห็นให้รีบผ่าตัด ในวันที่ 29 ก.ค.58 เพื่อป้องกันการติดเชื้อ จึงถูกส่งตัวโรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช ทำการผ่าตัด

หลังผ่าตัดแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน แต่พบว่าน้องข้าวหอมมีความผิดปกติ โดยขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ขยับไม่ได้ เวลาเคลื่อนตัว น้องข้าวหอมจะใช้มือทั้งสองข้างช่วยผลักพาร่างขยับไปข้างหน้าหรือถอยหลัง ในปัจจุบันอาการของน้องข้าวหอมยังไม่ดีขึ้น ขาทั้งสองขายังไม่มีเรี่ยวแรง แต่ยังคงรักษาอาการต่อเนื่องที่โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ แพทย์ระบุว่า น้องข้าวหอม ป่วยเป็นโรคเยื้อหุ้มไขสันหลังเปิด ทำให้มีขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ส่วนสาเหตุที่เกิดแผลคล้ายฝีที่ก้นกบของน้องข้าวหอม แพทย์ระบุว่า อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยารักษาโรคลมชักที่ตนทาน หรืออาจจะเป็นโรคชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกแรกเกิด

น.ส.สุรางคณา เล่าอีกว่า หลังจากคลอดน้องข้าวหอมเพียงไม่กี่วัน สามีของตนซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของน้องข้าวหอมได้ทิ้งตนและน้องข้าวหอมไปมีครอบครัวใหม่ ตนจึงลาออกจากงานมาดูแลน้องข้าวหอมอย่างใกล้ชิด พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลที่ตามนัดทุกครั้ง ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่มีรายได้ เงินที่เก็บไว้ช่วงทำงานเริ่มใช้จ่ายหมดไปกับค่ารักษาน้องข้าวหอม และค่ารักษาโรคลมชักของตน

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งค่านมผง เพราะน้องข้าวหอมกินน้ำนมจากตนไม่ได้ เนื่องจากตนทานยารักษาอาการโรคลมชัก นอกจากนี้น้องข้าวหอมต้องใส่แพมพอร์ตตลอดเวลา เพราะน้องข้าวหอมไม่สามารถอั้นปัสสาวะอุจาระได้ ตนสงสารน้องข้าวหอมเป็นอย่างมากที่ต้องมาทนทุกข์ทรมานอย่างนี้ตั้งแต่เกิด ล่าสุดทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า น้องข้าวหอมจะพิการขาทั้งสองข้างตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตามตนก็ยังมีความหวังที่น้องข้าวหอมจะหายเป็นปกติ เดินได้ เล่นได้ เหมือนเด็กทั่วไป ก่อนหน้านี้เคยท้อในโชคชะตาชีวิต คิดฆ่าตัวตายพร้อมกับลูก แต่ด้วยความสงสารลูกและกำลังใจจากพ่อแม่ รวมทั้งญาติๆ ตนจึงเปลี่ยนใจไม่คิดฆ่าตัวตาย และต่อสู้เลี้ยงดูลูก

สำหรับผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตา หรือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ต้องการช่วยเหลือน้องข้าวหอม สามารถโอนเงินผ่านชื่อบัญชี น.ส.สุรางคณา อักษรไทย ธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเกษตร เลขที่บัญชี 820 – 0 – 49259 – 1 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 093 – 5961891

บ้านบนสะพานปลา จ.ชลบุรี ทรุดตัวถล่มลงทะเล ตาย 1 ราย

เกิดเหตุบ้านเก่าบนสะพานปลาประเทือง จ.ชลบุรี ทรุดตัวถล่มลงทะเลหายไปครึ่งหลังช่วงกลางดึก ตาย 1 รอด 3

พ.ต.ท.พศวัต ศิริพรนพคุณ สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งพบบ้านไม้เก่า เลขที่ 001/ 24 ทรุดตัวถล่มลงไปในทะเล บริเวณสะพานปลาประเทือง หมู่ 1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ มีผู้บาดเจ็บและผู้สูญหายหลายราย หลังรับแจ้งจึงประสานขอรับการสนับสนุนหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานเข้าช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบบ้านไม้ทรุดตัวถล่มลงไปในทะเลหายไปครึ่งหลัง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและชาวบ้านต่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจำนวน 3 รายขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยได้แก่ นางสิริกร บัวเสถียร อายุ 62 ปี นายวรินทร บัวเสถียร อายุ 25 ปี และ ดญ.ณฎนิชา บัวเสถียร อายุ 6 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกาย สภาพเปียกน้ำทะเลไปทั้งตัว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังช่วยกันรื้อตัวบ้านหาร่างของ นส. ปุณยนุช บัวเสถียร อายุ 24 ปี ที่ยังหายไป ก่อนจะพบร่างถูกตัวบ้านทับร่างจมอยู่ใต้ทะเล หมดสติ ขาดอากาศหายใจ จึงเร่งช่วยปั้มหัวใจ นำส่ง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบถาม นายวรินทร บัวเสถียร อายุ 25 ปี ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นางสิริกร บัวเสถียร ผู้เป็นแม่ นส.ปุณยนุช บัวเสถียร น้องสาว และ ดญ.ณฎนิชา บัวเสถียร บุตรสาว กำลังนอนอยู่ภายในบ้าน ก่อนจะได้ยิงเสียงดังมาจากเสาบ้าน จึงได้รีบปลุกคนในบ้านเพื่อให้ออกมาจากตัวบ้าน

ด้านเจ้าหน้าที่ ได้ทำการห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าโดยเด็ดขาดเพราะกลัวจะถล่มลงมาอีก เนื่องจากเสาและคานบ้านมีสภาพเก่ามาก ประกอบกับมีคลื่นลมทะเลพัดเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่องกลัวจะเกิดอันตราย ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากตัวบ้านที่เก่าทรุดโทรมเป็นอย่างมากทำให้ตัวบ้านทรุดถล่มลงมาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบโครงสร้างบ้านต่อไป

นายกฯ ลั่นใครถูกสามีทิ้งให้บอก เผยเตรียมออกกฎหมาย “ห้ามมีกิ๊ก”

นายกฯ ขอประชาชนอย่ามัวแต่สนใจข่าวดาราจะรักจะเลิก ลั่นใครถูกผัวทิ้งให้บอก พร้อมเผยเตรียมออกกฎหมาย ห้ามมีกิ๊ก

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา และก่อนการประชุมครม.ได้พบประชาชนพร้อมมอบเอกสารที่ดินทำกิน ณ ศาลาอเนกประสงค์ สวนสาธารณะเทศบาลตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง โดยได้กล่าวในช่วงหนึ่งว่า “ขอให้ประชาชนอย่ามัวแต่สนใจข่าวดาราจะรักจะเลิกกัน เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย อยากให้เขากลับมาคืนดีกัน แต่ตัวเองผัวยังทิ้งอยู่เลย ใครผัวทิ้งมาบอกตนเพราะผิดกฎหมายทำไม่ได้ กฎหมายให้มีเมียเดียวจะมีกิ๊กก็ไม่ได้ ซึ่งกฎหมายกำลังออก”

ขณะที่การออกฎหมายต้องปฏิรูปใหม่โดยไม่ให้กฎหมายไปริดรอนสิทธิประชาชน และไม่ใช่การบังคับแต่ต้องเป็นการสร้างความร่วมมือ แต่หากใครทำผิดก็คือผิด พร้อมขอให้ทุกคนคิดให้เป็นเพราะทุกคนเป็นผู้กำหนดกรรมของบ้านเมือง และมีหน้าที่เลือกสรรนักการเมืองมาเป็นรัฐบาล มีหน้าที่ดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ให้ทุจริต