ทนายครูอ้อย เผย ‘ครูเงาะ’ และพวก เลื่อนพบตำรวจ หลังเจอหมายเรียก

ทนายครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนเข็มทิศชีวิต เผย ครูเงาะ และพวก 3 ราย เลื่อนพบตำรวจ หลังถูกออกหมายเรียก 2 ครั้ง คดีกรรโชกทรัพย์-ใส่ร้ายครูอ้อย

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 นายธีรฉัตร สิรันทวิเนติ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียน หนังสือเข็มทิศชีวิตเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ในกรณีที่ถูกข่มขู่เพื่อกรรโชกทรัพย์เป็นเงิน 11 ล้าน และให้หยุดการสอน มิฉะนั้นจะสร้างความเท็จเพื่อใส่ร้ายก่อให้เกิดความเสียหาย เมื่อครูอ้อยไม่จ่ายเงิน 11 ล้านและไม่หยุดสอน คนร้ายก็ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตี ครูอ้อยผ่านสื่อต่างๆ ตามเนื้อความที่ได้แจ้งไว้ในจดหมายรีดไถเงิน

ล่าสุด ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 3 ราย ให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเมื่อวานนี้ (15 ส.ค.) หลังตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปแล้ว 2 ครั้ง

นายธีรฉัตร กล่าวอีกว่า จากการสอบถามจากตำรวจล่าสุด ทราบว่า ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ตำรวจได้นัดให้ ครูเงาะ หรือ รสสุคนธ์ กองเกตุ เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง หลังจากวานนี้ (15 ส.ค.) ทางทนายความของครูเงาะ ระบุขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อม ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจนัดหมายให้มาพบในวันที่ 23 ส.ค.นี้เช่นกัน ทั้งนี้หากทั้ง 3 รายไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการออกหมายจับต่อไป

“ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ และจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตำรวจเช่นกัน ” นายธีรฉัตร กล่าว

นายธีรฉัตร กล่าวว่า เนื่องจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น มีความรุนแรง ยากที่ใครจะรับไหว เมื่อตำรวจพบหลักฐาน ที่มากพอที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาได้ ครั้งแรกที่ทราบว่ามีหลักฐานไปถึงตัวผู้ต้องหาที่รู้จักกัน บางคนเป็นคนเคยใกล้ชิด ทางครูอ้อยก็เสียใจมากเป็นธรรมดา แต่ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฏหมาย ซึ่งตำรวจยังคงขยายผลเพื่อสืบหา ผู้ร่วมขบวนการนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับการดำเนินคดีในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมารับทราบข้อกล่าวหา 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ 2.หมิ่นประมาท และ3.นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

วอนช่วย! ตามหา 18 ล้อ ทำเศษดินหล่นใส่กระจกรถกระบะ สาว 26 หวิดดับ

วอนช่วยตามหา 18 ล้อ ทำเศษดินหล่นใส่กระจกรถกระบะ สาว 26 หวิดดับ เผยหลังเกิดเหตุตำรวจปฎิเสธติดตาม อ้างไม่มีคู่กรณี

วันนี้(18 ส.ค.) น.ส วาสนา พลตรี อายุ 26 ปี ชาวอำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ ขอความช่วยเหลือสื่อมวลชน ให้ช่วยติดตามรถบรรทุก 18 ล้อคันหนึ่ง ที่ทำเศษดินหรือหินตกใส่กระจกรถยนต์กระบะของตัวเองจนกระจกแตก และได้รับบาดเจ็บ

น.ส วาสนา เล่าว่า เมื่อช่วงเช้า เวลา 09.00 น. ขณะตนเองขับรถบนถนนเชียงใหม่ – ฮอด ผ่านบริเวณบ้านห้วยทราย ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง และกำลังแซงรถบรรทุก 18 ล้อ ได้มีเศษดินหรือหินจากรถบรรทุกคันดังกล่าว หล่นลงมากระทบที่กระจกเสียงดัง ก่อนจะแตกเสียหายทำให้ได้รับบาดเจ็บจากกระจกบาดเป็นแผลถลอกที่ขา

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านแปะ ได้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ขณะที่ตนเองได้แจ้งตำรวจ เพื่อให้มาช่วยเหลือ แต่กลับถูกปฎิเสธอ้างว่า ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ทั้งที่ตนเองบอกว่าจดจำลักษณะของรถ และจุดที่เลี้ยวเข้าไปได้แม่นยำ พร้อมขอให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาทะเบียนรถ แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทำให้ต้องมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและขอให้คนขับรถบรรทุก 18 ล้อคันดังกล่าวออกมาแสดงตัวรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ น.ส.วาสนา บอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้โชคดีที่ลูกไม่มาด้วย จากปกติที่จะขับรถไปส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน มาด้วยเพื่อไปโรงเรียน

ภาพจากเฟซบุ๊ค ชก ข้ามรุ่น

เอาจริง! กทม.ตั้งรางวัลนำจับจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า-ปรับทิ้งขยะ

กทม.เปิดช่องทางแจ้งเหตุผู้กระทำผิด ทิ้งขยะในที่สาธารณะและคูคลอง หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า

วันนี้(18 ส.ค.) กทม.เปิดช่องทางแจ้งเหตุผู้กระทำผิด ทิ้งขยะในที่สาธารณะและคูคลอง หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ประชาชนที่แจ้งเบาะแส จะได้รางวัลนำจับครึ่งหนึ่งของค่าปรับ โดยช่องทางการร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส สามารถส่งหลักฐานภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอส่งไปได้ ทั้งทางแอปพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊ก สำนักเทศกิจ – กรุงเทพมหานคร, ไปรษณีย์, สายด่วน 02-465-6644 และอีเมล์

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่มีผู้กระทำผิดดังกล่าวใน 3 เรื่อง ได้แก่ ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า มีโทษจับปรับไม่เกิน 5,000 บาท มีรางวัลนำจับครึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 2,500 บาท การทิ้งขยะในคูคลอง โทษจับปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท ครึ่งหนึ่งประมาณ 5,000 บาท ฐานความผิดสุดท้าย การทิ้งขยะในที่สาธารณะ จับปรับไม่เกิน 2,000 บาท รางวัลนำจับของผู้พบเห็น ครึ่งหนึ่งก็ 1,000 บาท อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และระเบียบใหม่ของ กทม.ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งรางวัลนำจับ ผู้แจ้งจะได้รับหลังผู้ต้องหาไปชำระค่าปรับแล้ว ซึ่งเขตจะตรวจสอบ สั่งปรับ และให้รับรางวัลนำจับ ที่สำนักงานเขต