ดีเอสไอ คุมมาเฟียเกาหลี หลอกสาวไทยค้ากามข้ามชาติ ฝากขัง

ดีเอสไอ คุมมาเฟียเกาหลี หลอกสาวไทยค้ากามข้ามชาติ ฝากขังศาลอาญา ไร้ญาติประกัน ส่งนอนเรือนจำฯ

วันนี้(18 ส.ค.) พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้นำตัวนายคิม ฮยอง จุน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาคดี สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ฯ มายื่นคำร้องฝากขังศาลอาญา ครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน จนถึงวันที่ 29 ส.ค. เนื่องจากจะต้องสอบพยานอีก 8 ปาก

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อระหว่างเดือน ม.ค. – ก.พ.60 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวกได้หลอกลวงชักชวนให้ผู้หญิงไทยผู้เสียหายไปทำงานนวดที่เกาหลี แต่กลับพาควบคุมหน่วงเหนี่ยวกักขัง บังคับให้ค้าประเวณี และยึดหนังสือเดินทาง ภายหลังผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือ จึงสามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจึงยื่นคำร้องขอออกหมายจับ กระทั่งวันที่ 17 ส.ค. ติดตามจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีชั้นสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยท้ายคำฟ้อง พนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เกรงจะหลบหนี นอกจากนี้ผู้ต้องหายังเป็นบุคคลตามหมายจับของตำรวจสากลด้วย ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

อย่างไรก็ตามในวันนี้ ไม่มีญาติมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวนายคิม แต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษต่อไป

ระทึก! ไฟไหม้โรงงานโฟมสมุทรสาคร ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ระทึก! ไฟไหม้โรงงานโฟม ในจังหวัดสมุทรสาคร โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

วันนี้(18 ส.ค.) เวลา 16.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงาน ภายในซอยโรงเรียนบ้านบางปิ้ง ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร พร้อมด้วยรถดับเพลิงในพื้นที่ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นโกดังขนาดใหญ่เก็บวัสดุชนิดโฟมแผ่น โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงระดมรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงานกว่า 10 คัน เร่งระดมดับเพลิง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพลิงจึงสงบลง ส่วนความเสียหายเป็นโกดังเก็บแผ่นโฟมด้านหลัง 1 โกดัง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ขอบคุณที่มา กู้ภัยศรีสมุทร / มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร

‘ศรีวราห์’ ประชุมรับมือมวลชนให้กำลังใจ ‘ยิ่งลักษณ์’ 25 ส.ค. นี้

รองผบ.ตร. ประชุมรับมือมวลชนให้กำลังใจวันพิพากษา ‘ยิ่งลักษณ์’ คดีจำนำข้าว ยันไม่ห้ามแต่ขอให้อยู่ภายใต้กฎหมาย หวั่นเหตุรุนแรงหลังพบปล้นรถสงขลา

วันที่ 18 ส.ค. 60 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รองผบ.ตร. เรียกประชุมทีมความมั่นคงกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าว ในวันที่ 25 ส.ค. นี้

พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่า รัฐบาลและตำรวจไม่ได้สั่งห้ามหรือสกัดกั้นมวลชน เพียงแต่ขอให้เดินทางมาอย่างถูกต้อง อย่าเหมารถตู้ รถบัส ที่ผิดกฎหมาย และขออย่านำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ และเมื่อศาลฯ ตัดสินแล้ว จะต้องเดินทางกลับ หากไม่กลับจะผิด พ.ร.บ. ชุมนุมฯ และเชื่อว่าทุกคนรู้ถึงขอบเขตอยู่แล้วว่าอะไรที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ที่ประชุมเน้นย้ำเรื่องการดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และจะบังคับใช้กฎหมายเต็มร้อยโดยใช้แผนกรกฎ เบื้องต้นคาดว่าจะมีมวลชนมาให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ มากกว่าเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีจำนวนเท่าใด โดยศาลฎีกาฯ ประกาศพื้นที่หวงห้ามเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ ตำรวจสันติบาล รายงานในที่ประชุมว่า พบกลุ่มฮาร์ดคอร์เคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลจำนวน 24 คน แต่ยังไม่ถึงขั้นผิดกฎหมาย และพบการชักชวนกันมาให้กำลังใจในทุกจังหวัด แต่มีเพียง 10 จังหวัดเท่านั้นที่ไม่ได้ปลุกระดมและไม่ได้มาร่วมด้วย ทั้งนี้ ตั้งแต่ออกหมายจับ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์แล้ว ยังไม่มีการออกหมายจับกลุ่มเคลื่อนไหวทางโซเชียลเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า กังวลจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงช่วงวันที่ศาลฯ ตัดสิน เนื่องจากมีเหตุปล้นรถที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมองว่าเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาก่อน