วิจารณ์แซด โรงแรมหรูเชียงใหม่ ปลูกต้นไม้ใหญ่บนทางเท้า !!!

ชาวเชียงใหม่ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ  หลังพบว่าโรงแรมดังของเสี่ยใหญ่เจ้าพ่อชาเขียว ปลูกต้นไม้ใหญ่กลางฟุตบาท ขวางการสัญจรประชาชน 

วันนี้ (18 ส.ค. 60) ที่ จ.เชียงใหม่ ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เมื่อพบว่าฟุตบาทหน้าโรงแรมหรูและคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อดัง บริเวณหัวมุมถนนนิมมานเหมินทร์ สี่แยกรินคำ ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีต้นไม้ใหญ่จำนวนหลายสิบต้นถูกปลูกไว้เป็นทางยาว ทำให้การสัญจรไปมาบนทางเท้าเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ซึ่งเมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อข้อความผ่านโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นอุปสรรค และกีดขวางการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะคนพิการ ทั้งคนตาบอด หรือผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถวีลแชร์

ด้าน นายรังสรรค์ สุขชัยรังสรรค์ ผู้อำนวยการแขวงหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ได้ชี้แจงเบื้องต้นผ่านทางกลุ่มไลน์ส่วนราชการกับสื่อว่า การดำเนินการดังกล่าวทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 เป็นผู้อนุญาตให้ทางโรงแรมดำเนินการได้ เพื่อปรับปรุงทางเท้า และปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงาม เกิดความร่มรื่น

ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้มีไม้ค้ำยันต้นไม้ขวางทางสัญจรบ้าง จึงต้องขออภัยในความไม่สะดวก แต่กระนั้นเตรียมจะลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้การดำเนินดครงการกระทบประชาชนน้อยที่สุด

ขอบคุณภาพจาก ตระเวนข่าว3

ข้าราชการลวนลามลูกจ้างสาว ดอดเข้าให้ข้อมูลแล้ว

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยข้าราชการลวนลามลูกจ้างสาว เข้าให้ข้อมูลแล้ว รอผลสรุปวันที่ 21 ส.ค.

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (18 ส.ค. 60) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีคลิปฉาวข้าราชการในกระทรวงลวนลามลูกจ้างสาวในห้องทำงานว่า

ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดของเรื่องทั้งหมดได้ ต้องรอวันที่ 21 ส.ค. ถึงจะได้ข้อสรุป ทั้งนี้ขอยืนยันว่าหากพบมีความผิดจริง ทางกระทรวงสาธารณสุขจะไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวลแน่นอน

แถลงจับ 2 ผตห. ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด คาดนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงจับ 2 ผู้ต้องหา พร้อมยึดยาบ้า 4 ล. เม็ด พบเคตามีนล็อตใหญ่ เชื่อนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

วันนี้ 18 ส.ค.60 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พร้อมเจ่าหน้าที่ตำรวจที่เดี่ยวข้อง แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือนายศุภชัย รุ่งเรือง อายุ 31 ปี ชาว จ.ลำปาง และนายกิตติพงษ์ พันธ์ชมพู อายุ 24 ปี ชาว จ.ลำปาง เครือข่ายกลุ่มลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.ลำปาง พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้า 4,110,000 เม็ด เคตามีน 200 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ตึกแถวเขตหมู่ 4 บ้านป่ายาง ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยยาบ้าดังกล่าวคาดว่าน่าจะมาจากกลุ่มว้าแดง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับทุกฝ่ายและถือเป็นนโยบายของรัฐบาล กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ให้เร่งดำเนินการปราบปราม สกัดกั้น ยาเสพติดที่เข้ามาในพื้นที่ชั้นใน ของประเทศไทย โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นยาบ้าล็อตใหญ่ โดยเฉพาะยาแอมเฟตามีน

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จ.เชียงราย โดยผู้ต้องหาลอบนำยาบ้าและแอมเฟตามีนข้ามชายแดนมาพักไว้ ที่ตึกแถวแห่งหนึ่ง ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการขนย้ายโดยใช้รถกระบะ จึงแกะรอยติดตามไปจนถึงตึกแถวดังกล่าว ทำการตรวจค้นรถกระบะ หลังรถพบของกลางของกลางทั้งหมด จึงทำการตรวจยึด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยเป็นเป็นผู้ต้องหาค้ายารายย่อยในพื้นที่ จ.ลำปาง ถูกจับและปล่อยตัวออกมา และก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดครั้งนี้เป็นครั้งที่3 โดย 2 ครั้งก่อนลอบขนเข้ามาได้เกือบ 10 ล้านเม็ด เชื่อว่าผู้ต้องหาพัฒนาตัวเองจากผู้เสพ ผู้ค้ารายย่อย จนกลายเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลไปยังเครือข่ายใหญ่ของโจบ้านไร่ ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ในพื้นที่ จ.ลำปาง

สำหรับโจบ้านไร่ เป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับเมื่อปี 2557 แต่ยังมีเครือข่ายเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.ลำปาง อีกทั้งเคยผลิตยาบ้าในแบรนด์ของตัวเองชื่อ JBL ด้วย

นายสิทธิศักดิ์ วัจนะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ข้อมูลจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. พบว่า จำนวนของยาเคตามีนที่จับได้ในครั้งนี้ จำนวนกว่า 200 กิโลกรัม มีจำนวนมากกว่ายอดรวมตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ ที่มีเพียง 140 กิโลกรัม และยังพบว่ายาเคตามีนล็อตนี้ถือเป็นล็อตแรกเชื่อว่านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน
จากเดิมที่ต้องนำเข้าจากประเทศจีนและประเทศอินเดีย และจากข้อมูลยังพบว่ามีการนำเข้าสารตั้งต้นการผลิตเคตามีน เข้าไปในพม่า จึงเป็นที่น่าเชื่อว่าน่าจะเป็นการทดลองตลาดของเครือข่ายยาเสพติด ที่จะเพิ่มยาเคเข้าสู่ตลาด ซึ่งต่อจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่คุมเข้มกาาตรวจสถานบันเทิงต่างๆทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันการนำยาเสพติดมากระจายสู่ผู้ซื้อ โดยเคตามีนเป็นที่นิยมกันในกลุ่ม สถานบันเทิงร่วมกับยาชนิดอื่น