รถตู้พุ่งชนคนในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน พบบาดเจ็บอื้อ

สเปนเกิดเหตุก่อการร้าย รถตู้พุ่งชนคนในเมืองบาร์เซโลนา เมืองใหญ่อันดับที่สอง พบผู้บาดเจ็บหลายราย

วันนี้(17 ส.ค.) สำนักข่าว bbc รายงานว่า เกิดเหตุรถตู้พุ่งชนฝูงชนในย่านรัมบลาส เมืองบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสเปน ตำรวจสเปน ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่หน่วยฉุกเฉิน ขอให้ผู้คนออกจากพื้นที่โดยรอบย่าน ปลากา เดอ กาตาลุนยา หรือ จัตุรัสกาตาโลเนีย ผู้คนได้พากันเข้าไปหลบอยู่ในร้านค้าและร้านกาแฟที่อยู่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รายงานว่า หน่วยบริการฉุกเฉินได้ร้องขอให้ปิดสถานีรถไฟใต้ดินและสถานีรถไฟต่าง ๆ ในเมือง
สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างตำรวจในบาเซโลนา ตะโกนในโทรโข่งบอกประชาชนว่า กำลังจัดการกับ “เหตุก่อการร้าย”

มาร์ก เอสปาร์เซีย นักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองบาร์เซโลนา เผยว่า “มีเสียงดังเกิดขึ้น และทุกคนก็วิ่งไปหาที่กำบัง ซึ่งสถานที่เกิดเหตุมีผู้คนจำนวนมาก เหตุดังกล่าวมันน่ากลัว และผู้คนต่างตื่นตระหนก ขณะเกิดเหตุตนได้เข้าไปหลบอยู่ในร้านกาแฟ

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเหตุการณ์นี้ยังไม่แน่ชัด แต่นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว มีการโจมตีที่ใช้ยานพาหนะพุ่งชนคนหลายครั้งทั่วยุโรป

ที่มา bbc

หนุ่มโคราชร้อง! สูญเสียภรรยา-ลูก หลังทำคลอดโรงพยาบาลชื่อดัง

หนุ่มโคราช สูญเสียภรรยา พร้อมลูกน้อยในครรภ์ หลังฝากท้องที่โรงพยาบาลชื่อดัง ที่กรุงเทพฯ

จากกรณีที่โลกออนไลน์พากันเข้าไปแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ต้องสูญเสียภรรยา พร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ไปพร้อมกัน โดยหนุ่มคนดังกล่าวระบุว่า ภรรยาของเขาใกล้ครบกำหนดคลอดจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ และแพทย์ให้นอนรอดูอาการเป็นเวลา 2 คืน จนภรรยาและลูกน้อยในครรภ์เสียชีวิตทั้งคู่ โดยแพทย์ก็ชี้แจงอธิบายสาเหตุของการเสียชีวิตไม่ชัดเจน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดวังรางใหญ่ ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาพบกับ นายณรงค์ชัย อายุ 36 ปี สามีของนางสาวศิรันยา อายุ 28 ปี ผู้เสียชีวิต

นายณรงค์ชัย เปิดเผยว่า ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 จนกระทั่งใกล้คลอด เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ตนจึงเดินทางไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลตามปกติ ซึ่งหลังตรวจแล้วเดินทางกลับไปบ้านก็มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดมาจำนวนมาก พอเช้าวันที่ 13 สิงหาคมตนจึงรีบพาภรรยาไปพบแพทย์ และเจ้าหน้าที่ได้ให้ตนเซ็นต์เอกสาร 3 ใบ

จากนั้นแพทย์ก็ให้ภรรยานอนพักรอดูอาการอีก 2 คืน จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา แพทย์ได้แจ้งว่าลูกของตนเสียชีวิตแล้ว และไม่ถึง 10 นาที ต่อมาก็แจ้งว่าภรรยาเสียชีวิตลงด้วยอีกคน ทำให้ตนรู้สึกงง และสงสัยถึงสาเหตุการตายของลูกในครรภ์ และภรรยาของตน ซึ่งหลังเกิดเหตุแพทย์ก็ยังไม่อธิบายชี้แจง

ขณะนี้ตนได้นำศพภรรยา และลูกน้อยไปตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดวังรางใหญ่ ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา โดยให้ภรรยากับลูกน้อยนอนในโลงเย็นด้วยกัน และยังไม่มีกำหนดฌาปนกิจศพแต่อย่างใด จนกว่าตนจะทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดของภรรยาและลูกน้อย

ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้โทรศัพท์มากล่าวแสดงความเสียใจ พร้อมกับขอนัดเจรจากับตนในวันพรุ่งนี้(18 สิงหาคม) เวลา 14.00 น. แต่ตนคงจะยังไม่เดินทางไปเจรจา เพราะคงต้องขอหารือกับครอบครัวอีกครั้ง

สมาคมนักข่าวฯ ลั่น! หน้าที่สื่อมวลชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์รัฐบาล

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ยืนยันหน้าที่สื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์รัฐบาล

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย แถลงจุดยืนต่อกรณี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือให้สื่อโทรทัศน์สถานีต่างๆ เตรียมตัวลงพื้นที่เพื่อนำเสนอข่าวและสกู๊ปข่าวพิเศษภารกิจของรัฐมนตรีแต่ละท่านระหว่างลงพื้นที่ในการประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. 2560 นั้น

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่าเป็นเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชนและเป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่สื่อมวลชนจะต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้คำสั่งและการควบคุมของรัฐบาล เพราะสื่อมวลชนไม่ได้มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้รัฐบาล หรือ คณะรัฐมนตรีท่านใดทั้งสิ้น แต่หน้าที่ของสื่อมวลชนคือ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

สมาคมฯ ขอแสดงความกังวลต่อการกระทำดังกล่าวของ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ว่าอาจเป็นการคุกคามและแทรกแซงสื่อ และไม่เห็นด้วยกับการขอความร่วมมือให้สื่อมวลชนลงพื้นที่ปฏิบัติติดตามนำเสนอข่าวและผลิตสกู๊ปพิเศษให้กับรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่แต่ละท่านตามที่ทางอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือมา

—————————————————

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ยืนยันหน้าที่สื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์รัฐบาล

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา มีหนังสือจากกรมประชาสัมพันธ์ส่งถึงบรรณาธิการสื่อมวลชนทุกแขนง เรื่องเชิญประชุมเตรียมการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดนครราชสีมาตามที่เนื้อหาในหนังสือระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ พบปะประชาชนและประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 21-22 สิงหาคม 2560

เพื่อให้การรายงานข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชน รวมทั้งให้สื่อมวลชนทุกแขนงมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเตรียมการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ขอเชิญเข้าร่วมประชุมในวันพุธที่ 16 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุม 1 อาคารหอประชุม กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ โดยมี พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธาน

โดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนแต่ละสถานีให้ช่วยติดตามผลิตสกู๊ปพิเศษภารกิจของรัฐมนตรีแต่ละท่านระหว่างการลงพื้นที่ในวันที่ 21-22 สิงหาคม 2560 นั้น ถึงแม้ว่าจะเปิดโอกาสให้แต่ละสถานีโทรทัศน์ใช้ไมค์ประจำช่องของแต่ละช่องเพื่อนำผลงานที่แต่ละสถานีผลิตไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ทางเอ็นบีที (NBT) โดยทางเอ็นบีทีจะกำหนดคิวออกอากาศไว้ให้ในลักษณะสดหรือเทป

และทางอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อ้างว่า เป็นการทำงานร่วมกันกับแบบบูรณาการ เพราะรัฐบาลอยากให้ประชาชนได้ทราบถึงผลงานของคณะรัฐมนตรีทุกคนลงที่ลงพื้นที่และติดตามงานช่วยเหลือประชาชน นั้น

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่าเป็นเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชนและเป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่สื่อมวลชนจะต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้คำสั่งและการควบคุมของรัฐบาล เพราะสื่อมวลชนไม่ได้มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้รัฐบาล หรือ คณะรัฐมนตรีท่านใดทั้งสิ้น แต่หน้าที่ของสื่อมวลชนคือ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

สมาคมฯ ขอแสดงความกังวลต่อการกระทำดังกล่าวของ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ว่าอาจเป็นการคุกคามและแทรกแซงสื่อ และไม่เห็นด้วยกับการขอความร่วมมือให้สื่อมวลชนลงพื้นที่ปฏิบัติติดตามนำเสนอข่าวและผลิตสกู๊ปพิเศษให้กับรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่แต่ละท่านตามที่ทางอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือมา

17 สิงหาคม 2560
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย