ตำรวจท่องเที่ยว สแตนบายเรือตรวจการณ์ 20 ลำ 13 จุดทั่วประเทศ

ตำรวจท่องเที่ยวไม่รอเกิดเหตุ สแตนบายเรือตรวจการณ์ 20 ลำ 13 จุดทั่วประเทศ พร้อมรับมือการท่องเที่ยวฤดูฝน ทุกแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สำคัญทั่วประเทศ อุบัติเหตุทางน้ำ ตำรวจตั้งเป้า “ถึงเร็ว ช่วยไว อัตราการตายลด”

วันนี้(17 ส.ค.) นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิด “โครงการรณรงค์สร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ” กล่าวมอบนโยบายในการดูแลนักท่องเที่ยวแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวระหว่างการท่องเที่ยวในฤดูฝนนี้ รวมถึงล่องเรือตรวจการณ์ไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อโชว์ศักยภาพการรักษาความปลอดภัยทางน้ำแก่นักท่องเที่ยว ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์พร็อนท์

พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมทางน้ำจากการเล่นน้ำ เรือขน คลื่นลมแรง ตลอดจนการดำน้ำนั้น ตำรวจท่องเที่ยวไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่งทัพหน้าแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมเรือเร็วช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ สแตนบายกว่า 20 ลำ 13 จุดท่องเที่ยวทางน้ำที่สำคัญทั่วประเทศ

โดยเรือทั้ง 20 ลำ เป็นเรือขนาดความยาว 32 ฟุต 2 เครื่องยนต์ มีความจุ 12 ที่นั่ง ซึ่งตัวเรือได้รับการออกแบบมาให้มีพื้นที่สำหรับทำการปฐมพยาบาล ทั้งภายในเรือยังประกอบด้วย ชุดช่วยชีวิต ถังออกซิเจน และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลนักท่องเที่ยวในการถึงที่เกิดเหตุโดยเร็ว ช่วยได้จริง หวังให้อัตราการตายลดลง

ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวจะออกปฏิบัติหน้าที่พร้อมผู้ช่วย ซึ่งได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฐมพยาาลเบื้องต้น การช่วยคนจมน้ำ และการทำ CPR มาแล้วเป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวจึงสามารถมั่นใจและอุ่นใจได้ว่า จะได้รับความปลอดภัยระหว่างการท่องเที่ยวในฤดูฝนนี้อย่างแน่นอน

สุดทึ่ง! ช่างหนุ่มใหญ่ฝีมือดี ปั้นพญานาคคู่ใหญ่มหึมา รอบวัดทุ่งรวงทอง

สุดทึ่ง! ช่างหนุ่มใหญ่ฝีมือดี ปั้นพญานาคคู่ใหญ่มหึมา รอบวัดทุ่งรวงทอง จ.พะเยา

วันนี้(17 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านนายกรธัช(หรือช่าง ยะ )แก้วเขียว อายุ 40 ปี บ้านเลขที่197 หมู่ 8 บ้านกิ่วแก้ว ถนนสายดอกคำใต้-จุน ต.ห้วยข้าวก่ำ อ.จุน จ.พะเยา หลังจากทราบว่ามีฝีมือในการปั้นรูปสัตว์ทุกชนิดได้เหมือน และยึดเป็นอาชีพเป็นช่างปั้น มาหลายปีจนปัจจุบันอายุเพียง 40 ปี ได้ปั้น หุ่น รูปเหมือนสัตว์และปั้นอื่นๆ ตามที่มีคนมาจ้างปั้นสามารถปั้นได้หมดทุกอย่างตั้งแต่งานชิ้นเล็กจนถึงชิ้นใหญ่ ซึ่งพบว่าบริเวณหน้าบ้านของช่างยะ พบว่ามีรูปปั้นของสัตว์ชนิดต่างๆ ยืนเรียงรายกันอย่างสวยงามมีทั้งปั้นเสร็จแล้วและยังไม่เสร็จเป็นจำนวนมากวางโชว์ไว้บริเวณหน้าบ้านของตนเอง มีทั้งรูปปั้นช้างก้านกล้วย ปั้นหมูป่า รูปปั้นสิงห์ราสัตว์ต่างๆ ตลอดจนหัวพญานาค และอื่นๆมากมาย

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายกรธัช (หรือช่าง ยะ ) แก้วเขียว ที่กำลังปั้นรูปพญานาคที่วัดทุ่งรวงทอง ต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา กล่าวว่า ตนเองก่อนจะมาทำงานปั้น ได้ทำงานกับสร้างศิลป์มาหลายปี แล้วออกมาเริ่มปั้นเองเมื่อปี พ.ศ.2548 ที่บ้านและรับจ้างปั้น และวาดรูป ตบแต่ง ตามที่มีคนมาจ้าง แต่ได้เลือกเอางานปั้นเป็นหลักเพราะมีผู้มาจ้างวานให้ปั้นตลอด โดยทุกวันนี้ จะปั้นรูปสัตว์ชนิดต่างๆ อาทิ พญานาค หรือสัตว์ที่เกี่ยวโยงกับทางวรรณคดี ล่าสุดปั้นรูปเหมือนพญานาคคู่ใหญ่รอบอุโบสถวัดทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา โดยการปั้นพญานาคปั้นจะเริ่มปั้นตั้งแต่หัวจนเสร็จเป็นรูปร่างขึ้นมา ซึ่งราคาค่าจ้างปั้นมีตั้งแต่ ราคาหลักร้อยขึ้นไปจนถึงหลักล้านบาท แล้วแต่ชนิดของงานที่จะปั้น

ช่างยะ กล่าวอีกว่า สำหรับช่างปั้น หรือช่างปฏิติมากรรม งานปั้นที่จังหวัดพะเยา มีไม่มากเหมือนจังหวัดอื่น ซึ่งตนเองได้ประยุกต์งานปั้นแนวมีชีวิตมีความ อ่อนช้อย ในรูปแบบล้านนา ผสมผสานกับศิลปะเมืองพะเยา เป็นหลักเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพะเยาโดยช่างฝีมือคนพะเยา ในส่วนของการปั้นรูปเหมือนที่ปั้นยากมาก คือการปั้นรูปเหมือนคน เพราะจะต้องปั้นให้เหมือน ส่วนสัตว์ที่ชอบกับการปั้นแบบดูแล้วมีชีวิตมีความอ่อนไหวคือการเคลื่อนไหวเลื้อยของงู เหมือนกับปั้นรูปพญานาค 2 ตัว ที่ เลื้อยล้อมรอบอุโบสถด้านซ้ายขวา ที่ วัดทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา ความยาวตัวละ 45 เมตร โดยใช้เวลาปั้นราว 4 เดือนแล้ว ในราคา 1.6 ล้านบาท

จากการสำรวจช่างปั้นในจังหวัดพะเยา พบว่าปัจจุบันไม่ค่อยมีแล้ว ซึ่งช่างยะ เป็นช่างปั้นที่มีฝีมือมีอายุไม่มากสำคัญคนหนึ่งของจังหวัดพะเยา เพราะงานทุกชิ้นที่ปั้นนั้น จะใช้มือปั้น โดยไม่มีการถอดพิมพ์ติด ดูงานปั้นแล้วสวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นงานศิลปะที่ใช้ฝีมือ หากใครสนใจจะจ้างปั้น ก็สามารถติดต่อสอบถาม ช่างยะ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-4487-5899

รวบหนุ่มใหญ่ขนกัญชากว่า 500 แท่ง ซุกซ่อนมากับกระสอบดิน แต่รถเกิดพลิกคว่ำ

หนุ่มใหญ่แอบขนกัญชากว่า 500 แท่ง ซุกซ่อนมากับกระสอบดินแต่รถเกิดพลิกคว่ำที่พัทลุง ระหว่างจะนำกัญชา ไปส่งที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผกก.สภ.ควนขนุน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันลำเลียงกัญชาแท่งจากรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีบรอนด์เงิน
หมายเลขทะเบียน บย 9653 ราชบุรี ที่เกิดเหตุล้อระเบิดจนพลิกคว่ำริมถนนสายเพชรเกษม 41 ขาล่อง ในพื้นที่ ม.5 บ้านศาลาตำเสา ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ไม่พบคนขับรถคันดังกล่าว สภาพรถพังยับเยิน บริเวณกระบะรถ ซึ่งมีรั้วกั้นล้อมรอบกระบะ มีกระสอบบรรจุดินสำหรับปลูกต้นไม้หล่นกระจัดกระจาย นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบกัญชาอัดแท่ง จำนวน 500 แท่ง น้ำหนัก 500
กิโลกรัม ห่อด้วยพลาสติกสีดำ และอีกจำนวนหนึ่งใส่กระสอบปุ๋ยหล่นกระจายปะปนกับถุงดิน

ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามคนขับรถคันดังกล่าวที่กำลังหลบหนี จนสามารถติดตามจับตัวนายบรรจง หัตถาพันธ์ อายุ 45 ปี เป็นชาวบ้าน ม.4 ต.บางนาลี่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ขณะนั่งรถตู้โดยสารสายหาดใหญ่-นครศรีธรรมราช เพื่อหลบหนี ได้ที่บริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนน ในพื้นที่บ้านนาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช จึงนำตัวส่ง สภ.ควนขนุน

นายบรรจง ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า รับจ้างขนกัญชาจริง โดยรับมาจากตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี ซึ่งตนนำรถไปจอดไว้ จะมีคนนำกัญชาและดินมาใส่รถ ตนมีหน้าที่ขับไปส่งที่สี่แยกคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อถึงปลายทางจะมีคนมาขับรถไป ตนจะได้ค่าจ้าง 200,000 บาท นายบรรจงยังบอกอีกว่า ตนทำเป็นครั้งแรกเพราะมีความจำเป็น เนื่องจากแม่ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองต่อไป