วัดอรุณฯ แจง ปมดราม่า พระปรางค์สีขาว หลังบูรณะใหม่

รองเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ชี้แจง ปมพระปรางค์สีขาว หลังบูรณะใหม่ 

ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เกี่ยวองค์พระปรางค์วัดอรุณฯ ที่มีสีขาวแปลกตาไม่เหลือเค้าโครงเดิม แถมจานและกระเบื้องหลากสีถูกแกะออกไป หลังมีการบูรณะใหม่นั้น  (อ่านข่าว :วิจารณ์แซด พระปรางค์วัดอรุณฯ ถูกบูรณะใหม่กลายเป็นสีขาว !! )

วานนี้ (15 ส.ค. 60) พระศากยปุตติยวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่รับผิดชอบงานบูรณะปฏิสังขรณ์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ที่เห็นเป็นสีขาวนั้นเกิดจากการทำความสะอาดคราบตะไคร้และทาสีน้ำปูน ซึ่งเป็นสีเดิมขององค์พระปรางค์ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ส่วนกระเบื้องหลากสีที่ไม่พบนั้นเป็นเพราะภาพที่ถูกเผยแพร่เป็นภาพส่วนหนึ่งของมณฑปทิศ ไม่ใช่องค์พระปรางค์ จึงไม่มีชิ้นส่วนกระเบื้องประดับอยู่แล้ว

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการบูรณะครั้งนี้ควบคุมดูแลโดยเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรที่มีความรู้ความชำนาญ และอยู่ในความดูแลของวัดทุกขั้นตอน อีกทั้งมีการบันทึกรายละเอียดและศึกษาข้อมูลก่อนการดำเนินการเพื่อให้คงของแท้ดั้งเดิมมากที่สุด ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมและวัสดุ

ด้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Watanyoo Thephuttee  ได้โพสต์ข้อความที่น่าสนใจถึงเรื่องดังกล่าว หลังจากที่เจ้าตัวได้มีโอกาสไปถ่ายรูปพระปรางค์วัดอรุณ หลังมีการบูรณะแล้วเสร็จ ว่า

#ดราม่ากระเบื้องวัดแจ้ง

ภาพถ่ายการบูรณะงานผนังกรุกระเบื้องเคลือบสีที่พระปรางค์วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวรารามฯ) ที่เพิ่งไปถ่ายมาเมื่อเย็นนี้ครับ พินิจดูก็เห็นว่าเป็นไปตามหลักการอนุรักษ์ที่เหมาะสมกล่าวคือ

1. พยายามเก็บรักษากระเบื้องเก่าไว้ให้ได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าจะสีซีดหรือน้ำเคลือบแตกร่อนจนเห็นเนื้อดินเผาข้างในก็ตามที ทั้งนี้จุดใดที่กระเบื้องเดิมชำรุดหมดสภาพก็สั่งเผามาติดตั้งทดแทน ส่วนสีสันของใหม่จะเหมือนเดิมแค่ไหนค่อยมาว่ากันอีกที

2. ผิวปูนฉาบทั้งหมดถูกซ่อมด้วยปูนหมัก (ปูนขาวผสมทราย) และขัดผิวมันด้วยปูนตำสีขาว ก็เป็นไปตามวัสดุเดิมเมื่อแรกสร้าง ซึ่งดีกว่าในอดีตที่เอาปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์สมัยใหม่(ปูนดำ) มาซ่อมแบบไม่มีความรู้ ทั้งนี้ก็เพราะปูนหมักมีเนื้ออ่อน พอเริ่มหมดอายุก็หลุดร่อนไปโดยไม่ทำร้ายกระเบื้อง ต่างจากปูนดำที่แข็งเป็นหิน สกัดออกเมื่อใด กระเบื้องข้างเคียงก็ชำรุดไปหมด ถ้าคนโบราณรู้จักใช้ปูนดำมาเมื่อร้อยปีที่แล้ว กระเบื้องเก่าๆ ที่เห็นวันนี้ก็สูญไปนานแล้วล่ะครับ

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่างานบูรณะดังกล่าวก็ถูกต้องตามหลักการแล้ว ส่วนฝีมือนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ปูนจะไม่เรียบเป็นลอนคลื่น ฉาบเลอะเทอะเปรอะเปื้อน กระเบื้องสีเพี้ยน ปูนล้นจนเสมอหรือนูนกว่าผิวกระเบื้องเดิม ทางกรมศิลปากรในฐานะผู้ว่าจ้างก็ต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างแก้ไขให้เป็นไปมาตรฐานฝีมือช่างและรูปแบบการประดับกระเบื้องเดิมครับ

ศิลปะแบบนี้สมัยโบราณเขาเอาไว้ในมองรวมๆ ในระยะไกลหน่อย แต่ปัจจุบันนี้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวกันเดินขวักไขว่ในระยะประชิด มันก็ต้องปรับแก้ให้เรียบร้อยหน่อยครับ อย่าให้ดูแย่เหมือนงานราชการทั่วไป

ข้อมูลจาก Watanyoo Thephuttee

รวบ! ‘จ่ายักษ์’ แก็งนายพลอุ้มรีด ซัดทอดเพิ่มจ่อออกหมายจับอีก

ตำรวจรวบจ่ายักษ์ แก็งนายพลอุ้มรีดทรัพย์นักธุรกิจ รับสารภาพ มีผู้ร่วมขบวนการอีก เตรียมออกหมายจับเพิ่ม 2 คน

นายอุทิศ ก่อแก้ว หรือ จ่ายักษ์ อายุ 50 ปี อดีตทหารนอกราชการผู้ต้องหา ในคดีแก็งนายพลอุ้มรีด ถูกตำรวจสืบสวนนครบาล 1 ร่วมตำรวจภูธรภาค 1 นำตัวมาส่งมอบให้กับตำรวจสืบสวน สน.โคกคราม ควบคุมตัวได้ที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี หลังถูกจับกุมตัวตามหมายจับ ในข้อหา ร่วมกรรโชกทรัพย์ และบุกรุกเคหะสถาน

ซึ่งจากการสอบสวน นายอุทิศ หรือ จ่ายักษ์ ให้การรับสารภาพเป็นหนึ่งในทีมอุ้มรีดทรัพย์จริง พร้อมซักทอดไปที่ชายอีก1คน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับและ ในเวลา 10.00 น. วันนี้ พ.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ191 จะเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ที่ สน.โคกคราม

อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหา ในคดีนี้ได้แล้ว รวม10 คน โดย นายฐิติกร ชื่นอุรา หรือ จ่าต้อย ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ ให้การรับสารภาพ ว่ายังมี นายนวพล ร่วมกระทำความผิด ซึ่งตำรวจเตรียมยื่นคำร้องขอศาลออกมายจับในวันนี้ เพิ่มเติมอีก 2 ราย

ที่มา… INN

ฝนถล่มเมืองตรัง! น้ำท่วมหมู่บ้านชาวประมงบ้านหาดยาว

ฝนตกหนักท่วมหมู่บ้านชาวประมงบ้านหาดยาว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง เดือดร้อนกว่า 20 ครัวเรือน ทาง อบต.เร่งนำรถแบ็กโฮขุดทางระบายน้ำ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

วันที่ 16 ส.ค. 60 จากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลทำให้เกิดท่วมฉับพลันหมู่บ้านชาวประมงบ้านหาดยาว หมู่ที่ 6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นครั้งที่ 2 ในห้วงเวลาเพียง 3 วัน โดยในครั้งนี้ปริมาณน้ำฝนมากกว่าครั้งก่อน ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 10 – 50 เซนติเมตร จึงต้องรีบขนย้ายเด็ก คนชราและคนพิการหนีน้ำเป็นการด่วนในตอนกลางดึก ขณะที่ข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากได้รับความเสียหาย จากการไม่สามารถเคลื่อนย้ายหนีน้ำได้ทัน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ทั้งพัดลม เสื้อผ้า ที่นอน ตู้เย็น รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้รับความเสียหาย

ล่าสุด โดยนายปรีชา ถาวรประสิทธิ์ ปลัดอำเภออาวุโส อ.กันตัง พร้อมด้วยนายสิทธิพร จิเหลา นายก อบต.เกาะลิบง เร่งนำรถแบ็กโฮ เข้าทำการขุดลอกทางระบายน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำท่วมขังมีช่องทางการระบายได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในระยะยาวชาวบ้านอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการก่อสร้างต่อเติมพนังกันคลื่นให้ยื่นขึ้นไปบนฝั่งออกไปอีกประมาณ 30 เมตร ในลักษณะปิดล้อมเส้นทางน้ำทะเลเข้าไปในหมู่บ้าน

โดยน้ำท่วม 2 ครั้งนี้ ชาวบ้านบอกว่าเป็นเรื่องโชคดีที่น้ำท่วมขังในครั้งนี้ มาจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแล้วไม่มีช่องทางระบายน้ำเท่านั้น แต่ทุกปีจะประสบปัญหาหนักเมื่อฝนตกหนัก และเกิดคลื่นลมแรงในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ก็จะเกิดคลื่นซัดเข้าหาหมู่บ้านผสมกับน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำท่วมขังสูงและยาวนาน ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากทุกปี ชาวบ้านจึงร้องขอให้มีการทำพนังกันคลื่นเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดให้สามารถป้องกันน้ำทะเลที่ถูกคลื่นซัดเข้าหาหมู่บ้านให้ได้เป็นการถาวรอย่างเร่งด่วน