ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาชัยนาท โต้ ! พายุเข้าไทย 10 ลูก แค่ข่าวลือ

ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดชัยนาท โต้พายุเข้าไทย 10 ลูกแค่ข่าวลือ เข้าจริงไม่เกิน 2 ลูก

วันที่ 16 สิงหาคม 2560 จากกรณีที่มีการแชร์กันบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับพายุที่จะก่อตัวและเคลื่อนตัวพาดผ่านประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้ เกิดฝนตกหนักทั่วทุกภาคของประเทศและอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมใกล้เคียงกับปี 2554 จนเกิดความแตกตื่นในระยะนี้นั้น

ล่าสุดนายปราโมทย์ อ่อนน้อม ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดชัยนาท กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นเพียงข่าวลือที่อาจจะเกิดจากเจตนาทำให้เกิดความแตกตื่น หรือจะไม่เจตนาเพราะเข้าใขผิดก็ตาม ก็ขอให้เลิกแชร์ข้อมูลดังกล่าว เพราะจะสร้างความกังวลให้กับคนในสังคม เพราะข้อเท็จจริงจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นหน่วยงานมีที่เครื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัย รวมทั้งมีเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอุตินิยมวิทยากับประเทศต่างๆในระดับสากล

ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่าในปีนี้จะมีพายุที่ก่อตัวในสหาสมุทรแปซิฟิกประมาณ 10 ลูก แต่จะมีพายุที่มีทิศทางการเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ที่จะมีอิทธิพลส่งผลกระทบกับประเทศไทยจริง ๆไม่เกิน2ลูก ดังนั้นจากข่าวลือในระยะนี้จึงไม่เป็นความจริง โดยจากการติดตามสภาพอากาศประเทศไทยจะมีปริมาณฝนมากที่สุดในช่วงเดือนกันยายน เกษตรกรจึงควรวางแผนการเก็บเกี่ยวให้ทันเวลาก่อนน้ำหลาก แต่จะไม่มีเหตุน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อย่างแน่นอน

เกิดอุบัติเหตุรถพ่วงบรรทุกปูน เสียหลักชนขอบทางคว่ำ ขวางถ.กาญจนาฯ

เกิดอุบัติเหตุรถพ่วงบรรทุกปูน เต็มคัน เสียหลักชนขอบทางคว่ำขวางถนนกาญจนาภิเษก ก่อนขึ้นทางด่วน เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรเร่งเคลื่อนย้าย ทำให้ปริมาณรถสะสม ติดขัดสาหัส – แนะเลี่ยง

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (05.30) เกิดอุบัติเหตุ รถพ่วง บรรทุกปูนถุงเต็มคันรถ หัวลาก 70-7035 นนทบุรี ตัวพ่วง 70-5274 นนทบุรี ชนแบริเออร์ คอนกรีต ขอบทาง เชิงขึ้นสะพานต่างระดับฉิมพลี ช่องทางหลัก ถนนกาญจนาภิเษก ขาเข้า มุ่งหน้าถนนเพชรเกษม (บางแค)

ส่งผลให้ตัวรถและสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น กีดขวางทุกช่องทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดช่องทางด่วนทั้งหมด เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออกจากพื้นที่ จึงทำให้สภาพการจราจรในช่วงเช้าวันนี้ ติดขัดสาหัส รถฝั่งขาเข้าไม่สามารถยูเทิร์นกลับรถไปฝั่งขาออกเพื่อมุ่งหน้าไปบางนาได้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทลายแก๊งค้ายา ค้นบ้าน’อาผะ’โยง ‘บอย’ก๊วน’ไซซะนะ’

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/5 ทลายเครือข่ายยาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำ ค้นบ้าน ”อาผะ” โยง ”บอย” ก๊วน ”ไซซะนะ” พร้อมยึดไอซ์ได้ 50 กก. ที่พะเยา จ่อแถลงผลวันนี้

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ทหาร ,ปปส. ในการเปิดปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี 60/5” ทลาย เครือข่ายยาเสพติด พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำซึ่งปฎิบัติการในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง สปป.ลาว และ เมียนมา เป็นพื้นที่เชื่อมต่อบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อทลายแหล่งผลิตยาเสพติด

ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด อันดับต้นๆ ที่ต่างชาติทั่วโลกรู้จักกันดีสำหรับ ปฎิการชัยยะสยบไพรี 60/5 เครือข่ายสามเหลี่ยมทองคำในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีปฎิบัติการ 50 เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ภาคเหนือทั้งหมดและปฏิบัติการในพื้นที่ จ.เชียงราย ในวันนี้ มี 10 เป้าหมาย ที่ ตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด ได้นำหมายศาลบุกเข้าตรวจค้น โดยเน้นการยึดทรัพย์ ตาม พรบ.มาตรการปราบปรามยาเสพติด

โดย เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 5.00 น. เจ้าหน้าที่ทำการนัดแนะเตรียมการ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการอีกครั้ง ก่อนลงพื้นที่ ปิดล้อม ตรวจค้น บ้านเลขที่ 270 หมู่ 19 หมู่บ้านกิ่วสะไต อ.แม่จัน เป็นบ้านของนายอกฤษณ์ รุ่งศิริธีรวงศ์ หรือ อาผะ เชมือกู่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดียาเสพติด พบอดีตภรรยาของนายอาผะ อยู่บ้านกับลูกวัย 4 ขวบ

โดยอดีตภรรยา ระบุว่า บ้านหลังนี้ ตนเองอยู่กับลูก และ พ่อแม่ ของนายอาผะ รวม 4 คน ส่วนตัว นายอาผะ หายไปตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด และ ยังไม่รู้ว่าหายไปไหน ส่วนบริเวณบ้านจากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และ พบกล้องวงจรปิดติดไว้โดยรอบบ้าน

สำหรับ นายอกฤษณ์ รุ่งศิริธีรวงศ์ หรือ อาผะ เชมือกู่ จากการสืบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงเป็นผู้ประสานงานนำยาเสพติดจากเมียนมาเข้ามาในไทย ก่อนส่งต่อให้กับกลุ่มผู้สั่งซื้อในไทย และพบว่า นายอกฤษณ์ เป็นเครือข่ายเดียวกับ นายณัฐพล นาคคำ ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ร่วมกัยนายไซซะนะ แก้วพิมพา ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ โดยนายณัฐพล เป็นผู้สั่งยาเสพติดมาจากพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นของ นายอกฤษณ์ และจะมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่ภาคกลาง

ขณะที่ จากการตรวจสอบพบว่า นายอกฤษ์ อยู่ในประเทศเมียนมา แต่ศาลอาญาได้ออกหมายจับข้อหาสมคบการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไว้แล้ว

ทั้งนี้ จากผลการตรวจค้นจับกุม ตามปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/5 ในครั้งนี้ ตำรวจสามารถจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดียาเสพติดได้ และในขณะที่เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับ เข้าจับกุมผู้ต้องหาในจังหวัดเชียงราย นั้น ผู้ต้องหา พยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ด้วยการนำเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท มาเสนอให้เพื่อแลกกับการไม่จับกุม เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามหมายจับคดียาเสพติด และ ติดสินบนเจ้าพนักงานเพิ่มอีก 1 ข้อหา

และเมื่อวานที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สามารถจับกุม นายจักรพงษ์ พันธ์สมบูรณ์ ผู้ต้องหาครอบครองยาเสพติด ได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยยึดไอซ์ได้ 50 กก. และปฏิบัติการในครั้งนี้ ก็นับเป็นความร่วมมือกับ 3 ประเทศ ทั้ง ประเทศไทย – สปป. ลาว เมียนมา ทางการไทย ได้ ประสานขอส่งตัว ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 18 คน 18 หมาย จากฝั่งเมียนมา ให้นำตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากทางการเมียนมา ว่าจะส่งตัวบุคคลตามหมายจับดังกล่าว เข้ามาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจค้นแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จะนำของกลาง มาแถลงต่อสื่อมวลชน ที่ ด่านศุลกากรสะพานสอง ชาย อ.แม่สาย จ.เชียงรายโดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. , รองเลขาธิการ ปปส. , แม่ทัพน้อย และ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่จะมาร่วมแถลงข่าว เวลา 10.00 น. วันนี้