2 สามีภรรยา ปลูกผลไม้แบบผสมผสาน เจ้าตัวเผยรายได้ดีงาม

2 สามีภรรยา จังหวัดพะเยา ปลูกผลไม้ผสมผสาน เงาะ ทุเรียน ลองกอง สะตอ ผลไม้ภาคตะวันออกและภาคใต้ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาเป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวพบ 2 สามีภรรยาปลูกผลไม้ผสมผสาน ทั้งเงาะ ทุเรียน ลองกอง สะตอ ซึ่งเป็นผลไม้ภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยทำลักษณะเกษตรอินทรีย์ให้ผลผลิตได้อย่างดีเยี่ยม มีลูกค้ามาสั่งจองอย่างต่อเนื่องในราคาสูง จนแทบไม่พอขาย และในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้กับเขาเป็นอย่างดี

นายบรรจง และนางจันทร์เป็ง ทองคำ ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 14 ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ปลูกผลไม้แบบผสมผสาน ในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเป็นบริเวณสวนหลังบ้านของเขา ผลไม้ที่ปลูกเป็นผลไม้ทางภาคตะวันออกและภาคใต้ เช่นเงาะโรงเรียน ลองกอง ทุเรียน สะตอ ทั้งคู่นำมาปลูกในพื้นที่จังหวัดพะเยา จนประสบผลสำเร็จสามารถจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และเป็นที่สนใจของลูกค้าเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถผลิตได้ทัน

นายบรรจง เล่าว่า เขานำผลไม้ดังกล่าว ซึ่งเป็นผลไม้ทางภาคใต้มาปลูกไว้เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งเงาะโรงเรียน ลองกอง สะตอ ทุเรียน จนขณะนี้สามารถให้ผลผลิตได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเงาะและลองกอง จะมีรสชาติที่อร่อย หอม กรอบ แห้ง จนเป็นที่สนใจของลูกค้า จะเดินทางมาสั่งซื้อกันอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถผลิตได้ทันความต้องการ โดยเงาะจะขายเฉลี่ยอยู่ที่ ปลีก กิโลกรัมละ 35 บาท ส่งก็จะประมาณ 30 บาท

ในส่วนของลองกอง ก็จะจำหน่ายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 35 บาท ซึ่งผลไม้ที่นี่จะขายได้ราคาดี เนื่องจากผลผลิตจะมีคุณภาพและที่สำคัญเราจะไม่ใช้สารเคมี โยจะใช้ปุ๋ยเป็นมูลวัวและปุ๋ยหมักในการบำรุงรักษาผลไม้ดังกล่าว จึงเป็นที่ต้องการของตลาดและส่วนใหญ่จะมีผู้เดินทางมาสั่งซื้อและมาซื้อที่สวนเลย โดยผลไม้ต่างๆ จะหมุนเวียนกันออกผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในในปีนี้ผลผลิตออกมาค่อนข้างดี และสามารถมีรายได้กับการทำสวนผลไม้แบบผสมผสานดังกล่าวได้พอสมควร

กรมอุตุฯเผย ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ เผย ภาคเหนือ,อีสาน,กลาง,ตะวันออก ,ใต้ มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขณะที่ กทม.ฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ และนครราชสีมา ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และน้ำท่วมฉลับพลัน น้ำไหลหลากไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะ 2-3 วันนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สั่งลงโทษตำรวจปากคลองรังสิต หลังไม่รับแจ้งความกลางดึก

ความคืบหน้ากรณีตำรวจปทุมธานี ปัดรับแจ้งความกลางดึก ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต สั่งลงโทษทางวินัยพนักงานสอบสวน

หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อำพุ เข็มแข็ง ได้โพสต์ภาพและ ข้อความ ใจความว่า ทุกข์ไม่มีที่ระบาย ตำรวจปัดรับแจ้งความกลางดึก โรงพัก สภ.ปากคลองรังสิต ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานีเมื่อตนเข้ามาแจ้งความมืดมากและพนักงานสอบสวนพูดจาไม่ดี ความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ทางพ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต ได้เชิญผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่ออำพุ เข็มแข็ง และเจ้าของรถจักยานยนต์ที่ถูกชนแล้วหนีมาพูดคุยกัน

โดยพ.ต.อ.สรัลพัฒน์ กล่าวว่าจากกรณีที่เกิดขึ้น ขณะนี้ ตนได้ตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.ปากคลองรังสิต ให้ติดตามกล้องวงจรปิด รถกระบะที่ชนแล้วหนีมาดำเนินคดีแล้ว และในส่วนที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้โพสต์ภาพว่าตำรวจปัดรับแจ้งความกลางดึก ซึ่งเกิดขึ้นที่โรงพัก สภ.ปากคลองรังสิต นั้น ขณะนี้ตนได้พูดคุยกับผู้เสียหายทั้งหมด พร้อมดำเนินการลงโทษทางวินัยกับพนักงานสอบสวน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวของกับเรื่องนี้

ส่วนนางสาวพิมพ์พรรณ ล้นหลาม เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนได้ยืมรถมาใช้และเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น ระบุว่า ตนรู้สึกดีใจที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และยังเป็นที่พึ่งพาให้กับประชาชนได้ ส่วนนายอำพุ เจ้าของเฟซบุ๊ก กล่าวว่าเมื่อคุยกับทาง พ.ต.อ.สรัลพัฒน์ แล้วก็รู้สึกเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคน