แม่หอบหลักฐานร้องสื่อ หลังลูกชายอายุ 18 ปี ถูกการ์ดสถานบันเทิงชื่อดังนับสิบคนรุมกระทืบจนดั้งจมูกหัก และยังถูกสท.อ้างเป็นเจ้าของร้านส่งข้อความข่มขู่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลำปาง วันที่ 14 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. นางชีวารัตน์ จันทร์ตา อายุ 39 ปี ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอขณะที่ลูกชายชื่อ นายอัษฎา สอดสี หรือเอ อายุ 18 ปี ไปเที่ยวสถานบันเทิงชื่อสกาล่า แล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทถูกกลุ่มการ์ดของร้านนับสิบคนรุมกระทืบทำร้ายได้รับบาดเจ็บจนดั้งจมูกหัก ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลศูนย์ลำปางนาน 5 วัน เสียเงินจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นบาท โดยเจ้าของร้านดังกล่าว เป็น สท.ชื่อดัง ไม่รับผิดชอบแถมยังสั่งห้ามพูดเรื่องราวที่เกิดขึ้น
จากการสอบถาม นายอัษฎา เล่าว่า เมื่อคืนของวันที่ 31 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ตนเองพร้อมเพื่อนในห้องเรียนอายุเท่ากัน จำนวน 6 คนเดินทางมาเที่ยวดื่มเบียร์ในสถานบันเทิง ชื่อสกาล่า ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนยาวไปจนถึงเวลาประมาณตีสามกว่า จึงได้เช็คบิลประมาณหนึ่งพันกว่าบาท โดยก่อนหน้านี้เวลาตีหนึ่งกว่าๆ ตนเองยังโพสต์เฟซบุ๊กเช็คอินในตำแหน่งที่ตั้งคือร้านสกาล่าโชว์เพื่อนๆ อยู่
และขณะที่กำลังเดินออกจากร้านเกิดกระทบกระทั่งกับการ์ดของทางสถานบริการดังกล่าวและดึงตนออกมานอกร้านและเกิดตะลุมบอนกันขึ้น โดยมีการ์ดของสถานบันเทิงดังกล่าวกว่า 10 คน ซึ่งบางคนมีอาวุธมีดบ้าง มีปืนบ้าง นำมาจ่อที่ศรีษะตนเอง ก่อนที่จะรุ่มทำร้ายร่างกายจนดั้งจมูกหัก ซึ่งจากนั้นเพื่อนก็นำตนส่งโรงพยาบาลและไม่รู้สึกตัวอีกเลย แต่มาทราบภายหลังว่ามีชาวบ้านและประชาชนในบริเวณดังกล่าวถ่ายคลิปเหตุการณ์ชุลมุนไว้ได้
ด้าน นางชีวารัตน์ จันทร์ตา อายุ 39 ปี มารดาของนายเอ เล่าว่า วันเวลาดังกล่าวลูกออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกันจนดึก เพื่อนลูกชายได้มาบอกว่าลูกชายถูกทำร้ายร่างกายโดยการ์ด ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลลำปาง ตนพร้อมสามีจึงเดินทางไปดู ก่อนที่จะเดินทางไปที่ร้านสกาล่า พบมีการ์ด จำนวนกว่า 10 คนนั่งกินเหล้าอยู่หน้าร้าน สอบถามไม่ได้ข้อมูลใดๆ
ต่อมามีคนรู้จักเข้ามาเป็นคนกลางพยายามไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้นโดยพาไปพบ สท. นายหนึ่งซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าของร้าน พร้อมรับปากจะดูแลค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นให้ ขออย่าเอาเรื่องกับทางร้าน ซึ่งระยะเวลาผ่านมากว่าสิบวันเมื่อทวงถามถึงความรับผิดชอบก็เงียบเฉย แถมยังส่งข้อความมาข่มขู่บุตรชายของตนอีก
ซึ่งตนเองเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจาก สท. นายดังกล่าว อ้างว่าตนเองเป็นผู้มีอิทธิพล ไม่มีใครมาทำใดๆ กับตนเองได้ ตนเองจึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าร้องเรียนสื่อมวลชนให้การช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่สรรพสามิตลำปาง ทราบว่าร้านดังกล่าวไม่ได้รับในอนุญาตให้จำหน่ายเครื่อดื่มแอลกอฮอล์มานานแล้ว
ทั้งนี้แม่ผู้เสียหายจะเดินทางเข้าร้องเรียน ขอความเป็นธรรมกับ นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง เพื่อให้การช่วยเหลือ ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวจะรายงานต่อไป