“UNICEF-WHO” ชี้ทั่วโลกละเลย “เลี้ยงลูกด้วยนมแม่” “สิทธิของผู้เป็นแม่” ทั่วโลก

รายงานล่าสุดของ “UNICEF-WHO” ชี้ว่า ทั่วโลกยังขาดการลงทุนส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และยังพบว่า 5 ประเทศ ในกลุ่ม “เศรษฐกิจเกิดใหม่” ละเลยการลงทุนด้านนี้ จนเป็นผลให้เด็กเสียชีวิตสูงถึงปีละ 236,000 ราย

งานวิจัยการดูแลสุขภาพและความมั่งคั่งแห่งชาติ กรณีศึกษา “การลงทุนเพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” ซึ่งได้รับการเปิดเผยล่าสุด โดยกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO และร่วมกับกลุ่มผู้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทั่วโลก ระบุว่า กลุ่มประเทศ “เศรษฐกิจเกิดใหม่”  ขนาดใหญ่ของโลก 5 ประเทศ

ได้แก่ จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก และไนจีเรีย ยังขาดการลงทุน เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิตประมาณ 2 แสน 3 หมื่น 6 พันรายต่อปี และสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 1 แสน 1 หมื่น 9 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 4 ล้าน 4 หมื่นล้านบาท

วิจัยชิ้นเดียวกัน ยังระบุว่า การลงทุนเพียง 4.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 156 บาท ต่อเด็กแรกเกิดหนึ่งคน จะช่วยเพิ่มอัตราการให้นมแม่อย่างเดียวแก่เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนทั่วโลก ได้มากถึงร้อยละ 50 ภายในปี 2568

ทั้งนี้ การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะทำให้สามารถช่วยชีวิตเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ได้มากถึง 5 แสน 2 หมื่นคน และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้เป็นมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 10 ล้าน 2 แสนล้านบาท ในระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากรายจ่ายด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพที่ลดลงและผลผลิตแรงงานที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกฉบับที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ระบุว่า ไม่มีประเทศใดในโลกเลยที่มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถึงเกณฑ์มาตรฐาน รายงานดังกล่าวประเมินผล 194 ประเทศทั่วโลก และพบว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน เพียงร้อยละ 40 ที่ได้ดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต

ผลการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและกระบวนการคิดของทั้งทารกและผู้เป็นแม่ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคท้องร่วงและโรคปอดบวม ซึ่งเป็นสองสาเหตุหลักที่ทำให้ทารกเสียชีวิต ส่วนแม่ที่ให้ลูกกินนมจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสองสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของผู้หญิง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์นมแม่โลก เมื่อวันที่ 1-7 สิงหาคมที่ผ่านมา เม็กซิโกได้จัดงานเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่คุณแม่ลูกอ่อนทำงานที่เร่งรีบ และการถูกตำหนิเมื่อให้นมบุตรในที่สาธารณะ จึงหันไปพึ่งนมผงสำหรับทารกมากขึ้น ส่วนที่ฟิลิปปินส์ แม่ราว 2 พันคน ได้มารวมตัวกันให้นมบุตรเป็นเวลา 1 นาที เพื่อหวังทำลายสถิติโลก และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ขู่เล็งเป้าโจมตีเกาหลีเหนือ

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยกองทัพสหรัฐฯพร้อมจะเล็งเป้าและขึ้นลำกล้องเพื่อโจมตีเกาหลีเหนือ หากเกาหลีเหนือไม่ระมัดระวังการกระทำของตนเอง

บีบีซีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯกล่าวว่ากองทัพสหรัฐฯพร้อมจะเล็งเป้าและขึ้นลำกล้องเพื่อโจมตีเกาหลีเหนือ ยกระดับวิวาทะเข้าใกล้จุดแตกหักอีกครั้งหนึ่ง ทวีตว่าขณะนี้กองทัพสหรัฐฯเตรียมทางแก้ไขปัญหาตามแนววทางของทหารไว้พร้อมทุกด้านแล้วคือการเล็งเป้าและขึ้นลำกล้องเพื่อโจมตีเกาหลีเหนือ ถ้าหากเกาหลีเหนือไม่ระมัดระวังการกระทำของตนเองให้รอบคอบ หวังว่านายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือคงจะเลือกใช้แนวทางอื่น

นายทรัมป์พูดเรื่องนี้หลังเกาหลีเหนือกล่าวหาเขาว่าผลักดันคาบสมุทรเกาหลีเข้าใกล้สู่สงครามนิวเคลียร์อยู่ทุกขณะ ระบุว่าเกาหลีเหนืออยู่ในขั้นเตรียมแผนระยะสุดท้ายเพื่อยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯบนเกาะกวมทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะเดียวกันสำนักงานความมั่นคงมาตุภูมิของเกาะกวมได้ออกมาตรการแนะนำชาวบ้านให้เตรียมรับมือกับเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธที่อาจจะมีขึ้น

รวมถึงการเตือนไม่ให้มองประกายไฟและลูกเพลิงจากขีปนาวุธเนื่องจากอาจจะทำให้ตาบอดได้ พร้อมทั้งแนะนำให้หมอบอยู่บนพื้นดินและหาจุดที่กำบังศีรษะ หากเห็นระเบิดอยู่ไกลๆอาจจะใช้เวลา 30 วินาทีหรือมากกว่านั้นที่จะพุ่งเข้าสู่เป้าหมาย คำเตือนของนายทรัมป์มีขึ้นไม่กี่ชม. หลังพล.อ.เจมส์ แมททิส รัฐนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯหวังว่าทั้งสหรัฐฯและเกาหลีเหนือคงจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติโดยใช้แนวทางการทูต เพิ่มเติมว่าการทำสงครามย่อมจะเกิดความเสียหายร้ายแรง ขณะที่การเจรจาทางการทูตย่อมจะเกิดผลดีต่อทุกฝ่าย

ขอบคุณ จส.100

อดีตรปภ.โพสต์หมิ่น เตือนนักเลงคีย์บอร์ดอาจถูกจำคุก

อดีต รปภ. โพสต์โซเชียลหมิ่น อดีตหญิงสาวคนสนิท อดีต ผบ.ตร. เตือนนักเลงคีย์บอร์ด ระวังการละเมิดผู้อื่น หลังถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี 6 เดือน รออาญา 2 ปี

นายบัณฑูร บวรนรเศรษฐ อายุ 48 ปี ที่ พนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้ต้องหาที่ถูก น.ส.ยุวเรต กังสถาน หญิงสาวคนสนิท อดีต ผบ.ตร. ผู้เสียหายแจ้งความพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 27ม.ค.2559 คดีนี้พนักงานสอบสวน บก.ปอท.ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการฟ้องศาลอาญา เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ฟ้อง สั่งจำคุกรวม 3 ปี และปรับ 60,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 30,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี

นายบัณฑูร กล่าวว่า ตนถูกนำตัวไปฝากขังระหว่างดำเนินคดี อยู่เรือนจำคลองเปรมเป็นเวลา 13 วัน คิดเป็นเงินวันละ 500 บาท นำมาหักออกจากค่าปรับที่ศาลตัดสิน พี่สาวที่ไปฟังคดีเป็นคนจ่ายค่าปรับให้จำนวน 26,500 บาท พร้อม ฝากเตือนสติบรรดานักเลงคีบอร์ดให้ระมัดระวังการเขียนข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่น ในสังคมออนไลน์ ระวังจะเป็นอย่างตน ได้ประสบการณ์ในคุกเป็นเวลา 13 วันแรก ก่อนส่งฟ้องแต่โชคดีที่ศาลท่านเมตตา ให้รอลงอาญา

ที่มา… INN