ศาลให้ประกันอดีตตร.ปอศ.-ชาวสิงคโปร์อุ้มรีดนักธุรกิจแล้ว

ศาลอาญา ให้ประกัน อดีต ตร. ปอศ.- ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาอุ้มรีดนักธุรกิจ แล้ว ตีราคาประกัน คนละ 2 แสนบาท พร้อมห้ามออกนอกประเทศ

ศาลอาญา รัชดา มีคำสั่งให้ประกันตัว พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ หรือ นายณัฐกฤษต์ ยุทยา อายุ 42 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. และ นายโก เทช ชุน (Mr.Goh Teck Chuan) อายุ 49 ปี สัญญาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาร่วมกันอุ้มรีดเงินนักธุรกิจสายการบิน แล้ว หลังพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม คุมตัวมาฝากขังเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

ต่อมาญาติของ พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ และนายโก เทช ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 3 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการฝากขัง ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์เป็นเงินสดแล้ว จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทั้ง 2 คน โดยตีราคาประกัน คนละ 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต โดยศาลให้ยึดหนังสือเดินทาง (เล่มพาสปอร์ต) ของนายโก เทช ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 3 ไว้ด้วย

ส่วน นายโอภาส ศรียา อายุ 39 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาที่ 2 นั้น ปรากฏว่าไม่มีหลักทรัพย์ที่จะยื่นประกันตัวในชั้นนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงได้ควบคุมตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ต่อไป

ที่มา… INN

ยังอ่วม! อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ น้ำท่วม 3สัปดาห์เร่งสูบออก

อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ยังอ่วมน้ำท่วมเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 สำนักงานชลประทานที่ 6 เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำชี

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่ม 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด และ อ.เมืองกาฬสินธุ์ หลังยังคงได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตรเป็นบริเวณกว้างนานเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ซึ่งหลายหน่วยงานยังคงเร่งให้การช่วยเหลือ

ล่าสุด นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติ สุขสงค์ นายอำเภอกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายอนันต์ศักดิ์ แย้มชื่น ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกาฬสินธุ์ สำนักงานชลประทานที่ 6 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ชลประทาน และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าท่า ออกเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังเฝ้าเวรยามเครื่องสูบน้ำบริเวณพนังกั้นแม่น้ำชี บ้านท่ากลาง ม.8 ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำระบบชลประทานก่อนไหลลงแม่น้ำชี พร้อมนำเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้วเข้าไปติดตั้งเพิ่มเติมบนพนังกั้นแม่น้ำชีบริเวณบ้านแจ้งจม ม.7 ต.เจ้าท่าอีก 1 เครื่อง เพื่อเร่งระดมสูบน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่การเกษตรและป้องกันน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่บ้านแจ้งจม ม.7 จำนวน 157 ครัวเรือน และป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมโรงเรียนบ้านท่ากลาง

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ขณะนี้บางจุดระดับน้ำยังทรงตัว บางจุดระดับน้ำลดลงเล็กน้อย และบางจุดระดับน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1-2 ซม.โดยเฉพาะพื้นที่ ต.เจ้าท่า ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำระบบชลประทานก่อนไหลลงแม่น้ำชี ขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้นทางอำเภอกมลาไสย จึงประสานไปยังโครงการชลประทานกาฬสินธุ์ สำนักงานชลประทานที่ 6 นำเครื่องสูบน้ำระดมสูบน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำชีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ที่มา… INN

ปากคลองตลาดคึกคัก ราคา ‘ดอกมะลิ’ พุ่ง กก.ละ 1,500 บาท!!

ราคาดอกมะลิพุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 1,500-2,000 บาท เนื่องมาจากปีนี้ผลผลิตดอกมะลิออกน้อยลง

วันนี้ 11 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าว MThaiNews ลงพื้นที่ไปยังปากคลองตลาด (เก่า) เพื่อสำรวจราคาดอกมะลิที่ขายตามท้องตลาด จากการสำรวจพบว่าราคาดอกมะลิพุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 1,500-2,000 บาท เนื่องมาจากปีนี้ผลผลิตดอกมะลิออกน้อยลง จนส่งผลให้ราคาในช่วงเทศกกาลวันแม่แห่งชาติ ขยับตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัว ในขณะที่ปากคลองตลาดแห่งใหม่ ดอกมะลิไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย

จากการสอบถามผู้ประกอบการร้านขายดอกมะลิ เปิดเผยว่าราคาดอกมะลิในปีนี้มีการปรับราคาอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากที่ผ่านมามีฝนตกอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อผลผลิตของดอกมะลิไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และยังส่งผลให้สภาพของดอกมะลิไม่สวยงามดั่งเช่นที่ผ่านมา ซึ่งหากเป็นดอกที่สมบูรณ์และสวยงามก็จะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายหันมาใช้ดอกพุดในการร้อยดอกมะลิ

สำหรับราคาพวงมาลัยจะแตกต่างกันไปตามวัตถุดิบและเกรดของมะลิที่นำมาร้อย ซึ่งหากเป็นมะลิบาน ราคาจะมีตั้งแต่ 50 บาทเป็นต้นไป แต่หากเป็นดอกมะลิสดสภาพสวยงาม ราคาจะเริ่มต้นที่ 100 ไปจนถึง 400 บาท ต่อพวง รวมถึงการสั่งจองทำพวงมาลัยแบบพิเศษราคาก็จะเพิ่มขึ้นสูงไปอีกขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาใช้และความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป