สตง. ยันพบหลายจังหวัด ใช้งบขนคนเชียร์ “ยิ่งลักษณ์”

สตง. ยันพบหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้งบประมาณขนคนเชียร์ “ยิ่งลักษณ์” เร่งดำเนินการเอาผิดอาญา พร้อมเรียกงบประมาณคืนให้แผ่นดิน

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการทำหนังสือแจ้งเตือนกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้งบประมาณในการขนมวลชนเดินทางให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นศาลในคดีรับจำนำข้าวนั้น

เป็นข้อมูลที่มาจากญาติของบุคคล ที่ถูกนำไปที่หน้าศาล โดยอ้างว่าจะพามาทำกิจกรรมอื่น แต่กลายเป็นไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบมีหลายจังหวัดแต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นพื้นที่ใด จึงได้ดำเนินการแจ้งเตือนเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดขึ้นอีกในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ส่วนที่เกิดขึ้นแล้ว สตง.ก็จะตรวจสอบเพื่อดำเนินการเรียกงบประมาณคืน รวมถึงดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ สตง.ยังกล่าวถึง กระบวนการติดตามการทำงานของกรมสรรพากร ในการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินวัตร ว่า จากการติดตาม พบว่าการดำเนินการของหน่วยงานรัฐยังคงเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ไม่มีข้อพิรุธ หรือผิดปกติแต่อย่างใด คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน

รวบไอหื่น หลอกเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ไปข่มขืน อ้างมีอารมณ์แต่ไม่รู้จะทำยังไง

ตำรวจหนองคายรวบไอหื่น หลอกเด็ก 4 ขวบ อ้างพาไปซื้อขนม แต่กลับลวงไปข่มขืน

พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมตัว นายอนุสรณ์ หรือ ติ่ง อายุ 19 ปี พร้อมนำ ด.ญ.เอ นามสมมุติผู้เสียหาย และพยาน (เพื่อนของเด็กหญิง 2 คน) มาชี้ตัวผู้ต้องหา ซึ่งสามารถชี้ตัวได้ถูกต้องทั้ง 3 คน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.45 น. วันที่ 10 ส.ค. 2560 ได้มีครูจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในชุมชนดอนมน ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ว่า มีเด็กนักเรียนหญิงอายุ 4 ปี หายตัวออกจากโรงเรียน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายสวมหมวกกันน็อคสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดบริเวณในโรงเรียน ต่อมาได้มีเด็กผู้หญิง 3 คน วิ่งมาเล่นที่ศาลาดังกล่าว จากนั้นเด็ก 2 คน ได้วิ่งออกไป เหลือเพียง ด.ญ.เอ อยู่กับคนร้ายตามลำพัง

กระทั่ง คนร้ายได้พา ด.ญ.เอ ขับจักรยานยนต์หนีไป และขณะที่ทุกคนกำลังตามหา ด.ญ.เอ อยู่นั้น ก็พบกับด.ญ.เอ กำลังยืนร้องไห้อยู่ริมถนน ด้านข้างโรงเรียนฝั่งที่ติดกับประตูวัด (วัดอรุณรังษี) ในสภาพมอมแมม ครูและยาย ของเด็กหญิงคนดังกล่าว ได้สอบถาม ซึ่งเด็กเล่าว่า ถูกชายคนหนึ่งชื่อ “โจ” หลอกว่าจะพาไปซื้อขนม แต่พาขี่รถไปยังกระท่อมแล้วข่มขืน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ จึงเร่งติดตามจับกุม กระทั่งสามารถจับกุมตัว นายอนุสรณ์ ได้ที่บ้านพัก ขณะที่ผู้ต้องหาเองก็ให้การรับสารภาพว่าพึ่งพ้นโทษจากเรือนจำในคดียาเสพติดเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ตนเคยมีภรรยาเป็นคนลาวและมีลูกด้วยกัน 1 คน ขณะที่ตนอยู่ในเรือนจำ ภรรยาของตนได้พาลูกชายกลับประเทศลาวแล้ว เมื่อออกจากเรือนจำมา ตนมีอารมณ์ทางเพศ ไม่รู้จะระบายอย่างไร จึงได้เข้าไปล่อลวงเด็กนักเรียนหญิงคนดังกล่าวในโรงเรียน

สมอ. แจงร้านทุกอย่าง 20 ขายได้ แต่ต้องมีคุณภาพและปลอดภัย

สมอ. แจงร้านทุกอย่าง 20 บาท ขายได้ทุกอย่าง เว้นสินค้าบังคับมาตรฐาน 105 ผลิตภัณฑ์ ที่ต้องมี มอก. ภาคบังคับ เพื่อคุณภาพและปลอดภัย

นายพิสิฐ รัสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวชี้แจงถึงกรณีถึงการเผยแพร่ข่าว สมอ. เข้าควบคุมคุณภาพสินค้าของร้านจำหน่ายสินค้าทุกอย่าง 20 บาท โดยเฉพาะข่าวที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเข้าใจผิด ว่า ขณะนี้ สมอ.ยังไม่ได้เข้าไปจับกุมร้านค้าจำหน่ายสินค้าทุกอย่าง 20 บาทแต่อย่างใด

โดยผู้จำหน่ายยังสามารถจำหน่ายสินค้าได้ทุกอย่างยกเว้นรายการสินค้าที่เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ภาคบังคับที่ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพและปลอดภัยได้มาตรฐาน 105 ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตนำเข้า ต้องขออนุญาตจากสมอ. ก่อนทำและนำเข้าและผู้จำหน่ายต้องจำหน่ายเฉพาะที่ได้มาตรฐานเท่านั้น  เช่นเดียวกับร้านค้าที่ขายสินค้าราคาเดียวกัน 60 บาท หรือตามห้างสรรพสินค้า จะต้องขายสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐานบังคับ

ซึ่งกรณีร้านขายทุกอย่าง 20 บาท จะเข้าข่ายอยู่เพียงประมาณ 8 ผลิตภัณฑ์เท่านั้น ได้แก่ ผงซักฟอก ไม้ขีดไฟ ของเล่น ไฟแช็คก๊าซ หัวนมยางดูดเล่น ฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร แอลกอฮอล์แข็งสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง และสีเทียน

ทั้งนี้ สมอ.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปสุ่มตรวจสอบทุกเดือน หากพบเจอจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยบทลงโทษในกรณีมีการทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับร้านค้าที่ไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษคือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งที่ผ่านมาสมอ. ยังไม่ได้เข้าจับกุมร้านค้าแต่อย่างใดแต่ได้แจ้งเตือนและทำความเข้าใจให้ทราบถึงข้อกฎหมายที่มีอยู่ผ่านตัวแทนผู้ประกอบการค้าส่งและห้างสรรพสินค้าที่ให้เช่าพื้นที่ขอความร่วมมือให้ช่วยควบคุมการดูแลการจำหน่ายสินค้าเนื่องจากมีสินค้าบางรายการที่เป็นสินค้าบังคับ