หอการค้าไทย เผยสถานการณ์คอร์รัปชันไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เช่นเดียวกับการจ่ายเงินใต้โต๊ะที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เหตุการบังคับใช้กฎหมายคอร์รัปชัน ยังไร้ประสิทธิภาพ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย ในเดือนมิถุนายน 2560 พบว่า ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย อยู่ที่ระดับ 53 ลดลงจากการสำรวจเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชันไทย ที่ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน มาอยู่ที่ระดับ 54
ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากประชาชนกังวลถึงการคอร์รัปชันในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐบาล และโครงการลงทุนภาคตะวันออก หรือ อีอีซี แต่การบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ ยังไม่เข้มงวด-จริงจัง จึงกังวลว่าอาจมีการฮั้วประมูลในอนาคต
ส่วนผลสำรวจการจ่ายเพิ่มใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐเพื่อให้ได้งานหรือสัญญา พบว่า จำนวนผู้ประกอบการที่ตอบว่าไม่จ่าย สูงถึง 59% ซึ่งสูงสุดในรอบ 8 ปี แต่สัดส่วนเงินจ่ายใต้โต๊ะ กลับสูงขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 5 – 15% ของงบประมาณ โดยสูงขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1 – 15% พร้อมคาดว่าจะสร้างความเสียหายต่องบประมาณ 65,000 – 196,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ จีดีพี ประมาณ 0.4 – 1.3 %
ขณะที่ผลสำรวจขององค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่า ภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทย ปรับลดลงมาอยู่อันดับที่ 101 จากเดิมที่ 76 จากทั้งหมด 176 ประเทศ เพราะการประเมินครั้งนี้ นำเรื่องการเมือง และประชาธิปไตย เข้ามารวมด้วย
ส่วนดัชนีการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกดี และคะแนนความสามารถที่จะทานทนต่อการทุจริตคอร์รัปชัน ปรับดีขึ้น สะท้อนว่าคนไทยตระหนักกับปัญหาคอร์รัปชันมากขึ้น

