หลานสาว “ผอ.อ้อย” เผยหลักฐาน คนแอบอ้างใช้ไลน์น้าขอยืมเงิน

หลานสาว “ผอ.อ้อย” เผยหลักฐานคนแอบอ้างใช้ไลน์น้าขอยืมเงิน ขณะที่นายก อบต.เสาธงชัย ดีเดีย์บุกลาวนำศพนิรนามมาเปิดพิสูจน์

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2560 นานร่วม 2 เดือนแล้ว ล่าสุดน้องปุยฝ้าย ซึ่งเป็นหลานสาวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้เปิดเผยข้อมูลในไลน์ที่มีการสนทนากับน้าอ้อย โดยข้อความในไลน์ น้องปุยฝ้ายได้มีการสอบถามว่า ขณะนี้อยู่ที่ไหนทำไมไม่กลับบ้าน ซึ่งไลน์ของ ผอ.อ้อย ได้ตอบว่า อยู่ที่เชียงใหม่ ไม่สบายใจจึงหนีมา ซึ่งผู้ที่ใช้นามว่าอ้อย ได้แจ้งว่า ขอให้นำเงินเดือนที่ อบต.ชำ ส่งมาให้ด้วย

แต่เมื่อน้องปุยฝ้ายตอบว่า เงินเดือนของน้าอ้อยมีการโอนเข้าบัญชีไปหมดแล้ว เพราะทุกเดือนเขาจะมีการโอนเงินเดือนเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งทำให้น้องปุยฝ้ายสงสัยว่า ใช่น้าอ้อยหรือไม่ที่ตอบไลน์นี้ และต่อมาผู้ที่ใช้นามว่าอ้อยได้ขอยืมเงินจากน้องปุยฝ้าย จำนวน 20,000 บาท ซึ่งน้องปุยฝ้ายก็บอกว่า จะเอาเงินไปทำอะไร ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เพราะ ผอ.อ้อยไม่เคยยืมเงินใคร มีแต่ให้ลูกหลาน ญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงาน ทำให้น้องปุยฝ้ายสงสัยว่า ผู้ที่ใช้ไลน์ของน้าอ้อย ใช่ตัวของน้าอ้อยหรือไม่ หลังจากนั้น ไลน์ของ ผอ.อ้อย ก็ขาดการติดต่อไป

ทางด้าน นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่ตนได้เข้าไปประสานงานกับเจ้าแขวงจำปาสัก ประเทศลาว แล้ว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง โดยได้นัดหมายว่า วันศุกร์ที่ 1 ก.ย.2560 ที่จะถึงนี้ ตนพร้อมด้วยญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อย จะพากันเดินทางเข้าไปที่ผานางอิง โดยผ่านทางอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย เดินเท้าเข้าไปที่บริเวณผานางอิง ระยะทางประมาณ 7 กม.

จากนั้น จะมีคณะของประเทศลาวมาคอยประสานงานกันที่ผานางอิง เพื่อที่เข้าไปนำเอาชิ้นส่วนกระดูกของศพนิรนามมาตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งหาอัตลักษณ์บุคคลว่าใช่ ผอ.อ้อยหรือไม่อย่างไร ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทหารของประเทศลาวได้มีการส่งกำลังเข้าไปเฝ้าศพนิรนามที่บริเวณผานางอิงไว้แล้ว

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมียนมา-ไทย ลงนามเชื่อมความสัมพันธ์

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมียนมา-ไทย ลงนามความร่วมมือเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและวัฒนธรรมของทั้ง 2 ฝ่าย

ที่ จ.ขอนแก่น พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย และ พล.อ.มิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย-เมียนมาครั้งที่ 5 โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพทั้งสองประเทศ รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นที่สร้างความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค การแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ การแลกเปลี่ยนการเยือนกันกำลังพลและครอบครัวทั้งสองประเทศเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้เริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรก

ส่วนการดำเนินโครงการพัฒนาแนวกันไฟไทย-เมียนมา มีการจัดมาแล้ว 2 ครั้ง ที่ จ.เชียงราย และ จ.ท่าขี้เหล็ก ด้านการเชื่อมความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมการได้เชิญคณะผู้แทนด้านวัฒนธรรมทั้งสองประเทศประชุมแลกเปลี่ยนเสริมสร้างความสัมพันธ์กันที่จังหวัดพิษณุโลก ด้านความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดซึ่งทั้งสองประเทศให้ความสำคัญเป็นพิเศษที่ผ่านมา ไทยได้นำคณะผู้แทนจากเมียนมา และ สปป.ลาว มาศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายเพื่อนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้

อีกทั้งยังจัดกิจกรรมร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่าในพื้นที่ 11 ไร่ ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ขณะที่การส่งกลับผู้ลี้ภัยการสู้รบ ทั้งสองฝ่ายพอใจในการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งในเดือนตุลาคม 2559 นำผู้ลี้ภัยการสู้รบกลลุ่มนำร่องส่งกลับเมียนมาจำนวน 71 คน และเตรียมส่งกลับในปีนี้อีก 247 คน ถือว่าเป็นความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพไทย-เมียนมา และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูง อันจะเป็นรากฐานสำคัญนำไปสู่ความมั่นคง การพัฒนาและเสถียรภาพที่ยั่งยืนร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศต่อไป

ทนาย “บุญทรง” เผย จ่อยื่นประกันอีกสัปดาห์นี้ ด้านภรรยาเตรียมถอนฟ้อง

ทนายเผย “บุญทรง” กำลังใจยังดี เตรียมยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวครั้งที่ 2 ภายในสัปดาห์นี้ ด้านภรรยาเตรียมถอนฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐผิดมาตรา 157

ครอบครัวของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องขังในคดีทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจี ประกอบด้วยภรรยา ลูกชายและน้องชาย พร้อมด้วยนายนรินทร์ สมนึก ทนายความส่วนตัวเดินทางเข้าเยี่ยม ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยนายนรินทร์ เปิดเผยว่า นายบุญทรงยังมีกำลังใจที่ดี แต่เนื่องจากมีโรคประจำตัวโรคความดัน และอาการไซนัส จึงส่งผลให้มีอาการความดันโลหิตสูงเนื่องจากความเครียด

ส่วนกรณีการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวครั้งที่ 2 ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างคำร้อง ซึ่งจะต้องมีการแจ้งเหตุผลที่ดีที่สุดเพื่อให้ศาลรับฟัง โดยจะเร่งร่างคำร้องให้แล้วเสร็จและยื่นคำร้องภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ระหว่างการพูดคุย นายบุญทรงได้ให้ภรรยาถอนฟ้องกรณีที่ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วยกรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าต่างประเทศ ผิดมาตรา 157 กรณีอายัดทรัพย์ของนายบุญทรงโดยมิชอบ เนื่องจากนายบุญทรงไม่ต้องการให้ภรรยาและครอบครัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีความ และไม่อยากให้เป็นประเด็นการเมือง